ข่าวหุ้นล่าสุด

ข่าวด่วน


 
ข่าวนี้ที่ 1 : ฟันธง!หุ้นเดินเรือครึ่งปีหลังพุ่ง รับ BDI กระฉูดแตะ 1,700 จุด 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 ก.ค. 62 8:00: น.

 

  หุ้นกลุ่มเดินเรือพาเหรดบวกกันถ้วนหน้า หลังค่าระวางเรือกระฉูด 1,700 จุด แถมส่งสัญญาณบวกลากยาวตลอดทั้งปี หลังผ่านจุดต่ำสุดช่วง Q1/62 ไปแล้ว ขณะที่สงครามการค้าสงบ ดันอุปสงค์จากจีนทะลัก  ยกให้ PSL เด่นสุดรับอานิสงส์เต็มๆ  แต่เตือนเส้นเทคนิคยังไม่เอื้อ ฟาก JWD ฉวยจังหวะเหมาะประกาศลุยโลจิสติกส์เต็มรูปแบบรับไฮซีซั่น ด้าน WICE มั่นใจรายได้ปีนี้กระฉูดรับไฮซีซั่นช่วงครึ่งปีหลัง          

*** ค่าระวางเรือผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว   
    นายจรูญพันธ์ วัฒนวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MBKET เปิดเผยกับสำนักข่าว "อีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ภาพรวมของกลุ่มเดินเรือในช่วงนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามดัชนีค่าระวางเรือ BDI  หลังจากผ่านช่วงโลว์ซีซั่นในไตรมาสที่1 เพราะในช่วงดังกล่าวอุตสาหกรรมเรือเทกอง โดยเฉพาะเรือสินค้าแห้งเทกองซึ่งอ้างอิงภาคการผลิตจีนเป็นส่วนใหญ่ซึ่งหยุดยาวในเทศกาลตรุษจีน และค่าระวางเรือจะเริ่มดีขึ้นต่อเนื่องไปในทุกไตรมาสจนถึงไฮซี่ซั่นช่วงไตรมาส4 
    ด้านประเด็นสงครามทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่หาข้อตกลงได้ในการประชุม G20 รวมถึงประเด็นที่เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นในกลุ่มเดินเรือ คือจีนจะกลับมาสั่งซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ทันที ดังนั้นเรือแห้งเทกองซึ่งขนส่งสินค้าเกษตรปริมาณมาก เริ่มกลับมาดำเนินงานอีกครั้งช่วยหนุนดัชนีค่าระวางเรือ BDI อีกทาง   
    อย่างไรก็ตามหุ้นในกลุ่มเดินเรือในประเทศไทยที่ได้รับประโยชน์จากประเด็นค่าระหว่างเรือ BDI ปรับตัวเพิ่มขึ้น และประโยชน์จากสินค้าเรือเทกองโดยตรงมีเพียง บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL และบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA ส่วนหุ้นเดินเรืออื่นๆ ไม่เกี่ยวข้องกับโดยตรงกับประเด็นดังกล่าว แต่ภาพรวมหุ้นในกลุ่มเดินเรือที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมองว่าเป็นเพียงบวกตามบรรกาศปัจจัยบวกดังกล่าวเท่านั้น
    ทั้งนี้แนะนำซื้อเก็งกำไรหุ้น PSL โดยมีราคาเป้าหมายที่ 11.60 บาท ประเมินกำไรสุทธิปีนี้ไว้ที่ประมาณ 632 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 456.20 ล้านบาท โดยหุ้นดังกล่าวทำธุรกิจเรือเทกองโดยตรง ด้านประเด็นเงินบาทแข็งค่ามองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบกับบริษัท เนื่องจากการซื้อขายใช้สกุลเงินดอลลาร์ทั้งหมด ส่วนหุ้น TTA มองว่ายังมีธุรกิจอื่นๆทั้งธุรกิจเรือบรรทุกน้ำมัน ,ธุรกิจถ่านหิน และธุรกิจอาหาร 
    "ภาพรวมอุตสาหกรรมกลุ่มเดินเรือช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะดีขึ้น เพราะกิจกรรมขนส่งสินค้าของโลกเริ่มเป็นปกติหลังผ่านช่วงไตรมาส1 ไปแล้ว และในช่วงปลายปี 2561 มีเหตุการณ์เหมืองแร่ประเทศบราซิลถล่มส่งผลให้ตลาดสินแร่เหล็กหยุดชะงักเริ่มกลับมาปกติ ด้านสงครามการค้าผ่านจุดตึงเครียดมาแล้ว ซึ่งคาดว่ากิจกรรมขนส่งทางเรือครึ่งปีหลังกลับมาดีขึ้นชัดเจนแน่ "นายจรูญพันธ์กล่าว     

*** เช็คค่าระวางเรือ - หุ้นเดินเรือพุ่งถ้วนหน้า  
    โดยดัชนีค่าระวางเรือ BDI เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 62 ปิดที่ระดับ 1,700.00 จุด เพิ่มขึ้น 151.00 จุด หรือ 9.75%
    ด้านราคาหุ้นกลุ่มเดินเรือที่สำคัญเมื่อวันที่ 5 ก.ค.62 ดังนี้ PSL อยู่ที่ระดับ 9.05 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 4.62 % มูลค่าการซื้อขาย 280.67 ล้านบาท   , TTA อยู่ที่ระดับ 5.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.45 บาท หรือ 8.26% มูลค่าการซื้อขาย 83.38  ล้านบาท , RCL อยู่ที่ระดับ 4.74 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 4.41% มูลค่าการซื้อขาย 9.15 ล้านบาท , JUTHA อยู่ที่ระดับ 0.79 บาท เพิ่มขึ้น 0.07 บาท หรือ 9.72% มูลค่าการซื้อขาย 0.14 ล้านบาท, JWD อยู่ที่ระดับ 9.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.55 บาท หรือ 6.32% มูลค่าการซื้อขาย  136.78 ล้านบาท, WICE  อยู่ที่ระดับ 3.74 บาท เพิ่มขึ้น 0.12 บาท หรือ 3.31% มูลค่าการซื้อขาย 16.07 ล้านบาท     
    
*** ตลาดจีนฟื้น ปัจจัยเร่งค่าระวางเรือไปต่อในครึ่งปีหลัง        
    บล.หยวนต้า เปิดเผยว่า แนวโน้มค่าระวางเรือจะปรับตัวขึ้นต่อในครึ่งปีหลัง การเคลื่อนไหวของค่าระวางเรือขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก คือ (1) ปริมาณเรือต่อใหม่ ซึ่งเรือ Handysize และ Supramax จะเพิ่มขึ้นเพียง 0.9% และ 1.6% ในปีนี้ น้อยกว่าค่าเฉลี่ยการเติบโตของกองเรือเทกองทุกขนาด 10 ปีย้อนหลังที่ 7.3% ต่อปี (2) อุปสงค์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนที่คลี่คลาย ซึ่งจะทำให้จีนกลับมาเร่งนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯอีกครั้ง ถือเป็นผลดีต่อค่าระวางเรือขนาดเล็ก-กลางโดยตรง โดยเราประเมินสถานการณ์คล้ายคลึงปี 2559 ที่ BDI ทรุดหนักช่วงต้นปีเหลือ 290 จุด ก่อนจะมาฟื้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่กลางปี และปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งใน Q3/59 ที่เป็น Low Season จนมาปิดสิ้นปีที่ 1,204 จุด ซึ่งทั้งหมดมาจากความต้องการที่เร่งตัวของจีน
    บล.บัวหลวงเปิดเผยว่า  หลังจากที่ BDI อ่อนตัวลงใน Q1/62 ล่าสุดมีการปรับตัวขึ้นอย่างมาก QoQ ใน Q2/62  หรือปรับตัวขึ้นกว่า 25% QoQ หนุนโดยการนำเข้าถ่านหินของจีน  Grain trading season ของอเมริกาใต้ และการบริหารอุปทานของกลุ่มเดินเรือ อีกทั้งผลกระทบของสงครามการค้าทำให้อุปทานส่วนหนึ่งหายไปและทำให้อุปสงค์และอุปทานสมดุลมากขึ้น ซึ่งคาด BDI จะปรับตัวขึ้นต่อใน Q3/62 

*** ยก PSL รับอานิสงส์ BDI โดยตรง 
    บล.หยวนต้า เปิดเผยว่า  มีมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการของ PSL ในครึ่งปีแรกจากค่าระวางเรือเฉลี่ยที่ทำจุดสูงสุดในรอบ 7 เดือน และมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอีกในครึ่งปีหลังจากการกลับมานำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์ของจีน และการปลดระวางเรือเก่าที่จะเร่งตัวใน Q4/62 ก่อนมาตรการ องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ International Maritime Organization ( IMO ) บังคับใช้ต้นปีหน้า ขณะที่ ราคาหุ้น PSL ยังทรงตัว YTD เทียบกับหุ้นในภูมิภาคที่บวกเฉลี่ย 9% YTD อีกทั้ง ยังซื้อขายบน PBV และ EV/EBITDA เพียง 1.1 เท่า และ 11.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 1.9 เท่า และ 13.1 เท่า ตามลำดับ ในเชิงของกลยุทธ์การลงทุน  แนะนำซื้อเก็งกำไรตามทิศทาง BDI โดยประเมินราคาเหมาะสมเบื้องต้นได้ 10.50 บาท และมีกรอบแนวรับที่ 8.00-8.50 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 9.75-10.00 บาท
    บล.เอเชีย เวลท์ เปิดเผยว่า PSL ได้รับประโยชน์จากสงครามการค้าสหรัฐฯ - จีนคลี่คลาย และค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้น แต่หากพิจารณาทางปัจจัยทางเทคนิค   PSL ยังมีแนวโน้มหลักอยู่ในแนวโน้มขาลง (Downtrend) จากการเกิดทั้ง Weekly & Monthly Sell Signal โดยมีเพียงความแข็งแกร่งในระยะสั้นจากการเกิด Daily Buy Signal เมื่อพิจารณา PSL มีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 10.70 บาท และมีเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 14.40 บาท ตามลำดับ ทั้งนี้ PSL มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 7.50 บาท  

*** JWD  ฉวยโอกาส ลุยโลจิสติกส์เต็มรูปแบบ  
    นายเอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด(มหาชน) หรือ JWD เปิดเผยกับ"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจที่มีความต้องการใช้ค่อนข้างสูง และจะมีการรับรู้รายได้เพิ่มเติมจากร่วมทุนกับ Bok Seng (บ๊อกเส็ง) เพื่อให้บริการโลจิสติกส์เฉพาะทางสำหรับสินค้าขนาดใหญ่พิเศษ (Project Cargo Logistics) ในประเทศไทยและสปป.ลาว และการร่วมทุนกับ CJ Logistics ผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายใหญ่จากเกาหลีใต้ ขยายฐานลูกค้าแบบ B2B และ B2C ในไทย คาดว่าจะเริ่มดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลังของปีนี้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้ในปีนี้เติบโตมากกว่า 20% หรือทำได้ใกล้เคียง 4 พันล้านบาท
    "ด้านผลกำไรสุทธิในปีนี้คาดว่าสูงกว่าปีก่อนที่ทำได้ 252 ล้านบาท จากการเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น จากการเข้าลงทุนถือหุ้น 23.66% ในบริษัท TRANSIMEX CORPORATION ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์อย่างครบวงจร ในประเทศเวียดนาม และตามรับรู้รายได้ของธุรกิจที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้น"นายเอกพงษ์ กล่าวเพิ่มเติม
    สำหรับสงครามการระหว่างจีนและสหรัฐฯที่ยุติกันชั่วคราวและยังหาความแน่นอนไม่ได้นั้น บริษัทไม่มีความกังวลมากนัก เนื่องจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทส่วนใหญ่จะอยู่ภายในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน จึงไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามการระหว่างจีนและสหรัฐฯโดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม จากกรณีดังกล่าวส่งผลให้จีนย้ายฐานการผลิตมาอยู่ในประเทศแถบอาเซียนมากขึ้น ซึ่งบริษัทได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย
    ความกังวลตัวธุรกิจฟู้ดซัพพลายเชนในไต้หวัน ที่ความต้องการใช้ชะลอตัวลงในช่วงต้นปีที่ผ่านมา จากการระบาดของไข้หวัดนกนั้นคาดว่าภาพรวมทั้งปีธุรกิจดังกล่าวยังคงเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ และบริษัทยังคงมองหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจอาหารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรธุรกิจอาหารในประเทศ,กัมพูชา และเวียดนาม รวม 3 ดีล คาดจะสรุปได้ภายในปลายปีนี้ โดยรูปแบบการลงทุนมีความเป็นไปได้ทั้งเข้าซื้อกิจการและร่วมทุนกับพันธมิตร

*** WICE เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ 
    นายชูเดช คงสุนทร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ WICE เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า WICE ว่า มั่นใจว่ารายได้ปีนี้จะเติบโต 25% หรือจะอยู่ที่ 2.25 พันล้านบาท ตามการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องและปริมาณตามต้องการใช้บริการที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ที่เป็นไฮซีซั่นของธุรกิจ สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯที่ยุติชั่วคราว  ซึ่งจะผลักดันให้อัตรากำไรสุทธิในปีนี้อยู่ที่ 6% และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20%
    สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 คาดว่าจะเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทได้ขยายการให้บริการไปยังประเทศจีนตอนใต้เพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันได้เข้าไปตั้งสำนักออฟฟิศแล้วเพื่อการให้บริการที่ครบวงจร นอกจากนี้จะมีการรับรู้รายได้จากงานให้บริการงานด้านการขนส่งข้ามชายแดน (Cross border)เข้ามาเพิ่มในปีนี้ 
    บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง เปิดเผยถึง บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ WICE  ว่าเป็นอีกหนึ่งบริษัทกลุ่มขนส่งที่ได้รับผลประโยชน์จากอุปสงค์ในจีนฟื้น  เนื่องจากการขนส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้รับแรงกดดันสูงจากสงครามการค้ามีบทบาทถึง 40% ของรายได้รวม และเป็นตัวฉุดกำไรให้อ่อนแอมากใน Q1/62  ขณะที่ WICE มีบริษัทย่อยถึง 3 แห่ง โดยมีในจีน 2 แห่ง ที่ให้บริการบนเส้นทางจีน-อาเซียน ดังนั้นการที่ห่วงโซ่อุปทานที่มีจีนเป็นแกนหลักกลับมาทำงาน ย่อมทำให้จิ๊กซอว์ที่วางไว้ของกลุ่มในทุกรูปแบบขนส่ง  sea-air-cross boarder กลับมาทำงานสอดประสานเต็มที่ 
    ขณะที่แนวโน้มกำไรผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ผลลัพธ์จากประชุม G20 ถือว่าดีกว่า ผบห. หวังไว้ และ ผบห.ยังคงเป้าหมายปี 2562 ตามเดิม ซึ่งเสมือนว่ากำไรสุทธิจะสูงคาดของเราได้ถึง 19% แต่เพื่อความอนุรักษ์นิยม ได้คงประมาณการ และ ราคาเหมาะสม 4.20 บาท/ หุ้น อิง P/E 24.6 ตามเดิม ซึ่งด้วย upside ที่เปิด 25% จึงเพิ่มน้ำหนักเป็น “ซื้อ” 

  


เรียบเรียง  ประน้อม บุญร่วม 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด