Light Mode
Dark Mode
เลือกวิธีการเข้าใช้งานที่ต้องการ
ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม ? สร้างบัญชีฟรี
เลือกวิธีการสมัครสมาชิกที่คุณต้องการ
มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม ? ลงชื่อเข้าใช้งาน
Ref:
ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?กด ส่งรหัสใหม่ ได้ใน นาที
เราได้ดำเนินการสร้างบัญชีของคุณเรียบร้อยแล้ว
กรุณากรอกอีเมล
ยังไม่ได้รับรหัส OTP ใช่ไหม ?กด ส่งรหัสใหม่ ได้ใน
เราได้ดำเนินการตั้งรหัสผ่านใหม่ของคุณเรียบร้อยแล้ว
โปรดเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัยของท่าน
Share
CAZ รับรายได้ปีนี้พลาดเป้า 30-40% หลังโควิดทำเซ็นสัญญาล่าช้า โชว์ Backlog ที่ 2.3 พันลบ.ทยอยรับรู้ถึงปี 64 ลุ้นผลประมูล 5 งานใหม่อีก 3.8 พันลบ.หวังได้ 80% เหตุเป็นงานต่อเนื่อง
นางสาวนิตา ตรีวีรานุวัฒน์ กรรมการ บริษัท ซี เอ แซด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CAZ เปิดเผยว่าภาพรวมรายได้ในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ 30-40% เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้ลูกค้าหลักซึ่งส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ ไม่สามารถเซ็นสัญญาส่งมอบงานได้ ซึ่งการรับรู้รายได้จะล่าช้ากว่าเดิม
โดยล่าสุดบริษัทมีงานในมือ (backlog) จำนวน 2,338 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ไปจนถึงปี 2564 นอกจากนี้บริษัทได้ยื่นประมูลงานใหม่ไปแล้ว 5 โครงการ มูลค่ารวม 3,811 ล้านบาท โดยใน 4 โครงการเป็นงานต่อเนื่องจากกลุ่มลูกค้าเดิมในเครือปตท. และอีก 1 โครงการเป็นกลุ่มลูกค้าสหรัฐฯ ซึ่งเป็นงานในกลุ่มอุตสาหกรรมไม่เกี่ยวข้องน้ำมันและก๊าซ และเป็นลูกค้ารายใหม่ คาดว่างานใหม่ทั้งหมดจะทราบผลในครึ่งปีหลังนี้ หวังได้งานประมาณ 80% เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นงานต่อเนื่อง
"ปีนี้เดิมเราตั้งเป้ารายได้โต 30-40% แต่ลูกค้าเราส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติซึ่งเขาได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้การเซ็นสัญญาล่าช้า แต่ยังไงโปรเจคต่างๆ คงเข้ามาแค่อาจจะไม่ทันรับรู้รายได้ในปี 63 เป้าเราเลยอาจปรับลงบ้างเล็กน้อย" นางสาวนิตากล่าว
ด้านงบลงทุนในปีนี้ใช้ประมาณ 51 ล้านบาท โดยใช้ขยายโรงงานแห่งใหม่เพิ่มพื้นที่วางของ และกำลังการผลิต ,งานระบบไอที และงานซัพพอร์ตโครงการต่างๆ
ทั้งนี้บริษัทได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โควิด-19 ได้แก่ผลกระทบต่องานที่ดำเนินการปัจจุบัน เนื่องจากการจำกัดการเดินทางข้ามพื้นที่กระทบคนงานบางส่วนลาออก แต่ปัจจุบันหาคนงานทดแทนได้แล้ว นอกจากนี้การนำเข้าวัตถุดิบและอุปกรณ์จากต่างประเทศล่าช้าจากการล็อกดาวน์ในแต่ละประเทศ ,ด้านงานที่เพิ่งเริ่มประมูลไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เนื่องจากผู้ว่าจ้างหลักจากต่างประเทศไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ ซึ่งคาดว่าบางโครงการจะสามารถเริ่มต้นได้ช่วงสิงหาคม-กันยายน และงานที่อยู่ระหว่างการประมูล ซึ่งช่วงดังกล่าวเกิดเหตุการณ์ราคาน้ำมันที่ลดลง ส่งผลให้เจ้าของกิจการ(Owner)ชะลอการลงทุน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
เราใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี และพัฒนาคุณภาพการให้บริการเว็บไซต์ที่ ตรงกับความต้องการของคุณมากยิ่งขึ้น คุณสามารถทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุกกี้ได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้