โบรกฯ คาด SET วันนี้หมดแรงหนุนยืนเหนือ 1,500 จุด รับแรงกดดันราคาน้ำมันโลกลดลง - NIM แบงก์ลดลงตามทิศทางดอกเบี้ย และหวั่นปัจจัยการเมืองกดดันฟันด์โฟลว์ พร้อมแนะนักลงทุนถือเงินสดเพิ่มเป็น 15-20% *** ทิสโก้ คาด SET พักฐาน หมดแรงหนุนยืนเหนือ 1,500 จุด รับแรงกดดันราคาน้ำมัน - NIM แบงก์ลดลง นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ เปิดเผย "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่าประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทย (SET INDEX) วันนี้ไม่น่าจะปรับตัวขึ้นเหนือ 1,500 จุดได้ เนื่องจากเชื่อว่าตลาดยังอยู่ในช่วงของการพักฐานหรือไซด์เวย์ เพราะปัจจัยลบจากทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง ซึ่งอาจกดดันต่อการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในกลุ่มพลังงาน ประกอบกับการลดดอกเบี้ยนโยบายลงก็อาจส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) ต้องทยอยปรับลดดอกเบี้ยและกดดัน NIM ลดลงตามไปด้วย ทั้งนี้คาดว่ากรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีฯวันนี้ แนวรับอยุ่ที่ระดับ 1,480-1,485 จุด และแนวต้านอยู่ที่ 1,500-1,505 จุด โดยกลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้เลือกซื้อรายตัว หรือรอจังหวะที่ตลาดย่อตัวขึ้นซื้อ-ลงขาย พร้อมแนะนำเลือกลงทุนในกลุ่มหุ้นที่คาดว่างบไตรมาส 3/67 จะออกมาดีและโตต่อเนื่องในงวดไตรมาส 4/67 อาทิ AMATA และ TASCO *** หยวนต้า คาดดัชนีฯเริ่มทรงตัว เหตุมีวันหยุดกลางสัปดาห์-เข้าสู่ช่วงประกาศงบ นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่าคาดว่า SET INDEX จะเคลื่อนไหวแบบทรงตัว เพราะมีวันหยุดช่วงกลางสัปดาห์และเริ่มเข้าสู่ช่วงประกาศงบของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในงวดไตรมาส 3/67 ซึ่งจะทำให้นักลงทุนเน้นเก็งกำไรหุ้นรายตัว รวมถึงช่วงที่ผ่านมาพบว่าหุ้นบางตัว Overvalued ไปแล้ว จึงส่งผลให้ดัชนีฯไม่น่าจะยืนเหนือ 1,500 จุดได้อย่างมั่นคง โดยประเมินกรอบแนวรับไว้ที่ 1,480 จุด และแนวต้านที่ 1,495 จุด ส่วนกลยุทธ์การลงทุนแนะนำเก็งกำไรในหุ้นที่คาดว่างบไตรมาส 3/67 จะออกมาดี เช่น CPAXT,BJC,SCB,GPSC และ TIDLOR *** เอเซีย พลัส หวั่นปัจจัยการเมืองกดดันฟันด์โฟลว์ แนะถือเงินสดในพอร์ตเพิ่มเป็น 15-20% นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) กล่าวว่าประเมินว่าตลาดหุ้นไทยช่วงนี้เหนื่อยมากขึ้น หลังจากเมื่อวันศุกร์ (18 ต.ค.67) ที่ผ่านมาดัชนีฯขึ้นไปแตะ 1,500 จุดได้ ก่อนที่จะย่อตัวลงมาอีกครั้ง โดยมองว่าช่วงนี้ตลาดน่าจะมีแรงกดดันจากปัจจัยการเมืองในประเทศ ซึ่งอาจฉุดให้ฟันด์โฟลว์ต่างชาติไม่น่าจะไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยมากนัก และทำให้โอกาสที่ดัชนีฯจะทะลุระดับ 1,500 จุดทำได้น้อยลง
ขณะที่ประเมินกรอบดัชนีฯไว้ที่ระดับ 1,474-1,496 จุด พร้อมแนะนำนักลงทุนหาจุด Cut Loss และสำรองเงินสดในพอร์ตลงทุนมากขึ้นที่ระดับ 15-20% จากเดิมที่อยู่ระดับ 0% |