ประเด็นร้อน

109 บจ.แบกขาดทุนสะสม 1.6 แสนลบ.-PTT ตุนกำไรสูงสุด

109 บจ.แบกขาดทุนสะสม 1.6 แสนลบ.-PTT ตุนกำไรสูงสุด

    กำไรสะสม (Retained Earnings) เป็นส่วนประกอบสำคัญของงบการเงิน สะท้อนถึงกำไรหรือขาดทุนจากการดำเนินงานสะสมมาตั้งแต่เริ่มกิจการ ถือว่าสำคัญต่อผู้ถือหุ้น เพราะเป็นส่วนหนึ่งของ "ส่วนทุน" ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงตั้งแต่ลงทุนไป ซึ่งหากมีกำไรสะสมมากก็สะท้อนได้ว่าธุรกิจดำเนินการได้อย่างแข็งแรงและมีประสิทธิภาพ กลับกันหากมีผลขาดทุนสะสมมากก็สื่อถึงการบริหารธุรกิจที่อ่อนแอหรือด้อยประสิทธิภาพ

*** ผงะพบ 109 บจ.แบกขาดทุนสะสมรวม 1.59 แสนลบ. 
    สำนักข่าว "อีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลงบการเงินบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย ณ สิ้นไตรมาส 2/61 พบว่ามี 109 บจ.ที่มีผลขาดทุนสะสม คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 16% จากทั้งหมด 669 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์(SET)จำนวน 70 บริษัท และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ จำนวน 39 บริษัท มูลค่าขาดทุนสะสมรวมทั้งสิ้น 1.59 แสนล้านบาท

*** ส่อง 10 บจ. ดินพอกหางหมู ขาดทุนสะสมสูงสุด
    สำหรับ 10 บจ.ที่มีขาดทุนสะสมมากที่สุดได้แก่

10 หุ้นขาดทุนสะสมสูงสุด

ชื่อย่อหุ้น

ขาดทุนสะสม (ลบ.)

THAI

21,758.50

GJS

20,687.45

TRUE

16,066.37

U

10,163.16

PACE

8,443.26

BTS

7,194.33

AQ

6,374.39

NOK

6,133.55

GRAMMY

4,706.26

NEWS

4,152.47

*** THAI-GJS-TRUE-U สะสมขาดทุนเกินหมื่นลบ.
    ทั้งนี้ 4 ใน 10 บริษัทข้างต้นมีขาดทุนสะสมเกิน 1 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 1.บมจ.การบินไทย (THAI) เป็นบริษัทที่มีขาดทุนสะสมสูงสุดถึง 21,758.50 ล้านบาท โดย 10 ปีหลังสุดขาดทุนไปถึง 6 ปี ปีละกว่า 1 หมื่นล้านบาท ส่วนปีที่มีกำไรกลับทำได้เพียงหลักพันล้านบาทเท่านั้น
    2.บมจ.จี เจ สตีล (GJS) ขาดทุนสะสม 20,687.45 ล้านบาท โดยขาดทุนต่อเนื่องมาถึง 8 ปี ล่าสุดถูกตลาดหลักทรัพย์ (ตลท.) ขึ้นเครื่องหมาย C ไปเรียบร้อย เนื่องจากมีส่วนผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 50% ของทุนจดทะเบียน
    3.บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ขาดทุนสะสม 16,066.37 ล้านบาท แม้แต่ละปีจะไม่ได้ขาดทุนติดต่อกัน แต่ช่วง 10 ปีหลังขาดทุนไปถึง 5 ปี 
    4.บมจ.ยู ซิตี้ (U) หรือที่เคยรู้จักในนามของ N-PARK รายนี้ขาดทุนติดต่อกันมา 4 ปี และในรอบ 10 ปีหลังสุดมีกำไรเพียง 2 ปีเท่านั้น
    ขณะที่ บมจ.นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น (NEWS) เป็นหุ้นจาก mai รายเดียวที่ติดอยู่ในกลุ่มนี้ มีขาดทุนสะสมถึง 4,152.47 ล้านบาท โดยขาดทุนมา 9 ปีติดต่อกัน ซึ่ง NEWS เป็นบริษัทที่ขาดทุนสะสมสูงสุดในตลาด mai ด้วย
    นอกจากนี้มี 3 บริษัทที่ถูกตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย C เนื่องจากมีส่วนผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 50% ของทุนจดทะเบียน ได้แก่ GJS, NEWS และ บมจ.สายการบินนกแอร์ (NOK) 

*** กูรูชี้หุ้นกลุ่มนี้เสี่ยงสูง-ไร้ปันผล
    "เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)เอเซีย พลัส ระบุว่า ควรระมัดระวังในการเลือกลงทุนหุ้นที่อยู่ในกลุ่มนี้ เนื่องจากบริษัทที่มีผลขาดทุนสะสมจะไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้
    "หุ้นเหล่านี้มีความเสี่ยงสูง เพราะนอกจากจะไม่สามารถจ่ายปันผลได้ หลายบริษัทยังขาดทุนต่อเนื่องจนทำให้ส่วนผู้ถือหุ้นลดลง ซึ่งหากส่วนผู้ถือหุ้นติดลบจะต้องเพิ่มทุนหรือถูกพักการซื้อขาย" เทิดศักดิ์ กล่าว
    ด้าน "วิจิตร อารยะพิศิษฐ" ผู้อำนวยการนักกลยุทธ์การลงทุน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เพิ่มเติมว่า อีกประเด็นที่ควรระมัดระวังสำหรับหุ้นมีผลขาดทุนสะสม คือการเล่นข่าวล้างขาดทุนสะสม
    "หุ้นลักษณะนี้มักตกเป็นเป้าการสร้างกระแสเรื่องการล้างขาดทุนสะสม กลับมาจ่ายเงินปันผล ส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของราคาในช่วงสั้น นักลงทุนต้องศึกษาข่าวสารให้รอบคอบ โดยต้องเป็นข้อมูลที่บริษัทแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯอย่างเป็นทางการเท่านั้น" วิจิตร เสริม
    ด้าน "ดร. ภากร ปีตธวัชชัย" กรรมการและผู้จัดการ ตลท. ระบุว่า บจ.ข้างต้นต้องดูรายละเอียดเป็นรายบริษัทว่าเกิดจากการบริหารผิดพลาดหรือเกิดจากอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวช่วงหลายปีหลัง อย่างไรก็ตามผลประกอบการ บจ.ส่วนใหญ่กว่า 80% ยังถือว่าแข็งแกร่ง หลายบริษัทมีการเติบโตต่อเนื่อง และมีกำไรสะสมสูง

*** เปิดโผ 10 บจ.กำไรสะสมสูงสุด
    ทั้งนี้ เมื่อสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมพบว่าปัจจุบันมีถึง 560 บจ. ที่มีกำไรสะสมเป็นบวก คิดเป็น 84% จากทั้งหมด 669 บริษัท ซึ่งมีถึง 53 บริษัทที่มีกำไรสะสมเกิน 1 หมื่นล้านบาท โดย 10 บจ.ที่มีกำไรสะสมสูงสุดได้แก่

10 หุ้นกำไรสะสมสูงสุด

ชื่อย่อหุ้น

กำไรสะสม (ลบ.)

PTT

815,042.91

SCB

307,378.03

KBANK

299,087.94

SCC

293,040.12

BBL

280,322.93

PTTEP

229,442.05

PTTGC

201,729.24

KTB

179,068.50

AOT

104,527.52

TOP

102,013.91

    หุ้นส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้เป็นหุ้นบิ๊กแคปของตลาดซึ่งอยู่ในดัชนี SET50 นำโดยหุ้นพลังงานและธนาคารพาณิยช์ ซึ่ง บมจ.ปตท.(PTT) มีกำไรสะสมสูงถึง 8.15 แสนล้านบาท รองลงมาคือ ธนาคารไทยพานิชย์ (SCB) มีกำไรสะสม 3.07 แสนล้านบาท

*** ส่อง TOP 5 หุ้น mai กำไรสะสมสูง 
    ส่วนหุ้นขนาดเล็กที่จดทะเบียนใน mai และมีกำไรสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

5 หุ้น mai กำไรสะสมสูงสุด

ชื่อย่อหุ้น

กำไรสะสม (ลบ.)

TSE

2,314.19

TMW

1,632.91

BROOK

1,427.71

TNH

1,194.42

UEC

1,056.97

    โดยทั้ง 5 บริษัทเป็น บจ.ที่มีกำไรสะสมเกิน 1,000 ล้านบาท จากทั้งหมด 148 บจ.ที่อยู่ใน mai ซึ่ง บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) มีกำไรสะสมสูงสุดถึง 2,314.19 ล้านบาท 

    "ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนหุ้นเน้นคุณค่า(VI) รายใหญ่ ระบุว่า กำไรสะสมเป็นส่วนหนึ่งของ "ส่วนผู้ถือหุ้น" หากมีมากนับเป็น "ส่วนผู้ถือหุ้นที่มีคุณภาพ" ถือเป็นความมั่นคงต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น เพราะบริษัทที่มีกำไรสะสมมาก จะเพิ่มศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว ซึ่งเงินปันผลถือเป็นหลักการลำดับแรกๆ ของการตัดสินใจเข้าลงทุนในบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ขณะเดียวกันกำไรสะสมก็สามารถนำไปใช้ลงทุนเพื่อต่อยอดขยายธุรกิจ เพิ่มการเติบโตให้กับบริษัท หรือเป็นเงินสำรองในภาวะที่เศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด