สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ประเด็นร้อน

| 8 ตุลาคม 2561 | 10:32

"AI-DW-บล็อกเทรด" นวัตกรรมป่วนตลาด ขาใหญ่ถอดใจเลิกเล่นสั้น

    นวัตกรรมการลงทุนเริ่มมีบทบาทมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดหุ้นไทย ซึ่ง 3 รูปแบบที่ได้รับความนิยมในขณะนี้คือ 1.การใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์แทนมนุษย์ 2.การซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และ 3. การซื้อขายหุ้นอ้างอิงใน Single Stock Futures(Block Trade)
    ทั้งนี้ จุดมุ่งหมายหลักของการออกนวัตกรรมการลงทุนเหล่านี้เพื่อเป็นทางเลือกการลงทุนที่หลากหลาย ในทางประโยชน์ย่อมมีลักษณะโดดเด่นของแต่ละรูปแบบที่แตกต่างกันไป แต่ในทางความเสี่ยงกลับมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน คือ สามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่าการลงทุนในหุ้นแบบปกติ และยังเป็นตัวแปรที่เพิ่มความผันผวนสูงให้กับหุ้นที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

*** AI ป่วนหนัก พบพฤติกรรมสร้างราคา 
    "มนตรี ศรไพศาล" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เผยว่า ขณะนี้ AI ประเภท High Frequency Unintentionally Trader ที่ส่งคำสั่งซื้อขายเร็วระดับวินาที กำลังสร้างความปั่นป่วนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งเป็นโปรแกรมที่นักลงทุนบุคคลพัฒนาขึ้นเอง 
    AI จะส่งคำสั่งดักหน้าทั้งการเสนอซื้อและเสนอขายอย่างรวดเร็วมาก โดยมีตัวอย่างการซื้อขายจริงที่เกิดขึ้นใน DW ตัวหนึ่ง ดังนี้ 

การซื้อขายหุ้นของ AI

เวลา

ปริมาณ (หุ้น)

ราคา (บาท)

เวลา

ปริมาณ (หุ้น)

ราคา (บาท)

11:33:24

500

-0.73

11:31:49

734,500

0.73

11:33:24

500

-0.73

11:31:47

736,800

-0.73

11:33:24

500

-0.73

11:31:45

736,800

0.73

11:33:24

500

-0.73

11:31:43

733,700

-0.73

11:33:24

500

-0.73

11:31:39

733,700

0.73

11:33:23

500

-0.73

11:31:36

729,700

-0.73

11:33:18

3,000

-0.73

11:31:34

729,700

0.73

11:32:25

1,000,000

0.73

11:31:32

720,900

-0.73

11:32:17

1,000,000

-0.73

11:31:29

720,900

0.73

11:32:16

1,000,000

0.73

11:29:56

1,000,000

-0.73

11:32:15

724,300

-0.73

11:29:52

1,000,000

0.73

11:32:11

724,300

0.73

11:29:50

1,000,000

-0.73

11:32:05

724,300

-0.73

11:29:46

1,000,000

0.73

11:32:03

724,300

0.73

11:29:44

1,000,000

-0.73

11:32:01

715,400

-0.73

11:29:40

1,000,000

0.73

11:31:57

715,400

0.73

11:29:38

1,000,000

-0.73

11:31:55

733,000

-0.73

11:29:35

1,000,000

0.73

11:31:53

733,000

0.73

11:29:33

1,000,000

-0.73

11:31:52

734,500

-0.73

11:29:30

1,000,000

0.73

หมายเหตุ : 0.73 = ซื้อ และ -0.73 = ขาย

    จะเห็นได้ว่าภายในเวลาเพียง 4 นาที ซื้อขายไปทั้งสิ้น 38 รายการ ซึ่งไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถทำได้ 
    ขณะเดียวกันมีซื้อแล้วขายในราคาเดียวกันซ้ำๆ หลายๆรอบ เพื่อเป็นการหยั่งเชิงล่อให้นักลงทุนรายอื่นมาเล่นตาม หากมีแรงซื้อเข้ามาก็จะดันไปสัก 2-3 ช่องแล้วขายทำกำไร และจะมีพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวอีกหลายรอบ จนกว่าไม่มีนักลงทุนเล่นตาม 
    ที่น่าสังเกตอีกประการเหมือนเป็นการสร้างปริมาณการซื้อขายเทียม เพื่อหลอกล่อให้ผู้อื่นมาติดกับ ซึ่งหากเป็นนักลงทุนปกติมีการส่งคำสั่งซื้อขายลักษณะดังกล่าว จะต้องโดนตรวจสอบหน่วยงานกำกับแน่นอน 
    ตอนนี้นักลงทุนรายย่อยได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ที่สำคัญเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยปัจจุบันผันผวนกว่าในอดีต หุ้นบางบริษัทมีซื้อขายหุ้นผิดปกติถึงจุดต่ำสุดจนน่ากลัว เช่นที่เคยเกิดขึ้นกับ บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC), บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) และ บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) เมื่อไม่นานมานี้" มนตรี เผย
    ทั้งนี้ ได้ยื่นหนังสือพร้อมหลักฐานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อขอให้ออกกฎเกณฑ์ควบคุมการซื้อขายของ AI มิเช่นนั้นอาจจะเกิดความเสียหายอีกมากในอนาคต
    "ต้องมีเกณฑ์มาควบคุม เช่น ต้องมีการจำกัดจำนวนการส่งออเดอร์ในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อความเท่าเทียมระหว่างนักลงทุนบุคคล
    การเก็งกำไรเป็นเสน่ห์ของตลาด แต่ต้องมีความสมเหตุสมผล และตอนนี้สัดส่วนการซื้อขายของ AI เพิ่มมาจากไม่ถึง 10% มาอยู่ที่ 20% แล้ว ซึ่งในระยะยาวหากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยังไม่มีการกำกับที่ดี อาจจะส่งผลเสียต่อภาพรวมได้
" มนตรี เสริม
    ด้าน "ซัน ซุปเปอร์เทรดเดอร์" หรือ "กระทรวง จารุศิระ" นักลงทุนชื่อดัง ระบุว่า ปัจจุบันการซื้อขายหุ้นรายวัน (Day Trade) ทำได้ยากขึ้น เนื่องจากมี AI เข้ามาเป็นคู่แข่ง ที่มักมีพฤติกรรมดักแย่งออเดอร์ทั้งการซื้อและขาย ซึ่งมีข้อได้เปรียบคือความเร็ว 
    "เดิมมีคู่แข่งคือกองทุนและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ก็ถือว่าลำบากแล้ว ตอนนี้มี AI เข้ามาอีก ยอมรับว่าการเล่น Day Trade ยากขึ้นอีกหลายเท่าตัว ซึ่งต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ไปเล่นระยะกลาง-ยาวมากขึ้น" เทรดเดอร์ชื่อดัง กล่าว

*** ตลท.อยู่ระหว่างศึกษาเครื่องมือกำกับออเดอร์ AI
    "ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ" นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์(บล.) และ รองประธานกรรมการ ตลท. เผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษานำเครื่องมือ Price band ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยลดความผันผวนของราคาหุ้นที่เร็วและแรงเกินไปมาใช้ เพื่อกระตุกราคาและเริ่มต้นคำสั่งซื้อขายใหม่ คาดว่าจะนำมาใช้ได้ภายในปี 62 
    "เราไม่ได้นิ่งนอนใจเกี่ยวกับออเดอร์ของ AI ที่ส่งผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางต่างๆ เพื่อควบคุมให้เกิดความสมดุล 
    เบื้องต้นคาดว่าจะใช้โปรแกรม Price Band เพราะจะไม่กระทบต่อออกเดอร์ของนักลงทุนที่ส่งเข้ามา แต่จะจับทิศทางหุ้นตัวใดตัวหนึ่งที่ราคาวิ่งแรงหรือเร็วเกินไป"
ภัทธีรา เผย
    ด้าน"ไพบูลย์ นลินทรางกูร" ประธานสภาตลาดทุนไทย เสริมว่า การเข้ามามีบทบาทของ AI ในตลาดหุ้นเป็นเรื่องปกติ ซึ่งตลาดหุ้นชั้นนำในโลกมีการใช้มากกว่า 60% เพียงแค่ตลาดหุ้นไทยยังถือว่าใหม่กับเรื่องดังกล่าว เชื่อว่า ตลท.และ ก.ล.ต. จะมีการกำกับที่ดีออกมาแน่นอน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำดังกล่าว เช่นเดียวกับกรณี Cryptocurrency ก่อนหน้านี้
    
*** AI-DW-Block Trade  ลดเสน่ห์หุ้นไทย
    "เสี่ยยักษ์" หรือ "วิชัย วชิรพงษ์" นักลงทุนรายใหญ่ ระบุว่า DW หรือ Block Trade รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามา ทำให้เสน่ห์ของความน่าลงทุนตลาดหุ้นไทยลดลง 
    "ตลาดหุ้นไทยไม่หอมหวานเหมือนเมื่อก่อนแล้ว จะหาว่าผมตกยุคก็ได้ แต่ความจริงมันเป็นแบบนั้น เพราะพวกการลงทุนรูปแบบใหม่ๆ ไม่ได้ใช้พื้นฐานมาตัดสินใจเหมือนอดีต เป็นการเล่นกับราคาหุ้นมากกว่า สิ่งเหล่านี้มีผลต่อความผันผวนของราคาหุ้น และลดเสน่ห์การลงทุน หากลองสังเกตดูว่าปัจจุบันสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยเริ่มหายไปเรื่อยๆ ผมเองก็เช่นกันระยะหลังเริ่มลดพอร์ตลง จะถือยาวในหุ้นบางบริษัทที่เคยมีอยู่เท่านั้น" เสี่ยยักษ์ กล่าว
    ด้าน "เสี่ยป๋อง" หรือ "วัชระ แก้วสว่าง" เล่าให้ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ฟังว่า ปัจจุบันซื้อขายยากขึ้น โดยเฉพาะการซื้อขายระยะสั้น เพราะได้รับผลกระทบจากระบบ AI ซึ่งสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้เร็วกว่ามนุษย์หลายเท่า ที่สำคัญสามารถซื้อขายพร้อมกันได้หลายหลักทรัพย์ในช่วงเวลาเดียวกัน
    "ตอนนี้เทรดน้อยลง ถือยาวมากขึ้น เพราะรับความผันผวนจากพวกนวัตกรรมการลงทุนได้ยาก ยังไงมนุษย์ก็สู้ AI ไม่ได้ในด้านความเร็ว 
    ส่วนพวก DW และ Block Trade ปกติผมไม่เคยซื้อขายอยู่แล้ว เพราะความเสี่ยงสูง ยิ่งกว่าซื้อขายด้วยบัญชีมาร์จิ้นอีก และมักมีผลกระทบต่อราคาหุ้นจริงที่ใช้อ้างอิง จะเห็นได้ว่าระยะหลังหุ้นอ้างอิงมักขึ้นลงแรงแบบไร้สาเหตุ ซึ่งตราสารพวกนี้ถือเป็นตัวการสำคัญ"
เสี่ยป๋อง ระบุ
    "กระทรวง จารุศิระ" เสริมว่า  DW และ Block Trade ต้องลงทุนด้วยวินัยและความรู้เท่านั้น เพราะความเสี่ยงสูงมาก แต่มีประโยชน์ในการสร้างพอร์ต เนื่องจากใช้เงินน้อยแต่ให้ผลตอบแทนสูง โดย Block Trade มี Leverage ประมาณ 10 เท่า ส่วน DW ประมาณ 45 เท่า 
    "ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร" ระบุว่า Block Trade หรือ DW ถือเป็นอาวุธทำลายล้างสูง เพราะการลงทุนในหลักทรัพย์เหล่านี้ไม่ได้ใช้พื้นฐานรองรับ และมีความเสี่ยงแบบไร้ขีดจำกัด โดย DW มีวันหมดอายุ ราคาก็ขึ้นอยู่กับ Market maker ขณะที่ Block Trade มีความเสี่ยงถูกบังคับขาย (Force Sell)หากราคาปรับตัวลดลงถึงระดับหนึ่ง
    "นักลงทุนระยะยาวที่อิงผลสำเร็จของการลงทุนกับผลประกอบการของบริษัทนั้น จะหลีกเลี่ยงเครื่องมือแบบนี้เสมอ หรือหากย้อนไปในอดีตนั้นการใช้มาร์จิ้นซื้อขายหุ้นระดับ 50% ก็ถือเป็นเรื่องใหญ่แล้ว แต่สำหรับนวัตกรรมพวกนี้ไม่ต่างกับการเข้าไปเล่นในคาสิโนเลย"

*** DW-Block Trade วอลุ่มพุ่งต่อเนื่อง
    "บรรณรงค์ พิชญากร" กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง เผยว่า ปัจจุบันการซื้อขาย DW มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูล ณ สิ้น ส.ค. มูลค่าการซื้อขายสะสม 3.2 แสนล้านบาท เติบโตถึง 74% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีสัดส่วนต่อมูลค่าการซื้อขายรวมของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มเป็น 8.2% จากเดิมราว 3-4%
    ทั้งนี้ DW มีการเติบโตต่อเนื่องจากปี 56 ที่มีการออกเพียง 500 รุ่น มูลค่าการซื้อขายประมาณ 1 หมื่นล้านบาทต่อเดือน จนปี 59 เพิ่มเป็นประมาณ 1,000 รุ่น มูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นเป็น 4-5 หมื่นล้านบาทต่อเดือน ปัจจุบันมี DW อยู่ในตลาดประมาณ 1,500 รุ่น มูลค่าการซื้อขายเพิ่มเป็น 8 หมื่นล้านบาทต่อเดือน มีโบรกเกอร์ให้บริการซื้อขาย DW จำนวน 14 ราย
    สำหรับความเสี่ยง DW เป็นตราสารที่มีวันหมดอายุ มีค่าเสื่อมเวลา ซึ่งมูลค่า DW จะลดลงไปเรื่อย ๆ หากราคาหุ้นอ้างอิงไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งนักลงทุนเมื่อถึงจุดทำกำไรก็ต้องขาย หรือเมื่อขาดทุนต้องยอมตัดขาดทุน ไม่ควรถือนาน ขณะที่มีอัตราทดสูง (Effective Gearing) หลายเท่าตัว ซึ่งทำให้ใช้เงินน้อยกว่าเมื่อเทียบกับไปซื้อหุ้นแม่โดยตรง แต่จะมีการแกว่งตัวที่กว้างกว่่าหุ้นแม่หลายเท่าตัว ซึ่งหมายถึงโอกาสกำไรหรือขาดทุนในสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นด้วย ขณะเดียวกันมีความอ่อนไหวของราคากับหุ้นแม่สูง เช่น ราคาหุ้นแม่แกว่งตัว 1 ช่วงราคา แต่ราคา DW แกว่งตัว 0.5-2 ช่วงราคาหรือมากกว่านั้น
    สำหรับหุ้นอ้างอิงในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรกอยู่ในกลุ่มดัชนีหลักทรัพย์ 57.7%, กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค 10.2% และกลุ่มพาณิชย์ 5.9% 
    โดย DW ที่อ้างอิง SET50 ยังคงได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ซึ่งมีสัดส่วนการซื้อขาย 57.6% ของการซื้อขายทั้งระบบ
    ขณะที่ DW ที่อ้างอิงหุ้น BEAUTY มีการซื้อขายสูงเป็นอันดับ 2 ในระบบ ด้วยสัดส่วน 3.1% 
    ส่วนอันดับ 3 เป็น DW ที่อ้างอิงกับหุ้น PTTGC มีสัดส่วนการซื้อขาย 2.8% 
    ด้าน Block Trade มีการซื้อขายสูงถึง 3,218,622 สัญญา คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ยต่อวันที่ 3,187 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขสถิติใหม่ของการซื้อขายผ่าน Block Trade
    ส่วนหุ้นอ้างอิงที่ได้ความนิยมสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่ PTT, PTTGC, PTTEP, SCC และ CPALL

*** TFEX เตรียมทบทวนเกณฑ์
    "รินใจ ชาครพิพัฒน์"  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขาย ล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX เผยว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงกฎเกณฑ์การซื้อขาย สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงหุ้นรายตัว (Single Stock Futures)ให้มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสถานการณ์มากขึ้น เพราะปัจจุบันใช้ในการซื้อขาย Block Trade เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าจะมีความชัดเจนในปีนี้
    "เราจะปรับปรุงเกณฑ์ทั้งภาพรวม ไม่ได้เจาะจงเฉพาะ Block Trade เพราะยังไม่พบความผิดปกติ และมองว่า Block Trade ยังไม่ใช่ตัวการที่จะกดดันหรือทำให้ดัชนีหุ้นไทยให้ปรับขึ้นหรือลดลงแรงได้ เพราะยังมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายต่อวันยังต่ำ ไม่ถึง 10%  เมื่อเทียบกับของมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งตลาดฯ " กรรมการผู้จัดการ TFEX เผย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด