ประเด็นร้อน

เปิดโผ 33 บจ.ขายหุ้นกู้เสี่ยงสูง พบยอดคงค้างกว่า 8 หมื่นลบ.

เปิดโผ 33 บจ.ขายหุ้นกู้เสี่ยงสูง พบยอดคงค้างกว่า 8 หมื่นลบ.

    เหตุการณ์ บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ผิดชำระหนี้หุ้นกู้ปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังเงียบสงบไปกว่า 2 ปี รอบนี้เบิกร่องโดย บมจ.พีพี ไพร์ม (PPPM) ที่มีปัญหาทางเทคนิคในการชำระหุ้นกู้ชุดที่ 1/60 มูลค่า 260.50 ล้านบาท ซึ่งครบกำหนดไถ่ถอนเมื่อ 27 ก.ค.62 และได้ขอเลื่อนชำระหุ้นกู้ชุดที่ 2/61 มูลค่า 319.5 ล้านบาท ซึ่งครบกำหนดไถ่ถอน 2 ส.ค.62 ไปอีก 330 วัน เพราะเงินที่มีทั้งหมดนำไปชำระหุ้นกู้ชุดที่ 1/60 จนไม่มีเงินเพียงพอสำหรับไถ่ถอนหุ้นกู้ชุดที่ 2/61
    สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเรียกความสนใจจากผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุนไม่น้อย เพราะหวั่นว่าจะเกิดเหตุการณ์ลุกลาม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ออกหุ้นกู้ที่ไม่มีเครดิตเรทติ้ง หรือ มีเรทติ้งต่ำกว่า BBB ซึ่งถือเป็นกลุ่มตราสารเสี่ยง(Non-Investment Grade)

*** พบ 33 บจ.ขายหุ้นกู้เสี่ยง มูลค่าคงค้าง 8 หมื่นลบ.
    "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลจาก สมาคมตราสารหนี้ (ThaiBMA) ณ วันที่ 7 ส.ค.62 พบว่า ปัจจุบันมี 33 บจ.ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่ไม่มีเรทติ้ง หรือ มีเรทติ้งต่ำกว่า BBB มูลค่าคงค้าง 80,619 ล้านบาท ประกอบด้วย

33 บจ.ขายหุ้นกู้เสี่ยงสูง

ชื่อย่อหุ้น

จำนวนหุ้นกู้

(ชุด)

มูลค่า

(ล้านบาท)

ดอกเบี้ยเฉลี่ย

(%)

เรทติ้ง

PF

16

20,555

6

BB+/TRIS

GLAND

9

7,260

6

BB/TRIS

A

8

6,382

6

BB/TRIS

MJD

7

5,449

6

BB+/TRIS

TTCL

5

5,075

5

BB+/TRIS

EARTH

1

4,000

5

-

CGD

3

3,700

7

-

CI

5

2,740

5

BB+/TRIS

ACAP

7

2,675

6

BB-/TRIS

CHEWA

3

2,185

6

-

RICHY

4

2,008

6

-

NUSA

4

1,760

6

-

GCAP

6

1,653

6

-

GL

1

1,500

3

BB+/TRIS

NVD

2

1,283

5

-

PACE

1

1,219

7

-

ECF

3

1,015

7

BB+/TRIS

APEX

2

960

6

-

ALL

4

936

7

-

JSP

3

929

7

-

LIT

4

900

6

-

CHO

2

746

7

-

ILINK

1

700

5

-

CWT

2

631

6

BB+/TRIS

PPPM

3

542

8

-

PLE

1

500

7

-

SGF

2

465

6

-

TNITY

2

421

3

-

SEAOIL

1

400

6

-

UAC

1

400

6

-

PSTC

1

399

5

-

J

3

300

6

-

UWC

1

300

6

-

SMT

1

217

6

-

ACC

1

155

6

-

BSM

1

100

6

-

    จากตาราง มีถึง 23 บจ.ที่ขายหุ้นกู้แบบไม่มีเรทติ้ง โดยมากกว่า 95% เป็นการขายให้กับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนประเภท High Net Worth ขณะที่มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยรวม 33 บจ.ที่ 6% ส่วน บจ.ที่มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยสูงสุดคือ PPPM ระดับ 8%

*** PF ออกหุ้นกู้สูงสุดของกลุ่มถึง 2.05 หมื่นลบ.
    บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค(PF)เป็นบริษัทที่เสนอขายหุ้นกู้สูงสุดในกลุ่มนี้ จำนวน 16 ชุด มูลค่ารวม 20,555 ล้านบาท โดยมีอันดับเรทติ้งอยู่ที่ BB+ เป็นหุ้นกู้ไร้หลักประกันทั้งหมด อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 6% สูงสุด 9.5% ต่ำสุด 4.75% และขายให้กับนักลงทุนสถาบัน-High Net Worth ทั้งหมด

หุ้นกู้คงค้างของ PF

หุ้นกู้ชุดที่

มูลค่า (ลบ.)

อัตราดบ.(%)

กำหนดไถ่ถอน

Perpetual bond 1/60

447.7

9.5

N/A

Perpetual bond 1/61

60.3

9.5

N/A

3/59 (1)

1200

4.85

22 ก.ย. 62

1/59

3000

5.6

28 ม.ค. 63

2/59 (2)

1450

5.5

2 มิ.ย. 63

3/59 (2)

1200

5.3

22 ก.ย. 63

1/62 (1)

435.1

4.75

5 ต.ค. 63

2/60 (2)

724.4

5.7

7 เม.ย. 64

1/61

1034.5

5.75

27 เม.ย. 64

2/61

2069.4

5.75

19 ก.ค. 64

3/60

1509.6

5.9

22 ก.ย. 64

4/60

1195.7

5.9

30 พ.ย. 64

3/61

1819.9

6

22 ก.พ. 65

4/61

1789.1

6

7 มิ.ย. 65

1/62 (2)

775

6.25

5 ต.ค. 65

2/62

1844.6

6.25

10 พ.ค. 66

*** หุ้นกู้ 21 ชุดจาก 16 บจ.ต้องไถ่ถอนปีนี้ มูลค่ากว่า 1.35 หมื่นลบ. 
    ส่วนช่วงที่เหลือของปีนี้มีหุ้นกู้ครบกำหนดไถ่ถอนจำนวน 21 ชุด จากผู้ออก 16 บจ. มูลค่ารวมกว่า 1.35 หมื่นล้านบาท ดังนี้

หุ้นกู้เสี่ยงสูงที่ครบกำหนดปี 62

ชื่อย่อหุ้น

หุ้นกู้ชุดที่

มูลค่า (ลบ.)

วันที่ครบกำหนด

RICHY

2/60

528

9 .. 62

MJD

4/59

500

11 .. 62

NUSA

2/60

650

15 .. 62

CI

1/59

300

25 .. 62

GCAP

1/60

355

25 .. 62

PPPM

3/61

134

3 .. 62

CHOW

1/61 (2)

983

16 .. 62

ALL

3/61

167

18 .. 62

PF

3/59 (1)

1,200

22 .. 62

GL

1/59

1,500

29 .. 62

GLAND

2/60

380

5 .. 62

ACAP

3/60

769

6 .. 62

EARTH

1/59

4,000

7 .. 62

ALL

1/60

182

12 .. 62

APEX

1/62

160

22 .. 62

TNITY

1/61

220

22 .. 62

CHOW

1/61 (3)

405

2 .. 62

MJD

1/62

450

12 .. 62

J

3/60

100

15 .. 62

J

1/61

100

14 .. 62

MJD

6/59

300

16 .. 62

    ทั้งนี้หุ้นกู้จำนวน 10 ชุด จาก 10 บจ. มีกำหนดไถ่ถอนภายในไตรมาส 3 นี้ มูลค่ารวม 6,317 ล้านบาท

*** วงการมองผิดนัดชำระหุ้นกู้ไม่ลุกลาม แต่จับตาใกล้ชิด
    "อริยา ติรณะประกิจ" รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตราสารหนี้ ระบุว่า โอกาสเกิดเหตุการณ์ผิดชำระหนี้ลุกลามมีจำกัด เนื่องจาก บจ.แต่ละรายที่ขายหุ้นกู้กลุ่มนี้มีมูลค่าไม่สูงมากนัก เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 2-3 ปีก่อน แม้บางบริษัทจะไม่มีเรทติ้ง หรือ หรือมีเรทติ้งระดับ Non-Investment Grade เพราะเกิน 60% เป็นหุ้นกู้ที่มีหลักประกัน ซึ่งมีโอกาสที่นักลงทุนจะได้รับเงินคืนสูง หากเกิดกรณีผิดนัดชำระ(Default) 
    "โอกาสเกิดโดมิโน่แบบ 2-3 ปีก่อนมีไม่มากนัก เพราะมูลค่าแต่ละรายที่ครบกำหนดปีนี้ไม่สูงมาก และหลายบริษัทก็ยังมีฐานะการเงินดี อย่างไรก็ตามสมาคมตราสารหนี้อยู่ระหว่างการติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มที่มีกำหนดชำระภายใน 1-2 เดือนนี้ ซึ่งได้มีการประสานงานกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ด้านข้อมูลต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง" อริยา ระบุ
    นอกจากนี้สัดส่วนหุ้นกู้กลุ่มเสี่ยงของ 33 บจ.มูลค่า 8 หมื่นล้านบาท คิดเป็นเพียง 2% ของหุ้นกู้ทั้งระบบ ซึ่งถือว่ามีนัยต่ออุตสาหกรรมตราสารหนี้ทั้งหมดไม่มากนัก
    ด้าน "ประกิต สิริวัฒนเกตุ" ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ แนะนำ นักลงทุนติดตาม บจ.กลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากเกิดเหตุผิดชำระหนี้ขึ้น จะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นค่อนข้างรุนแรง
    "นักลงทุนที่ถือตราสารหนี้เหล่านี้อยู่ต้องหาจังหวะปล่อยออก เพราะความเสี่ยงสูง และปัญหาผิดชำระเริ่มส่งสัญญาณน่ากลัวอีกครั้ง โดยเฉพาะ บจ.ที่งบการเงินน่าเป็นห่วง ส่วนผู้ที่จะเข้าลงทุนหุ้นเหล่านี้ ผมไม่แนะนำ ให้หลีกเลี่ยง และไม่ควรเข้าไปยุ่ง" ประกิต แนะนำ

*** 8 บจ.อัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ยติดลบ
    ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบงบการเงินของทั้ง 33 บจ. พบว่า มี 10 บริษัทที่หนี้สินต่อทุน (D/E) สูงเกิน 3 เท่า โดย บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) มีดี/อีสูงสุดถึง 19 เท่า 
    ขณะที่พบว่ามี 8 บริษัทที่มีอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) ติดลบ สะท้อนว่ามีปัญหาในการชำระหนี้สิน โดยผลประกอบการของบริษัทกลุ่มนี้มีผลขาดทุนต่อเนื่อง ขณะที่เงินสดจากการดำเนินงานส่วนใหญ่ติดลบ

บจ.ออกหุ้นกู้เสี่ยงสูง-งบแย่

ชื่อย่อหุ้น

Interest Coverage Ratio (เท่า)

เงินสดจากการดำเนินงาน (ลบ.)

กำไร Q1/62 (ลบ.)

กำไรปี 61

(ลบ.)

กำไรปี 60

(ลบ.)

UWC

-6.89

14.85

-172.13

-390.12

-250.97

CI

-2.41

-673.71

-82.13

82.41

18.63

NUSA

-2.39

387.54

-182.45

-221.71

-240.87

PACE

-1.21

-475.38

-316.82

-5,155.52

171.12

APEX

-0.38

-127.52

-83.53

-302.95

-113.22

J*

-0.17

-11.85

-17.49

-17.44

6.38

PPPM

-0.15

13.89

-50.52

-110.08

-249.57

CGD

-0.02

-438.11

-108.32

-464.17

-144.3

*งบการเงิน J สิ้นสุด H1/62

    อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) คำนวณจาก (กำไรสุทธิ+ภาษีเงินได้-ดอกเบี้ยจ่าย)/ดอกเบี้ยจ่าย ใช้วัดความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้  หากมากกว่า 1 เท่าแสดงว่าธุรกิจมีความสามารถที่จะจ่ายชำระค่าดอกเบี้ยได้ทั้งหมด แต่หากต่ำกว่า 1 เท่า แสดงว่ามีความสามารถในการจ่ายชำระดอกเบี้ยได้เพียงบางส่วนเท่านั้น แต่หากมีค่าเท่ากับ 0 หรือติดลบ เท่ากับว่าธุรกิจไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะจ่ายดอกเบี้ยได้เลย ซึ่งจะพัฒนากลายเป็นปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงินในที่สุด

*** ก.ล.ต.เตรียมปรับเกณฑ์ขายตราสารเสี่ยง
    ขณะที่ สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เตรียมปรับเพิ่มความเข้มงวดเกณฑ์การขายตราสารหนี้เสี่ยง โดยประเด็นสำคัญที่ปรับเพิ่มคือ นักลงทุนรายบุคคล ซึ่งประกอบด้วยนักลงทุนทั่วไป และ กลุ่ม High net Worth จะไม่สามารถซื้อตราสารหนี้แบบวงจำกัด (PP) ที่ไม่มีการยื่นแบบไฟลิ่งได้ 
    ขณะเดียวกันจะเพิ่มความเข้มงวดในการการติดตามผู้ออกหุ้นกู้ โดยเฉพาะตราสารที่มีความเสี่ยงสูง  ซึ่งจะกำหนดให้มีการอธิบายความเสี่ยงความสารมารถในการชำระหนี้ รวมถึงให้ตัวกลางขายตราสารหนี้มีความระมัดระวังในการทำหน้าที่
    ด้านตัวกลางที่เกี่ยวข้องกับการขายตราสารหนี้ต้องมีระบบการให้ข้อมูลที่ถูกต้องเพียงพอและเข้าใจง่าย เช่น เพิ่มรอบการส่งงบการเงิน, ความเคร่งครัดในมาตรฐานการขาย และ การดูแลกลุ่มที่เปราะบาง เป็นต้น 
    รวมถึงเพิ่มคุณภาพข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และมีเครื่องมือที่สามารถเปรียบเทียบตราสารได้ 
    นอกจากนี้จะเพิ่มกลไกการจัดการเมื่อผิดการชำระหนี้ เช่น กำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนที่ต้องรายงานเมื่อผิดชำระหนี้, พิจารณาแนวทางให้ความรู้นักลงทุนในการรักษาสิทธิดำเนินคดีเรียกร้องค่าเสียหาย และการฟ้องร้องบังคับคดี
    "จอมขวัญ คงสกุล" ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุว่า เกณฑ์ใหม่จะเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแล โดยผู้ซื้อได้รับข้อมูลที่ตรงประเด็นและชัดเจนเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้ เข้าใจง่าย  และเป็นปัจจุบันมากขึ้น ส่วนตัวกลางต้องใช้ความระมัดระวังในการขาย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง 
    "เกณฑ์ใหม่จะทำให้ผู้ลงทุนซื้อตราสารหนี้ด้วยความเข้าใจที่มากขึ้น และจะช่วยให้ลดความเสี่ยงจากการขายตราสารหนี้ลงได้" จอมขวัญ กล่าว
    "อริยา ติรณะประกิจ" รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตราสารหนี้ เสริมว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการปรับเกณฑ์ใหม่ น่าจะเกิดกับผู้ออกหุ้นกู้เป็นสำคัญ อาจจะขายยากขึ้น แต่นักลงทุนจะปลอดภัยขึ้นเช่นกัน และอุตสาหกรรมจะได้ประโยชน์ หุ้นกู้จะมีคุณภาพมากขึ้น ปัญหาการผิดชำระหนี้จะลดลง เพราะมีความเข้มงวดเพิ่มขึ้นในขั้นตอนการออกและเสนอขาย

หมายเหตุ : บทความชิ้นนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลการออกและเสนอขายหุ้นกู้กลุ่ม Non-Investment Grade ที่คงค้าง รวมถึงนำเสนอข้อมูลงบการเงินของบริษัทจดทะเบียน โดยไม่ได้มีเจตนาชี้นำหรือกล่าวหาว่าบริษัทใดจะผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้แต่อย่างใด







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด