ประเด็นร้อน

เซียนหุ้นเฮ!พอร์ตปี63 โตเกิน 10%-ปีนี้ชูเทรนด์ลงทุนตปท.

เซียนหุ้นเฮ!พอร์ตปี63 โตเกิน 10%-ปีนี้ชูเทรนด์ลงทุนตปท.

"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจผลตอบแทนพอร์ตเซียนหุ้นปี 63 ทั้งสายวีไอ-เทรดเดอร์ ส่วนใหญ่ชนะตลาดฯ แถมหลายรายกำไรโตเลขสองหลัก หลังปรับตัวไว เปลี่ยนกลยุทธ์รับมือสอดคล้องตลาดผันผวนหนักจากโควิด-19 ขณะที่มองปีนี้ฟื้น รับปัจจัยหนุนจากวัคซีนป้องกันโควิด และสภาพคล่องล้นตลาด จากฟันด์โฟลวไหลเข้า


*** "เสี่ยปู่" โกยกำไรสองหลัก  


"เสี่ยปู่" หรือ "สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล" นักลงทุนรายใหญ่ ระบุว่า ปี 63 พอร์ตการลงทุนให้ผลตอบแทนเป็นบวกมากระดับตัวเลขสองหลัก โดยพระเอกของพอร์ตคือหุ้นต่างประเทศ สร้างผลตอบแทนสูงสุด เพราะตัดสินใจเข้าซื้อถูกจังหวะในช่วงที่ราคาย่อลงมาจากการแพร่ระบาดโควิด-19 

ทั้งนี้ มองว่า ตลาดหุ้นไทยปี 64 จะดีขึ้น เพราะสภาพคล่องล้นตลาดมีโอกาสที่เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (Fund Flow) จะไหลเข้าต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยก็ยังมีความน่าสนใจหุ้นหลายตัวยังมีความ Laggard อยู่

กลยุทธ์ลงทุนปีนี้จะเน้นเลือกหุ้นที่กำไรสุทธิมีแนวโน้มเติบโต และมีอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ระดับ 6-7% ต่อปี โดยอาจจะมีการกระจายความเสี่ยงเข้าลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ เช่น จีน และสหรัฐฯ เลือกหุ้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพราะมีอัตราการเติบโตสูง เมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มอื่น     สำหรับสัดส่วนพอร์ตลงทุนปี 64 ยังคงเหมือนกับปี 63 ไม่ได้มีการปรับพอร์ตแต่อย่างใด โดยถือเงินสด 20% หุ้น 30% และที่ดิน 50%


*** "โจ ลูกอีสาน" ปรับกลยุทธ์ดันพอร์ตโตสองหลัก


"โจ ลูกอีสาน" หรือ อนุรักษ์ บุญแสวง อดีตนายกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) เผยว่า พอร์ตการลงทุนปี 63 ให้ผลตอบแทนเป็นบวกระดับตัวเลขสองหลัก เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนระหว่างปี จากเดิมเน้นลงทุนในหุ้นขนาดเล็ก 100% แต่เมื่อเกิดโควิด-19 ทำให้หุ้นขนาดเล็กมีความผันผวนสูง จึงเปลี่ยนกลยุทธ์ลงทุนไปเน้นลงทุนหุ้นขนาดกลางมากขึ้่น 

ขณะที่กลยุทธ์ลงทุนปี 64 เน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลางที่มีแนวโน้มเติบโตดี ราคาสมเหตุสมผล และมี P/E ไม่เกิน 30 เท่า โดยหุ้นลักษณะดังกล่าวมีอยู่ทุกอุตสาหกรรม ไม่ได้จำกัดอยู่แค่อุตสาหกรรมเดียว 

ขณะเดียวกันควรกระจายความเสี่ยงด้วยการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนหุ้นต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี เนื่องจากให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดหุ้นไทย ส่วนพอร์ตลงทุนปี 64 ยังคง เน้นการลงทุนแบบเดิม คือหุ้นในประเทศ 90% และหุ้นต่างประเทศ 10%


*** "ดร.นิเวศน์" แนะลุยหุ้นใหญ่ราคา Laggard


"ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร" นักลงทุนเน้นคุณค่า (VI) เปิดเผยว่า ผลตอบแทนการลงทุนปี 63 ติดลบใกล้เคียงตลาดหุ้นไทยราว 10% เพราะหุ้นในพอร์ตหลายบริษัทราคาปรับตัวลดลง จากปัจจัยลบการแพร่ระบาดของโควิด-19 แม้จะมีการปรับกลยุทธ์เข้าลงทุนหุ้นขนาดเล็กที่มีราคาต่ำจำนวนมาก แต่กลับไม่เติบโตตามคาด 

สำหรับปี 64 มีโอกาสที่ดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงระดับ 1,580 จุด จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจากเริ่มมีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในหลายประเทศแล้ว และปีต่อๆ ไปอาจปรับเพิ่มขึ้นถึงระดับ 1,700-1,800 จุด แต่ยังไม่ใช่ปีนี้ ดังนั้นจึงต้องมีการเลือกลงทุนอย่างรอบคอบ

โดยกลยุทธ์การลงทุนจะเน้นหุ้นขนาดใหญ่ที่พื้นฐานดีชัดเจน โดยราคายัง Laggard, มีการจ่ายปันผล และ P/E ต่ำ หรือคำนวณแล้วราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานราว 20-30% และที่สำคัญต้องเป็นบริษัทผู้นำของไทยด้วย โดยมั่นใจว่าหุ้นกลุ่มนี้จะ Outperform ในปี 64 จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจากเริ่มมีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในหลายประเทศแล้ว 

ขณะเดียวกันยังต้องไปลงทุนต่างประเทศด้วย เพื่อหาผลตอบแทนเพิ่ม ที่ผ่านมาก็มีการไปลงทุนในหุ้นเวียดนาม ผลตอบแทนดีเกิน 10% ซึ่งหุ้นเหล่านั้นมีโอกาสจะเป็น Super Stock ในอนาคต โดยปรับพอร์ตเป็นหุ้นเวียดนาม 20% จากเดิมอยู่ที่ 10% ลดหุ้นไทยเหลือ 75% และถือเงินสด 5% จากเดิมถือหุ้นไทย 90%


*** "เสี่ยป๋อง" คาดหุ้นไทยปีนี้ยืนเหนือ 1,600 จุด


"เสี่ยป๋อง" หรือ "วัชระ แก้วสว่าง" เทรดเดอร์รายใหญ่ ผลตอบแทนปี 63 เป็นบวกราว 10% โดยมีการปรับพอร์ตการลงทุนถึง 3 ครั้ง จากต้นปีลงทุนในหุ้นไทย 90% และหุ้นต่างประเทศ 10% แต่เมื่อมีการแพร่ระบาดโควิด-19 ตลาดหุ้นปรับตัวลงแรงจึงปรับพอร์ตมาถือเงินสด 100% ก่อนที่ช่วงปลายปีจะปรับพอร์ตกลับไปถือหุ้นเหมือนช่วงต้นปี

ทั้งนี้มองว่าปี 64 จะสดใสกว่าปี 63 ทั้งในทางพื้นฐานและทางเทคนิค ซึ่งมีปัจจัยบวกหลายประเด็น โดยมองว่า Fund Flow จะยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง เพราะระดับดัชนี 969.08 จุด (13 มี.ค.63) น่าจะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว ขณะที่มองว่าปีนี้มีโอกาสที่ดัชนีฯ กลับไปยืนเหนือ 1,600 จุดได้ ซึ่งครึ่งแรกปี 64 ดัชนีจะดี แต่ครึ่งปีหลังน่าจะเห็นการปรับฐานบ้าง แต่ระยะยาวปี 2570 มีโอกาสที่ดัชนีจะแตะระดับ 2,600-2,900 จุด

โดยกลยุทธ์ลงทุนปีนี้จะเน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี หรือหุ้นที่มีการทำธุรกิจเกี่ยวกับอนาคต และหุ้นโรงไฟฟ้า เนื่องจากมีรายได้มั่นคง อย่างไรก็ดียังคงใช้กลยุทธ์การดูกราฟเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุน แต่ก็ต้องมีวินัยที่ดีด้วย เลือกลงทุนในหุ้นที่เติบโตได้ดี เป็นหุ้นพื้นฐาน เชื่อว่ายังมีหุ้นหลายตัวที่ยัง Laggard อยู่ หรือเลือกหุ้นแถวสอง

ขณะที่พอร์ตการลงทุนปรับไปลงทุนในหุ้นไทย 70% หุ้นต่างประเทศ 10% อสังหาริมทรัพย์ 10% และถือเงินสด 10% จากปีก่อนที่ต้นปีลงทุนหุ้นไทย 90% และหุ้นต่างประเทศ 10% แต่หลังการระบาดโควิด-19 ตลาดหุ้นปรับตัวลงแรงจึงปรับพอร์ตมาถือเงินสด 100% ก่อนที่ช่วงปลายปีจะปรับพอร์ตกลับไปถือหุ้นเหมือนช่วงต้นปี


*** "กระทรวง จารุศิระ" ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด


"กระทรวง จารุศิระ" เทรดเดอร์ชื่อดังและผู้ริเริ่มโครงการ "ซูเปอร์ เทรดเดอร์ ไทยแลนด์" (Super Trader Thailand) เผยว่า ผลตอบแทนรวมปี 63 ชนะตลาดฯ โดยติดลบเล็กน้อย เพราะช่วงที่ตลาดฯ ประตัวลงแรง ขาดทุนค่อนข้างมาก แต่มีการปรับกลยุทธ์ระหว่างปีหลายครั้ง จนกลับมาชนะตลาดฯ 

ส่วนปีนี้ Fund Flow และ วัคซีนโควิด-19 จะเป็นปัจจัยบวก "ปลดล็อก" ให้ดัชนีหุ้นไทยเป็นขาขึ้นรอบใหม่ สะท้อนผ่านเส้นกราฟเทคนิคที่ส่งสัญญาณผงกหัวขึ้นแล้ว โดยให้เป้าหมายดัชนีปี 64 ที่ 1,650 จุด แต่ระหว่างทางดัชนี อาจจะมีการย่อหรือพักฐานบ้าง

"ปีหน้าเราจะเห็นดัชนีตลาดหุ้นไทยแตะ 1,650 จุดอย่างแน่นอน และมั่นใจ 1000% ว่าหุ้นจะไม่ลงไปต่ำระดับ 969 จุดอีกแน่นอน ภายใต้เงื่อนไขไม่มีอะไรมากระทบตลาดหุ้นแรงๆ อย่าง โควิด-19 กลายพันธุ์แล้วทำให้วัคซีนใช้ไม่ได้ หรือ เกิดสงครามโลก" กระทรวง กล่าว

ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ไม่น่าเป็นห่วงทั้งเรื่องการเมืองที่คาดว่าจะไม่มีอะไรรุนแรง และเศรษฐกิจที่เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว โดยปีนี้กลุ่มท่องเที่ยวน่าจะเริ่มฟื้นตัวได้ เพราะครึ่งปีหลังประชาชนไทยน่าจะได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว

สำหรับหุ้นกลุ่มที่จะได้ประโยชน์ปีนี้คาดว่าจะเป็นหุ้นวัฏจักร เช่น ปิโตรเคมี, น้ำมัน, ยางพารา , ธนาคาร, ขนส่งทางเรือ เป็นต้น ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ หลังการฉีดวัคซีน-19


*** "ธำรงชัย เอกอมรวงศ์ (หยง)" ฟันกำไรปี 63 กว่า 40%


"ธำรงชัย เอกอมรวงศ์" หรือ "หยง" เทรดเดอร์ชื่อดังเจ้าของหนังสือ Best Seller "หยงเกิดมาเทรด" ระบุว่า ปี 63 พอร์ตการลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 40% เพราะเข้าซื้อช่วงราคาปรับตัวลงแรงจากการระบาดของโควิด-19 เมื่อต้นปี และที่สำคัญ 65% ของพอร์ตเป็นหุ้นต่างประเทศ ซึ่งให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นไทย 

ขณะที่กลยุทธ์การลงทุนปี 64 เน้นเลือกหุ้นที่มี ROE มากกว่า 15% และกำไรขั้นต้นควรมากกว่าหลักหน่วย เพราะจะสามารถทนผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ในกรณีที่กลับมากดดันตลาดรุนแรงอีกครั้ง 

นอกจากนี้ควรกระจายความเสี่ยงไปยังกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศ เนื่องจากมีอัตราการเติบโตสูง โดยพอร์ตการลงทุนแนะนำถือหุ้นไทย 30% และหุ้นต่างประเทศ 70%

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด