ประเด็นร้อน

"ขาใหญ่" เทขาย 15 หุ้น ปรับพอร์ตลงทุนช่วงโควิด

7 เซียนหุ้นแห่ปรับพอร์ต เทขาย 15 หุ้น แทบเกลี้ยงพอร์ต มูลค่ารวมกว่า 5.7 พันล้านบาท จนหลุดโผรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ เพราะถือสัดส่วนไม่ถึง 0.5% แจงปรับกลยุทธ์รับมือโควิด-19 หุ้นยังดีชิงขายทำกำไร-หุ้นแย่ยอมตัดขาดทุน

*** 7 เซียนเทขายหุ้น 15 บจ. จนหลุดโผผู้ถือหุ้นใหญ่

"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจพอร์ตเซียนหุ้น ณ 24 ก.ค.63 เทียบกับการจัดอันดับพอร์ตเซียนหุ้น ณ 7 เม.ย.63 พบว่า มี 7 รายขายหุ้นออกจนไม่ติดรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งต้องมีสัดส่วนการถือครองมากกว่า 0.5% โดยมี 15 บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ถูกขาย ได้แก่

15 บจ.ที่เซียนหุ้นขายจนหลุดรายชื่อ ผถห.ใหญ่

ชื่อนักลงทุน

ชื่อย่อหุ้น

จำนวนหุ้น

(ล.หุ้น)

วันปิดสมุดล่าสุดที่มีชื่อ

ราคาปิด*

(บ.)

มูลค่า**

(บ.)

รวมมูลค่า

(ลบ.)

สถาพร งามเรืองพงศ์

KTC

128.51

25/05/63

37.75

4,851.21

5,200.31

BFIT

10.49

13/03/63

28.75

301.71

EKH

13.09

12/03/63

3.62

47.39

นเรศ งามอภิชน

SPALI

11.00

11/03/63

16.60

182.60

182.60

วิชัย วชิรพงศ์

ITD

53.85

15/05/62

2.20

118.47

143.52

META

16.16

02/07/62

1.55

25.05

ประชา ดำรงสุทธิพงศ์

AUCT

22.18

16/03/63

5.10

113.11

113.11

อนุรักษ์ บุญแสวง

TPCH

2.02

22/08/62

12.20

24.66

68.28

NER

8.59

12/03/63

1.99

17.09

TCMC

14.44

20/03/63

0.82

11.84

D

1.76

12/03/63

2.76

4.87

SVOA

6.66

12/03/63

0.68

4.53

WIIK

3.16

28/11/62

1.27

4.01

SE

1.21

22/03/63

1.06

1.29

สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล

RBF

10.24

10/03/63

4.30

44.02

44.02

พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี

TCMC

25.84

20/03/63

0.82

21.19

21.19

* ราคาปิด ณ วันปิดสมุดล่าสุดที่เซียนหุ้นมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

** มูลค่าเทียบคำนวณจากราคาหุ้น ณ วันปิดสมุดล่าสุดที่เซียนหุ้นมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่


*** พบเซียนขายหุ้นเกือบเกลี้ยงพอร์ต

"สถาพร งามเรืองพงศ์" ขายหุ้นออกมูลค่าสูงสุด โดย ณ 25 พ.ค.63 ถือครองหุ้น บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) จำนวน 128.51 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 4.98% เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 แต่ล่าสุด ณ 30 มิ.ย.63 ไม่ปรากฎอยู่ในรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่แล้ว โดยหากคำนวณราคาปิด ณ 25 พ.ค.63 ที่ 37.75 บาท/หุ้น จะมีมูลค่ารวม 4,851.21 ล้านบาท 

ขณะเดียวกันยังขายหุ้น บมจ.เงินทุน ศรีสวัสดิ์ (BFIT) และ บมจ.เอกชัยการแพทย์ (EKH) จนไม่ติดโผรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่แล้วเช่นกัน คิดเป็นมูลค่า ณ วันปิดสมุดครั้งสุดท้ายที่มีรายชื่อ 301.71 ล้านบาท และ 47.39 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเมื่อรวมทั้ง 3 บริษัทที่ขายออกจนหลุดโผรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ คิดเป็นมูลค่ารวมถึง 5,200.31 ล้านบาท

ปัจจุบัน "สถาพร งามเรืองพงศ์" ปรากฎรายชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีสัดส่วนเกิน 0.5% เพียงบริษัทเดียว คือ บมจ.ดูโฮม (DOHOME) แต่ได้มีการลดสัดส่วนการถือครองเหลือเพียง 1.71% หรือ 31.8 ล้านหุ้น ณ วันปิดสมุด 9 มิ.ย.63 เทียบกับวันปิดสมุด ณ 12 มี.ค.63 มีสัดส่วนการถือครอง 3.63% หรือ 67.43 ล้านหุ้น

ทั้งนี้ เมื่อคำนวณมูลค่าหุ้นจากราคาปิด ณ วันปิดสมุด ที่กลุ่มเซียนทั้ง 7 ราย มีรายชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วนมากกว่า 0.5% พบว่า 15 หุ้น ที่ถูกขายมีมูลค่ารวม 5773.03 ล้านบาท

*** 2 เซียนหุ้นพร้อมใจขาย TCMC

บมจ.ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น (TCMC) ซึ่งมีนักลงทุนรายใหญ่ 2 ราย ถือครองมากกว่า 0.5% เมื่อเดือน มี.ค.63 ได้แก่ “พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี” และ “อนุรักษ์ บุญแสวง” สัดส่วน 0.82% และ 1.89% ตามลำดับ ล่าสุดถูกเทขายออกจนไม่ปรากฏในรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่แล้วทั้ง 2 ราย

*** ชิงขายทำกำไรไร-ตัดขาดทุน หลังโควิด-19 บุก

"วิชัย วชิรพงศ์" หรือ เสี่ยยักษ์ ระบุว่า ได้ขายตัดขาดทุน (Cut Loss) หุ้นบางบริษัทออกจากพอร์ต เนื่องจากทิศทางผลประกอบการไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อมูลค่าธุรกิจและราคาหุ้นในระยะยาว โดยถือเป็นการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับภาวะตลาดหุ้นไทยในปัจจุบัน 

"ตั้งแต่มีโควิด-19 ผมได้ปรับกลยุทธ์การลงทุนใหม่ หุ้นตัวไหนที่ไม่สร้างกำไรและมีแนวโน้มทางธุรกิจไม่สู้ดีนัก ก็ต้องตัดขาดทุนออกไป จากนี้จะเน้นธุรกิจที่เติบโตได้และเลี่ยงหุ้นที่จะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพราะมองว่าโรคนี้จะยังไม่มีทางแก้ไขแบบเด็ดขาดไปอีกพักใหญ่" เสี่ยยักษ์ กล่าว

ด้าน "อนุรักษ์ บุญแสวง" หรือ โจ ลูกอีสาน เผยว่า ช่วงที่ตลาดหุ้นไทยโดนแรงกระแทกจากโควิด-19 ได้มีการปรับพอร์ตครั้งใหญ่ เน้นหุ้นขนาดกลาง-ใหญ่ที่มีธุรกิจมั่นคงในระยะยาวมากขึ้น ส่วนหุ้นขนาดเล็กบริษัทไหนที่มีกำไรก็จะขายทำกำไรออกไป ส่วนบริษัทไหนที่ขาดทุนก็จะขายตัดขาดทุนไปเลย เพราะภาพรวมเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญ บริษัทขนาดเล็กจะได้รับผลกระทบมากกว่าในระยะยาว

อย่างไรก็ตามหุ้นบางบริษัทที่ไม่ปรากฎชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่เกิน 0.5% ยังไม่ได้ขายทั้งหมด แต่อาจจะลดสัดส่วนการถือครองลง เพื่อกระจายเงินลงทุน โดยปัจจุบันยังมีหุ้นในพอร์ตรวมกว่า 50 บริษัท และผลตอบแทนรวมติดลบน้อยกว่าตลาดฯ

"ตั้งแต่มีโควิด-19 นักลงทุนรายใหญ่มีการปรับพอร์ตกันเยอะ เพราะหลายธุรกิจได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ผมก็ขายหุ้นเล็กไปหลายตัว มีทั้งได้กำไรและขนาดทุน ถัวเฉลี่ยกันไป เปลี่ยนไปเน้นบริษัทขนาดกลาง-ใหญ่ที่มีขีดความสามารถการแข่งขันสูงในแต่ละอุตสาหกรรมไว้ก่อน ในฐานะนักลงทุนอาชีพเราต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์เสมอ นักลงทุนวีไอรายใหญ่บางรายถึงขั้นขายหุ้นไทยทั้งพอร์ตเพื่อไปลงทุนหุ้นต่างประเทศ 100% เพราะมีศักยภาพการเติบโตระยะยาวมากกว่าเช่น หุ้นเทคโนโลยี เพราะมองว่าหุ้นไทยเริ่มมีข้อจำกัดด้าน Valuation และลักษณะของอุตสาหกรรม" โจ ลูกอีสาน เสริม

ส่วนนักลงทุนรายใหญ่อีกราย ซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม มองว่า โควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยาว หลายอุตสาหกรรมที่เคยเติบโตโดดเด่นอาจจะไม่เป็นเช่นเดิมอีกต่อไป เพราะโควิด-19 เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต แม้ปัจจุบันหุ้นที่เข้าไปลงทุนยังเป็นบริษัทที่ดีมีกำไร แต่การเติบโตลดลงและมีแนวโน้มที่ไม่สดใสในอีก 1-2 ปีถัดไป ดังนั้นจึงต้องขายหุ้นออกก่อนเพื่อล็อคกำไร

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด