ประเด็นร้อน

ไอพีโอฮ็อตสุดรอบ 5 ปี พบ 15 บริษัทจ่อคิวเข้าเทรด

ไอพีโอฮ็อตสุดรอบ 5 ปี พบ 15 บริษัทจ่อคิวเข้าเทรด

วงการหุ้นไอพีโอคึกคัก ราคาพุ่งแจ่มสุดรอบ 5 ปี สวนทางภาวะตลาด พบ 2 บริษัททะยานวันแรกแตะ 200% วงการชี้ รายย่อยคัมแบ็คแห่เก็งกำไร หลังหุ้นในกระดานหมดเสน่ห์ มีอีก 15 บริษัทต่อคิวเทรด หลัง ก.ล.ต.อนุมัติไฟลิ่ง กูรูติง ศึกษาข้อมูลให้รอบคอบรายบริษัท ไม่มีการันตีว่าจะดีแน่ทุกราย

*** ผลตอบแทนไอพีโอแจ่มสุดรอบ 5 ปี

"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจสถิติราคาหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) พบว่า ผลตอบแทนเฉลี่ย ณ ราคาปิดการซื้อขายวันแรก ของหุ้นไอพีโอที่เข้าซื้อขายในปีนี้รวม 7 บริษัท อยู่ที่ 76% สูงสุดในรอบ 5 ปี โดยปีที่ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าปัจจุบันคือปี 2557 มีหุ้นไอพีโอเข้าจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 36 บริษัท ผลตอบแทนเฉลี่ย ณ ราคาปิดการซื้อขายวันแรกระดับ 93%

ขณะที่ปีนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ที่มีหุ้นไอพีโอถึง 2 บริษัทเปิดการซื้อขายวันแรกและปิดการซื้อขายวันแรกราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 200% จากราคาไอพีโอ (ปี 57 มี 5 บริษัท) ได้แก่ บมจ.ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป (IIG) และ บมจ.ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี (SICT) 

โดย 7 บริษัทที่ขายไอพีโอปีนี้ประกอบด้วย

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นไอพีโอปี 63

ชื่อย่อหุ้น

วันเทรด

ราคาไอพีโอ

(บ.)

% การเปลี่ยนแปลงราคาหุ้นช่วงต่าง ๆ เทียบกับราคาไอพีโอ

เปิดวันแรก

ปิดวันแรก

ล่าสุด

สูงสุด

ต่ำสุด

SCM

08/09/63

1.9

50.53

29.47

11.58

69.47

10.53

ETC

18/08/63

2.6

53.85

4.62

-28.46

76.92

-31.15

IIG

06/08/63

6.6

200.00

200.00

162.12

277.27

90.91

SICT

30/07/63

1.38

200.00

200.00

214.49

418.12

156.52

STGT

02/07/63

34

62.50

77.94

100.74

164.71

62.50

CRC

20/02/63

42

0.60

-0.60

-35.71

0.60

-50.71

YGG

07/01/63

5

7.00

22.00

102.00

234.00

-35.60


ทั้ง 7 บริษัท ราคาเปิดการซื้อขายวันแรกเพิ่มขึ้นจากราคาไอพีโอ เทียบกับปีก่อนมีถึง 9 บริษัทที่ราคาเปิดซื้อขายวันแรกติดลบ โดยมีเพียงบริษัทเดียวที่ราคาปิดการซื้อขายวันแรกปรับตัวลดลงจากราคาไอพีโอ

บมจ.ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี (SICT) เป็นบริษัทที่มีราคาล่าสุดเพิ่มขึ้นสูงสุดเมื่อเทียบกับราคาไอพีโอถึง 214.49% โดย ณ 12 ก.ย.63 ราคาปิดที่ 4.34 บาท จากราคาไอพีโอที่ 1.38 บาท และเป็นบริษัทที่ราคาขึ้นไปสูงสุดจากราคาไอพีโอถึง 418.12% โดยขึ้นไปถึงระดับ 7.15 บาท

*** หุ้นในกระดานหมดเสน่ห์

"ณัฐชาต เมฆมาสิน" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ ระบุว่า ความน่าสนใจของหุ้นในกระดานเริ่มตึงตัวโดยเฉพาะด้านมูลค่า (Valuation)  หุ้นไอพีโอจึงกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เพราะมีความใหม่ ขณะที่การตั้งราคาเสนอขายอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลมากขึ้น มีส่วนลดพอสมควร และไม่แพงเกินไปเหมือนช่วงก่อนโควิด-19 จะระบาด ขณะเดียวกันนักลงทุนรายย่อยเข้ามามีบทบาทในตลาดมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ซึ่งหุ้นไอพีโอจะเป็นเป้าหมายสำคัญของนักลงทุนกลุ่มนี้

เช่นเดียวกับ แหล่งข่าวผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินรายใหญ่ เผยว่า สภาพคล่องของนักลงทุนรายย่อยที่เก็บเงินสดไว้ช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก เริ่มกลับเข้าสู่ตลาดหุ้น เพราะมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่หุ้นในกระดานกลับเหลือตัวเลือกไม่มากนัก เพราะได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า บางบริษัทแนวโน้มธุรกิจไม่สัมพันธ์กับราคา ซึ่งหุ้นไอพีโอจะน่าสนใจกว่าในแง่ความใหม่ของธุรกิจ และ ผลประกอบการที่ยังเป็นขาขึ้น  

ด้าน "แมนพงศ์ เสนาณรงค์" รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มองว่า หุ้นไอพีโอที่เสนอขายช่วงหลังโควิด-19 ราคาปรับตัวร้อนแรง เพราะหลายธุรกิจได้รับอานิสงส์จากกระแสการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ (New Normal) เช่น ธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับถุงมือยาง, ธุรกิจเทคโนโลยี หรือบางบริษัทเป็นธุรกิจใหม่ที่ยังไม่เคยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นพิเศษ

ส่วน "อนุรักษ์ บุญแสวง" หรือ โจ ลูกอีสาน อดีตนายกสมาคมนักลงทุนหุ้นเน้นคุณค่า (VI) ประเมินว่า ไอพีโอที่เข้าบริษัทแรกหลังโควิด-19 อย่าง STGT ราคาปรับตัวขึ้นร้อนแรง เนื่องจากธุรกิจมีความจำเป็นในยุคโควิด-19 ส่วนไอพีโอที่ตามเข้ามาอยู่ในธุรกิจเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ซึ่งยังมีไม่มากในตลาดหุ้นไทย และนักลงทุนให้ความสนใจ ราคาจึงกระโดดร้อนแรงตามไปด้วย ส่งผลให้หลังจากนั้น มีนักลงทุนเข้ามาดักซื้อเก็งกำไรในช่วงเปิดตลาดวันแรกสำหรับไอพีโอบริษัทต่อมา ปลุกกระแสหุ้นไอพีโอร้อนแรงขึ้นมาอีกรอบ

*** 15 ไอพีโอจ่อเข้าเทรด

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีบริษัทอยู่ระหว่างยื่นแบบไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์รวมทั้งสิ้น 28 บริษัท โดยได้รับการอนุมัติจาก ก.ล.ต.ให้เข้าซื้อขายได้แล้วถึง 15 บริษัท ประกอบด้วย

หุ้นไอพีโอที่ได้รับการอนุมัติจาก ก.ล.ต.แล้ว

ชื่อบริษัท

ขายไอพีโอ (ล.หุ้น)

ธุรกิจ

ที่ปรึกษาการเงิน

จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

“เอสซีจี แพคเกจจิ้ง” (SCGP)

1,194.80

บรรจุภัณฑ์

ธ.ไทยพาณิชย์

“ศักดิ์สยามลิสซิ่ง” (SAK)

546

เงินทุนและหลักทรัพย์

บล.ธนชาต

เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ (NRF)

340

อาหารและเครื่องดื่ม

ธ.ไทยพาณิชย์

ไซมิส แอสเสท (SA)

320

อสังหาริมทรัพย์

บล.ธนชาติ

“ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง” (SNNP)

260

อาหารและเครื่องดื่ม

ธ.ไทยพาณิชย์

ไมโครลิสซิ่ง (MICRO)

235

เงินทุนและหลักทรัพย์

เอเซีย พลัส

“สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์” (SAV)

224

ขนส่งและโลจิสติกส์

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง

เวล เกรด เอ็นจิเนียริ่ง (WGE)

160

รับเหมาก่อสร้าง

คันทรี่ กรุ๊ป แอ๊ดไวเซอรี่

ทางยกระดับดอนเมือง (DMT)

140

ขนส่งและโลจิสติกส์

อวานการ์ด แคปปิตอล

เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู. ยูทิลิตี้ (JR)

100

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

บล.ฟินันเซีย ไซรัส

“สยามราชธานี” (SO)

85

บริการเฉพาะกิจ

อวานการ์ด แคปปิตอล

จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

“สบาย เทคโนโลยี” (SABUY)

157.02

บริการ

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง

“ศิรกร” (SK)

115.35

อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์

ไทยเทคโนกลาส กรุ๊ป (TTG)

106

อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์

“ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี” (SICT)

100

เทคโนโลยี

ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่


*** อย่าวู่วามลงทุน ต้องศึกษารายธุรกิจ

"แมนพงศ์ เสนาณรงค์" เสริมว่า นักลงทุนต้องพิจารณาข้อมูลรายบริษัทอย่างรอบคอบ ประเมินแนวโน้มธุรกิจที่สนใจจริง ๆ ไม่ควรเข้าลงทุนทุกบริษัทเพื่อหวังเก็งกำไรในการซื้อขายวันแรก เพราะไม่มีการันตีว่าราคาหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกบริษัท

ขณะที่ "อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล" ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ แนะนำว่า นักลงทุนที่จะลงทุนหุ้นไอพีโอต้องตอบคำถามกับตนเองให้ได้อย่างน้อย 3 ข้อ ประกอบด้วย

1.บริษัทดำเนินธุรกิจอะไร เข้าใจภาพรวมของการดำเนินธุรกิจ แนวโน้มการเติบโตทั้งจากอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต โดยอาจประเมินได้จากภาวะอุตสาหกรรม และวิเคราะห์ปัจจัยกดดันทั้ง 5 (Five Force Model) ได้แก่ การเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่, การต่อรองของลูกค้า, สินค้าทดแทน, ช่องทางผู้จัดหาวัตถุดิบ หรือซัพพลายเออร์, การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนเข้าใจภาพรวมของธุรกิจมากขึ้นว่ามีอะไรบ้างที่จะส่งผลกระทบกับธุรกิจบ้าง

2.วัตถุประสงค์การระดมทุน เช่น เพื่อใช้สำหรับการขยายกิจการชำระคืนหนี้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของกิจการ ซึ่งจะช่วยให้ประเมินโอกาส และความเสี่ยงในอนาคตข้างหน้าได้

3.เปรียบเทียบราคาหุ้นกับมูลค่าที่เหมาะสม หากราคาหุ้นอยู่สูงเกินมูลค่าที่เหมาะสม ถึงแม้จะเป็นกิจการที่ดีมีอนาคต แต่อาจไม่ใช่ทางเลือกที่น่าลงทุน ควรมองหาธุรกิจที่ดี และราคายังต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสมอยู่ โดยหาได้จากบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ว่ามีมูลค่าสูงสุด - ต่ำสุด และเฉลี่ยเท่าไร แต่หากไม่มี อาจใช้วิธีการประเมินมูลค่าอย่างง่าย ๆ เช่น อัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) หรือราคาหุ้นตามมูลค่าทางบัญชี (P/BV) โดยเปรียบเทียบกับหุ้นในตลาดฯ ที่มีลักษณะธุรกิจคล้ายคลึงกัน


เช่นเดียวกับ "วัชระ แก้วสว่าง" หรือ เสี่ยป๋อง นักลงทุนสายรายใหญ่ ระบุว่า การลงทุนหุ้นไอพีโอต้องดูเป็นรายบริษัท เพราะธุรกิจแตกต่างกัน ต้องเข้าใจพื้นฐานอย่างแท้จริง เช่น ภาพรวมธุรกิจ แนวโน้มการเติบโตของกำไร มีฟรีโฟลทมากน้อยแค่ไหน รวมถึงการกำหนดราคาจองซื้อว่าเกินจากราคาพื้นฐานหรือไม่ 

ขณะเดียวกัน "โจ ลูกอีสาน" ปิดท้ายว่า ไม่ควรเสี่ยงเข้าลงทุนหุ้นไอพีโอเพราะหวังว่าราคาหุ้นวันแรกจะปรับตัวขึ้น 200% หมดทุกบริษัท เพราะเป็นไปไม่ได้ และเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ราคาจะปรับตัวลดลงเสมอ 

"ส่วนนักลงทุนที่นิยมเข้าไปดักเก็งกำไรช่วงเปิดตลาดวันแรก เพราะบางคนหวังว่าจะมีเจ้ามือคนมาคอยช่วยดันราคาหุ้น ก็ไม่ควรทำเช่นกัน เพราะเจ้ามือคงไม่ยอมปล่อยให้ทำกำไรออกไปได้ง่าย ๆ แม้รอบก่อนหน้านี้จะได้ แต่รอบอื่น ๆ อาจพลาดก็ได้ ทางที่ดีหากไม่ได้จองซื้อหุ้นไอพีโอแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงดีกว่า เพราะแม้ราคาเปิดซื้อขายวันแรกจะปรับตัวขึ้นสูง แต่สุดท้ายจะลงไปหาพื้นฐานเสมอ รอให้กระแสช่วงแรกสะเด็ดน้ำก่อนดีกว่า ยกเว้นหุ้นไอพีโอบริษัทนั้นจะมีพื้นฐานธุรกิจที่ดีมาก ๆ ก็จะพิจารณาไปอีกทางได้"

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด