ประเด็นร้อน

| 17 เมษายน 2561 | 09:13

เกณฑ์เข้ม-ธุรกิจชะงัก ฉุดไอพีโอฝืด

    ดูเหมือนว่าปีนี้การออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) ค่อนข้างจะเงียบเหงาพอสมควร เพราะผ่านไปเกือบ 4 เดือน มีบริษัทเข้าจดทะเบียนแค่ 3 รายเท่านั้น เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่เข้าเทรดถึง 9 บริษัท 
    ส่วนจำนวนบริษัทที่ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (Filing) ปีนี้ก็ลดลงเช่นเดียวกัน โดยข้อมูลล่าสุด (12 เม.ย.61) มีเพียง 3 บริษัทที่ยื่นในปีนี้ ต่างจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ยื่นไฟลิ่งถึง 8 บริษัท
    ขณะที่หากประเมินจากสถิติครึ่งปีแรกพบว่า มีบริษัทที่เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยปี 60 มีบริษัทยื่นไฟลิ่งทั้งสิ้น 21 บริษัท เข้าเทรดสำเร็จ 10 บริษัท ปี 59 ยื่นไฟลิ่ง 16 บริษัท เข้าเทรด 6 บริษัท และปี 58 ยื่นไฟลิ่ง 14 บริษัท เข้าเทรด 11 บริษัท

สถิติไอพีโอครึ่งปีแรก 5 ปีย้อนหลัง

ช่วงเวลา

ไฟลิ่ง

เข้าจดทะเบียน

SET

mai

รวม

SET

mai

รวม

Q1/56

7

6

23

1

4

11

Q2/56

4

6

3

3

Q1/57

1

0

12

2

2

13

Q2/57

3

8

7

2

Q1/58

3

2

14

4

2

11

Q2/58

4

5

3

2

Q1/59

3

2

16

1

1

6

Q2/59

5

6

0

4

Q1/60

2

3

21

2

3

10

Q2/60

8

8

3

2

Q1/61

0

0

3

1

2

3

Q2/61*

1

2

0

0

หมายเหตุ : * ข้อมูลถึงวันที่ 12 เม.ย.61

*** วงการเผยเหตุ กฎเกณฑ์เข้มงวด-ธุรกิจโตไม่ทัน ส่งผลกระทบ 
    ผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษาการเงินรายใหญ่ ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้จำนวนบริษัทที่จะขายไอพีโอปีนี้ลดลง เกิดจากการปรับเปลี่ยนเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ของ สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีความเข้มงวดมากขึ้น ตั้งแต่คุณสมบัติของบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียน รวมถึงขั้นตอนการพิจารณาไฟลิ่ง ซึ่งหลายรายต้องเลื่อนหรือถอนแผนการระดมทุนออกไป 
    "การเปลี่ยนเกณฑ์คุณสมบัติรับบริษัทเข้าจดทะเบียนเมื่อต้นปี 60 เริ่มส่งผลชัดเจนแล้วในตอนนี้ โดยเฉพาะเรื่องกำไรสุทธิของ mai ที่ต้องมีไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท จากเดิมแค่ไม่ขาดทุน ซึ่งบริษัทขนาดเล็กหลายรายโตไม่ทัน
    แม้ปีก่อนอาจจะเห็นว่าไม่มีผลกระทบ แต่บริษัทเหล่านั้นเตรียมตัวมาล่วงหน้า 2-3 ปีก่อนหน้านั้นแล้ว
    สถานการณ์ปัจจุบันถือว่าสะท้อนการเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุด เพราะโดยปกติช่วงที่ตลาดหุ้นไทยเป็นขาขึ้น การขายไอพีโอก็จะคึกคักตามไปด้วย เพราะจะได้ประโยชน์ในเชิงมูลค่าต่อผู้ออกหลักทรัพย์ แต่ตอนนี้กลับตรงกันข้าม
    เมื่อเกณฑ์เข้มข้นขึ้น แต่บริษัทที่จะขายไอพีโอเติบโตไม่ทันหรือสร้างคุณสมบัติได้ไม่เพียงพอ ก็ต้องรอหรือยกเลิกแผนการระดมทุนด้วยการขายไอพีโอและหันไปใช้ช่องทางอื่นแทน เพราะธุรกิจต้องเดินหน้า ไม่สามารถรอได้"
    เช่นเดียวกับ "ประพันธ์ เจริญประวัติ" ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่ยอมรับว่า บริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนใน mai ได้รับผลกระทบจากการปรับเพิ่มความเข้มข้นของเกณฑ์การเข้าระดมทุน ทำให้บริษัทบางส่วน ต้องเลื่อนแผนการเข้าระดมทุนออกไป 
     "บริษัทที่เตรียมเข้าระดมทุนส่วนหนึ่ง ได้รับผลกระทบหลังจากการปรับเกณฑ์ไอพีโอใหม่ ทำให้ต้องเลื่อนการระดมทุนออกไป เพราะรอผลประกอบการให้ผ่านเกณฑ์ก่อน
      อย่างไรก็ตามจำนวนบริษัท ที่ต้องเลื่อนนั้นมีไม่มาก และมองว่า เป็นเพียงแค่เลื่อนเวลา เพื่อยกระดับบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนให้มีมาตรฐานสูงขึ้นตามกฎเกณฑ์ที่ตลาดได้วางไว้ ซึ่งสิ่งที่ ตลท.และ ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงเพราะมีวัตถุประสงค์ เพื่อต้องการยกระดับคุณภาพของ บริษัทจดทะเบียนให้ดีขึ้น"
    ทั้งนี้ยังคงมั่นใจว่าช่วงครึ่งปีหลังการระดมทุนผ่านไอพีโอจะกลับมาคึกคักเหมือนเดิม และคาดว่าจะมีบริษัทเข้าระดมทุน ประมาณ 15 บริษัท  หรือ เพิ่มมาร์เก็ตแคปประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เพราะหลายรายรอปิดงบปี 60 ก่อนยื่นไฟลิ่ง 

*** ล่าสุดมีบริษัทเตรียมขายไอพีโอ 8 ราย
    ทั้งนี้ปัจจุบันมีบริษัทที่อยู่ระหว่างการขออนุญาตเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) และ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) รวม 8 บริษัท ประกอบด้วยที่เข้า SET 
    1.บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) 
    2.บริษัท ชิค รีพับบลิค จำกัด (มหาชน)
    3.บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน)

    เข้า mai 
    1.บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
    2.บริษัท นครหลวง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)    
    3.บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) 
    4.บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน)    
    5.บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน)

    โดยมี 3 รายที่ยื่นไฟลิ่งปีนี้ คือ "ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก",  "ทีม คอนซัลติ้งฯ" และ "เอ็ม วิชั่น" ส่วนที่เหลือยื่นไฟลิ่งตั้งแต่ปลายปีก่อน
    ส่วนที่เข้าซื้อขายไปแล้วปีนี้ได้แก่ 
    1.บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) หรือ CMAN เข้าเทรด SET 21 มี.ค. 2561
    2.บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO เข้าเทรด mai 22 มี.ค. 2561
    3.บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน) หรือ ABM เข้าเทรด mai 27 ก.พ. 2561

*** สยองเกณฑ์ใหม่ตรวจบัญชีย้อนหลัง 3 ปี กดไอพีโอฝืดหนัก
    ขณะที่ปัจจุบัน ก.ล.ต.เตรียมเพิ่มเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ใหม่ให้เข้มงวดกว่าเดิม โดยต้องเปิดเผยงบการเงินย้อนหลัง 3 ปี จากเดิมแค่ 1 ปี เพื่อให้ไปตามมาตรฐานสากล (IOSCO Standard) ซึ่งอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นหรือ (เฮียริ่ง) 
    "สมภพ กีระสุนทรพงษ์" กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส มองว่า เกณฑ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ต่อการออกหุ้นไอพีโอ โดยเฉพาะระยะเวลาของการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะยืดออกไปเป็น 4 - 5 ปี จากเดิมที่ใช้เวลา เพียง 1-2 ปี 
    โดยระบุว่าการปรับเปลี่ยนระบบบัญชีของ "บริษัทจำกัด" มาเป็นมาตรฐานบัญชีของ "บริษัทมหาชน" ต้องใช้เวลาพอสมควร และการใช้เวลาเข้าจดทะเบียนมากขึ้นก็เป็นความเสี่ยงที่บริษัทต่าง ๆ จะเปลี่ยนใจไม่เข้าจดทะเบียนได้
    ด้าน "แมนพงศ์ เสนาณรงค์" กรรมการผู้จัดการ สานงานวาณิชธนกิจ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า บริษัทต่าง ๆ ที่สนใจ เข้าตลาดหุ้นต้องเตรียมตัวเฉพาะทำงบการเงิน อย่างน้อย 3 ปียังไม่นับรวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่ต้องทำเพิ่มเติมอีกหลาย ๆ เรื่อง 
    "เรื่องนี้ต้องมีการพูดคุยกับหลายฝ่าย ในแง่ของบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนก็ต้องตัดสินใจว่าจะคุ้มค่าหรือไม่ กับภาระค่าผู้สอบบัญชีที่สูงขึ้น และหากสุดท้าย บริษัทเปลี่ยนใจไม่เข้าตลาดหุ้นจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง 
    ส่วนผลกระทบของที่ปรึกษาการเงินก็คือเรื่องของเวลาในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนที่อาจนานขึ้นตามไปด้วย"
    ด้านที่ผู้บริหารที่ปรึกษาทางการเงิน ระบุว่า เกณฑ์ดังกล่าวจะทำให้การเสนอขายหุ้นไอพีโอซบเซาไปอีก 3 - 5 ปี นับจากวันที่เริ่มประกาศใช้ เพราะผู้ประกอบการรายเล็กจะถอดใจจากการระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ เพราะโอกาสทางธุรกิจ ไม่สามารถใช้เวลารอนานได้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด