ประเด็นร้อน

ฟองสบู่หุ้น"พี/อี"สูงแตก! รายย่อยตาสว่าง วอลุ่มเก็งกำไรลดฮวบ

ฟองสบู่หุ้น

    หลายปีที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มหุ้นเก็งกำไรมักจะได้รับความนิยมเสมอ นักลงทุนแห่เข้าซื้อขายโดยไม่สนว่าอัตราราคาต่อกำไรต่อหุ้น(P/E)จะพุ่งไปสูงขนาดไหน หลายบริษัทมี"พี/อี" มากกว่า 100 เท่าก็ยังมีแรงซื้ออัดเข้าไปต่อเนื่อง
    แต่จากการสำรวจข้อมูลล่าสุดของ"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย"กลับพบว่า ปัจจุบันจำนวนหุ้น"พี/อี"สูง ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยส่วนใหญ่ลดลงจากราคาหุ้นไม่ใช่ลดลงจากกำไรที่เติบโต เสมือนว่าความนิยมการเข้าเก็งกำไรหุ้นกลุ่มนี้กำลังจะจางหายไป

*** หุ้น"พี/อี"สูงลดฮวบ วอลุ่มเบาบาง
    ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ (ตลท.) ระบุว่า หุ้น"พี/อี"สูงเกิน 50 เท่า เหลืออยู่เพียง 45 บริษัท ลดลงจากสิ้นปีก่อนที่มี 66 บริษัท หรือลดลง 31.81% และช่วงที่ดัชนีฯขึ้นทำนิวไฮเมื่อต้นปีมีหุ้น"พี/อี"สูง จำนวนถึง 69 บริษัท
    ส่วนหุ้น"พี/อี"เกิน 100 เท่า เหลืออยู่เพียง 16 บริษัท จากสิ้นปีก่อนที่ 20 บริษัท และช่วงดัชนีฯทำนิวไฮมีถึง 25 บริษัท
    ขณะเดียวกันมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของหุ้นกลุ่มนี้ก็ลดลงด้วยเช่นกัน โดยจากต้นปี (Year to date) หุ้นที่"พี/อี"เกิน 50 เท่า มีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมประมาณ 23 ล้านบาทเท่านั้น ต่างจากสิ้นปีก่อนที่อยู่ระดับ 46 ล้านบาทต่อวัน หรือปี 59 ที่ 43 ล้านบาทต่อวัน

*** หุ้นติด Cash balance หายกว่าครึ่ง
    นอกจากนี้พบว่า ตั้งแต่ต้นปีมีหุ้นที่ติด Cash balance เพียง 34 บริษัท ลดลงจากปีก่อนที่ 83 บริษัท และปี 59 ที่ 90 บริษัท โดยไม่มีบริษัทใดติด Trading alert ระดับ 2-3 เลย 
    "ภากร ปีตธวัชชัย" กรรมการและผู้จัดการ ตลท. ระบุว่า นักลงทุนไทยมีพัฒนาการด้านความรู้ความเข้าใจในการลงทุนมากขึ้น เลือกลงทุนหุ้นที่ราคาและพื้นฐานอยู่ในระดับที่เหมาะสมและสอดคล้องกัน พฤติกรรมการเก็งกำไรเริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยยกระดับตลาดหุ้นไทยได้ในระยะยาว 
    ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ฯมีเครื่องมือที่ช่วยเตือนนักลงทุนมากขึ้น เช่น Trading alert และ เครื่องหมาย C เป็นต้น ทำให้เกิดความระมัดระวังการลงทุนในหุ้นที่อาจจะมีความเสี่ยง 

*** ฟองสบู่หุ้น"พี/อี"สูงระเบิด รายย่อยติดดอยเกลื่อน
    ทั้งนี้กลุ่มหุ้น"พี/อี"เกิน 50 เท่าเมื่อสิ้นปีก่อน ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน(YTD)ปรับตัวลดลงถึง 54 บริษัท จากทั้งหมด 66 บริษัท ราคาหุ้นลดลงเฉลี่ยถึง 28% โดย 10 บริษัทที่ราคาปรับตัวลดลงสูงสุดมีดังนี้

หุ้นพี/อีสูงราคาดิ่ง

ชื่อย่อหุ้น

ราคาหุ้น (%YTD)

P/E ปี 60 (เท่า)

P/E ล่าสุด (เท่า)

กำไรปี 60

(ลบ.)

กำไร 9M/61

(ลบ.)

DDD

-71

90

30

351

174

TGPRO

-60

653

140

7

8

ICHI

-59

71

40

315

26

BEAUTY

-57

63

21

1,229

868

AU

-44

84

42

129

99

RS

-42

168

32

333

381

CBG

-41

61

55

1,246

646

SPA

-41

71

34

175

156

JWD

-41

65

12

612

160

TWZ

-39

679

15

-3

55

    จากตารางส่วนใหญ่เป็นหุ้นยอดนิยมของนักเก็งกำไรเมื่อปีก่อน โดยมีผู้ถือหุ้นรายย่อยรวมถึง 8.2 หมื่นราย ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยความคาดหวังเป็น Growth Stock ดัน"พี/อี"พุ่งทะลุ 50 เท่า แต่พอปีนี้กำไรไม่โตตามนัดจึงโดนแรงเทขายจนราคาดิ่งอย่างรุนแรง
    โดยหุ้นเครื่องสำอางขวัญใจรายย่อยมาครบ ทั้ง บมจ.ดู เดย์ ดรีม (DDD), บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) และ บมจ.อาร์เอส (RS) ซึ่ง DDD อาการหนักสุดราคาหุ้นปรับลดลงถึง 71% โดยสิ้นปีก่อน"พี/อี"สูงถึง 90 เท่า แต่ล่าสุดลดลงเหลือเพียง 30 เท่า โดยกำไรมีแนวโน้มลดลง เพราะ 9 เดือนทำได้ 174.36 ล้านบาท แต่ปีก่อนทำได้ถึง 351.06 ล้านบาท
    ทั้งนี้มีเพียง 2 บริษัทเท่านั้นที่กำไรยังอยู่ในเทรนด์การเติบโตชัดเจนคือ บมจ.อาร์เอส (RS) และ บมจ.ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น (TWZ) ที่พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร ส่วนที่เหลือเป็นลักษณะทรงตัวหรือลดลง
    "ไพบูลย์ นลินทรางกูร" นายกสมาคมนักวิเคราะห์ ระบุว่า ภาวะตลาดที่ผันผวนทำให้มีแรงขายหุ้นที่"พี/อี"สูงเกินตัวออกมา โดยนักลงทุนหันมาเน้นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีพื้นฐานดีและเหมาะสม เพราะมีความเสี่ยงต่ำกว่า 
    "หุ้นเก็งกำไรจะแข็งแรงถ้าตลาดเป็นขาขึ้น แต่พอตลาดผันผวนมาก หุ้นเหล่านี้ก็จะโดนเทขายก่อน เพราะราคาเกินพื้นฐานมากเกินไป ยิ่งหากกำไรมีแนวโน้มชะลอตัวหรือลดลง ราคาหุ้นจะตอบสนองเชิงลบอย่างรวดเร็วและรุนแรง เหมือนฟองสบู่แตก" นายกสมาคมนักวิเคราะห์ กล่าว

*** เซียนชี้หมดยุคหุ้น"พี/อี"สูง
    "ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร" นักลงทุนหุ้นคุณค่า (VI) มองว่า  กระแสความนิยมการเก็งกำไรหุ้นพี/อีสูงได้สิ้นสุดไปแล้ว สะท้อนจากราคาหุ้นที่พี/อีเกิน 50-100 เท่าปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง มีอาการคล้ายกับฟองสบู่แตกในหุ้นกลุ่มนี้ เพราะกำไรเติบโตไม่ทัน นักลงทุนผิดหวังกับความคาดหวังก่อนหน้านี้ จึงลดน้ำหนักการลงทุนลง 
    "เชื่อว่าความนิยมหุ้นเก็งกำไรหรือหุ้นที่"พี/อี"สูงสิ้นสุดไปแล้ว เพราะเล่นกันมานานเป็นทศวรรษ ราคาหุ้นหลายตัววิ่งไกลเกินกว่าพื้นฐานหรือผลประกอบการของกิจการมากกว่าหนึ่งเท่าตัว บางบริษัทกำไรโตปีละประมาณ 6-7% แต่ราคาหุ้นกลับโตขึ้นปีละ 14-15% ซึ่งมันไม่สมดุลกัน จึงมีแรงขายออกมา และราคาก็กลับไปหาพื้นฐานที่ควรจะเป็น" ดร.นิเวศน์ กล่าว
    "อนุรักษ์ บุญแสวง" หรือ โจ ลูกอีสาน อีกหนึ่งนักลงทุน VI ระบุว่า นักลงทุนเริ่มอยู่กับความเป็นจริงมากขึ้น เลือกหุ้นที่ราคาสมเหตุสมผล ไม่แห่เข้าซื้อหุ้นที่คาดหวังกับอนาคตมากเกินไป เริ่มมีบทเรียนว่าหุ้นที่ราคาเกินพื้นฐานค่อนข้างมาก ยามที่กำไรเติบโตตามไม่ทัน ผลลัพธ์เหมือนดาบสองคม และอาจจะเกิดหายนะทางการลงทุนได้ หุ้นที่มี Upside สูงแต่ Downside จำกัดจะได้รับความนิยมมากกว่า
    ด้าน "เสี่ยยักษ์"  วิชัย วชิรพงศ์ นักลงทุนรายใหญ่ เสริมว่า ตลาดหุ้นไทยปัจจุบันต้องใช้ความละเอียดรอบคอบค่อนข้างมาก ไม่สามารถลงทุนตามกระแสได้แบบสมัยก่อน ยิ่งหุ้นแพงหรือมี"พี/อี"สูงต้องหลีกเลี่ยง เพราะมีความเสี่ยงจากแรงเทขายหากผลประกอบการต่ำกว่าที่ตลาดคาด โดยเฉพาะในยุคที่มีเครื่องมือการลงทุนหลากหลายรวมถึงการมีบทบาทของ AI เวลาหุ้นลงจะรุนแรงมากกว่าปกติ วิธีการเก็งกำไรแบบเดิมใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว

*** จับตา 16 หุ้น"พี/อี" 100 เท่า
    สำหรับหุ้นที่"พี/อี"เกิน 50 เท่าล่าสุดมีทั้งสิ้น 45 บริษัท แบ่งเป็น SET จำนวน 36 บริษัท และ mai จำนวน 14 บริษัท โดย 32 บริษัทราคาหุ้น YTD ปรับตัวลดลง สูงสุดถึง 60% คือ บมจ.ไทย-เยอรมัน โปรดักส์ (TGPRO) ขณะที่มี 16 บริษัท"พี/อี"เกิน 100 เท่า ได้แก่

หุ้นพี/อี 100 เท่า

ชื่อย่อหุ้น

P/E

(เท่า)

กำไรปี 59 (ลบ.)

กำไรปี 60 (ลบ.)

กำไร 9m/61 (ลบ.)

LOXLEY

553

172

50

92

GBX

546

41

2

9

Q-CON

472

-108

5

8

NCL

375

-8

-8

3

BROCK

296

5

3

9

QLT

235

45

26

1

TPBI

218

393

178

-34

PIMO

198

40

23

11

TCJ

187

-2

3

12

AKR

141

-62

44

-8

TGPRO

140

4

7

8

KDH

120

-25

-22

16

JTS

119

-57

13

11

ECF

109

62

73

22

TITLE

107

n/a

41

29

TIPCO

106

814

703

10

    "ประกิต สิริวัฒนเกตุ" ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย แนะนำ หลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้นกลุ่มนี้ เนื่องจากมีลักษณะการเก็งกำไร ราคาหุ้นเคลื่อนไหวผันผวน และหลายบริษัทสภาพคล่องต่ำ ถือว่ามีความเสี่ยง ที่สำคัญส่วนใหญ่ไม่มีบทวิเคราะห์รองรับ







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด