ประเด็นร้อน

เซียนหุ้นกำไรทรุด แห่ลดพอร์ต-ถือเงินสด หนีตายหุ้นผันผวน

เซียนหุ้นกำไรทรุด แห่ลดพอร์ต-ถือเงินสด หนีตายหุ้นผันผวน

      สองเดือนที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยผันผวนค่อนข้างมาก ดัชนี SET Index แกว่งตัวจากระดับสูงสุดของปีที่ 1,748 จุด เมื่อกลางเดือน ก.ค.62 ลงมาต่ำสุดถึง 1,590 จุด กลางเดือน ส.ค.62 ก่อนจะเด้งกลับมาได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปิดตลาด 30 ส.ค.62 ที่ 1,655 จุด เรียกได้ว่าขึ้นลงหวือหวากว่า 100 จุด เพียงช่วงเวลาสั้นๆ 

    "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจกลยุทธ์การลงทุนของบรรดาเซียนหุ้นชื่อดังของไทย พบว่า ส่วนใหญ่แห่ลดพอร์ตหุ้นและถือเงินสดเพิ่ม เหตุหลอน "โดนัลด์ ทรัมป์" เล่นสงครามประสาททางการค้ากับจีนบ่อยครั้ง กระทบตลาดหุ้นทั่วโลกแกว่งขึ้นลงแรง ซ้ำยังพบสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย

*** แห่ลดพอร์ต-ถือเงินสด
    "กิติชัย เตชะงามเลิศ” หรือ "เสี่ยกิ๊ด" นักลงทุนรายใหญ่ เจ้าของหนังสือ "จาก 1 ล้านเป็น 500 ล้านผมทำอย่างไร" ระบุว่า ปัจจุบันลดพอร์ตหุ้นเหลือเพียง 30% เท่านั้น จากปกติลงทุนเกือบ 100% เนื่องจากตลาดหุ้นไทยผันผวนค่อนข้างมาก และเกิดจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมหรือคาดการณ์ลำบาก ทั้งสงครามการค้า สัญญาณภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั้งในและต่างประเทศ โดยถือเงินสดมากกว่า 20% ที่เหลือกระจายการลงทุนประเภทอื่น
    ด้าน "เสี่ยป๋อง" หรือ "วัชระ แก้วสว่าง" นักลงทุนสายเทคนิคคอลรายใหญ่ เผยว่า ขณะนี้ถือเงินสดกว่า 50% โดยได้เริ่มทยอยลดพอร์ตมาหลายสัปดาห์แล้ว 
    "ตอนนี้ผมใช้วิธีลงทุนทีละครึ่งพอร์ตพอ เพราะไม่ไหวกับปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ บางสัปดาห์สัญญาณทางเทคนิคบอกให้ซื้อ ผมก็ซื้อ แต่พอคุณ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาพูด กลายเป็นเกิดแรงขายเฉยเลย ไม่มีใครคาดการณ์อะไรได้แล้ว ขนาดนักวิเคราะห์ก็ยังเมาหมัด และผมมองว่าจะยังเป็นแบบนี้อีกนาน" เสี่ยป๋อง เผย
    เช่นเดียวกับ "นพ.รัชต์ชยุตม์  ธีระพรประภา" หรือ"หมอวิน" อีกหนึ่งนักลงทุนรายใหญ่สายเทคนิคอล ระบุว่า ได้ลดพอร์ตถือเงินสดกว่า 50% มาตั้งแต่ต้นปีแล้ว เพราะปัจจัยเสี่ยงที่คาดการณ์ไม่ได้มีมากเกินไป 
    ฟาก “ประกาศิต ทิตาราม” นักลงทุนสายเทคนิคอลเจ้าของนามปากกา “Wave Riders” กล่าวว่า ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาได้ทยอยลดพอร์ตหุ้นเหลือ 40% จากก่อนหน้านี้ลงทุน 100% โดยถือเงินสดมากกว่า 20%
    "ภาวะตลาดหุ้นแบบนี้สิ่งที่ผมทำคือ ประเมินหุ้นในพอร์ต หากบริษัทไหนท่าทางจะไปไม่ไหว ทั้งทางเทคนิคและพื้นฐาน ก็จะขายทำกำไรออกไปก่อน ถือเงินสดไว้เพื่อรอซื้อช่วงที่ตลาดแข็งแรงกว่านี้ดีกว่า"
    ส่วน "ธำรงชัย เอกอมรวงศ์" นักลงทุนสายเทคนิคอลรายใหญ่ ระบุว่า เนื่องจากตนเป็นสายเทรดเดอร์ จึงไม่ได้กังวลกับภาวะตลาดมากนัก แต่กลยุทธ์การลงทุนในรอบนี้ จะเน้นถือเงินสดและไม่มีหุ้นที่ติดลบมาก ๆ ไว้ในพอร์ต เพื่อหาจังหวะเลือกซื้อหุ้นที่น่าสนใจและราคาถูกช่วงที่ตลาดปรับตัวลดลง
    ขณะที่ "ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร" นักลงทุนหุ้นเน้นคุณค่า (VI) เผยว่า ปัจจุบันเพิ่มสัดส่วนเงินสดเป็น 10% จากปกติจะลงทุนในหุ้น 100% เพราะภาวะตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวนค่อนข้างสูง มีแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศค่อนข้างมาก รวมถึงมีสัญญาณหลายอย่างบ่งบอกว่าภาวะเศรษฐกิจของโลกอาจชะลอตัว ขณะที่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนอาจจะยืดเยื้อ ประกอบกับนักลงทุนเริ่มกังวลว่า เศรษฐกิจโลกอาจผ่านช่วงรุ่งเรืองมายาวนานกว่าปกติ ซึ่งทำให้เกิดความกลัวว่าใกล้จะถึงจุดจบ จึงทำให้ภาวะตลาดหุ้นโลกผันผวน ซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย
    รวมถึง "โจ ลูกอีสาน" นักลงทุนรายใหญ่และอดีตนายกสมาคมหุ้นเน้นคุณค่า(VI)แห่งประเทศไทย ระบุว่า ได้ปรับพอร์ตถือเงินสด 4-5% จากปกติจะไม่ถือเงินสดเลย โดยสำรองไว้เพื่อหาโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดีที่ราคาปรับลดลงจนอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

*** หุ้นแกว่ง 2 เดือน กดกำไรรวมทั้งปีวูบ
    "วัชระ แก้วสว่าง" เผยว่า แม้ผลตอบแทนรวมยังเป็นบวก แต่ช่วงความผันผวนรอบสองเดือนหลัง ส่งผลให้กำไรลดลงไปค่อนข้างมาก ทั้งที่ตั้งแต่ต้นปีทำผลงานมาได้ค่อนข้างดี
    ด้าน "กิติชัย เตชะงามเลิศ” ระบุว่า ผลตอบแทนของพอร์ตรวมตอนนี้เหลือเพียงเสมอตัว จากต้นปีที่กำไรดีมาก เพราะความผันผวนของตลาดที่แกว่งตัวมากเกินไป หุ้นหลายบริษัทราคาปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก จึงได้ลดพอร์ตและถือเงินสดมากขึ้น
    ขณะที่ "อนุรักษ์ บุญแสวง" เสริมว่า ตอนนี้กำไรรวมของพอร์ตอยู่ในระดับใกล้เคียงกับตลาด จากต้นปีที่ผลตอบแทนดีมาก เนื่องจากหุ้นหลายบริษัทที่ถืออยู่ราคาปรับตัวลดลง
     เช่นเดียวกับ "ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร" เผยว่า แม้ผลตอบแทนรวมจะยังเป็นบวก แต่ก็ลดลงพอสมควรเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก
    
*** กระจายสี่ยงลงทุนสินทรัพย์ปลอดภัย
    “ประกาศิต ทิตาราม” เผยว่า ปัจจุบัน 20% ของพอร์ตหันไปลงทุนกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) เพราะมีความผันผวนต่ำ ปันผลดีและสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างดี
    "กิติชัย เตชะงามเลิศ” กล่าวว่า ได้เพิ่มพอร์ตการลงทุนเป็นอสังหาริมทรัพย์เป็นมากกว่า 50% เพราะมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ (Real Assets) มีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี ขณะที่อีกประมาณ 10% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว เพราะมีผลตอบแทนทีดี และความเสี่ยงต่ำ
    
*** เปิดทางรอดยุคหุ้นผันผวนหนัก
     "ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร" ระบุว่า แม้ตลาดหุ้นไทยจะผันผวนค่อนข้างมาก แต่เชื่อว่ายังมีหุ้นที่น่าสนใจหลายบริษัท แนะนำนักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้นอยู่ในพอร์ต ถือเป็นจังหวะที่ดีในการทยอยซื้อสะสมหุ้นพื้นฐานดีราคาถูก โดยต้องเน้นเลือกหุ้นขนาดใหญ่ที่ธุรกิจมั่นคงและทนต่อภาวะเศรษฐกิจตกต่ำได้ ที่สำคัญต้องมี P/E ที่ต่ำกว่าอุตสาหกรรม และมีอัตราการจ่ายเงินปันผลมากกว่า 4% ต่อปีขึ้นไป
    ด้าน “กระทรวง จารุศิระ” เทรดเดอร์รายใหญ่ มองว่า ดัชนีฯ หุ้นไทยช่วงที่เหลือของปีนี้จะแกว่งตัวในกรอบ 1,600-1,750 จุด โดยใช้กลยุทธ์ขึ้นซื้อ-ลงขาย และมองว่าพื้นฐานบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ของไทยยังดีอยู่ โดยนักลงทุนระยะยาวต้องประเมินพื้นฐานเป็นสำคัญ เน้นหุ้นที่มีราคาถูก, มีปันผล และธุรกิจยังเติบโตได้ในระยะ 3-5 ปี ส่วนนักลงทุนระยะสั้นหรือสายเทคนิคอล ต้องมีวินัยการลงทุน กล้าซื้อหรือขายตามสัญญาณเทคนิค เพราะโดยประสบการณ์หากลงทุนตามทฤษฎี โอกาสชนะตลาดมีมากกว่า
    ส่วน “ประกาศิต ทิตาราม” แนะให้กระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนกอง REIT อย่างน้อย 10% ของพอร์ต เพราะมีความผันผวนต่ำ มีเงินปันผลระดับที่ดีและสม่ำเสมอ พร้อมทั้งให้หลีกเลี่ยงหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ที่มีลักษณะเป็นหุ้นเก็งกำไร
    ขณะที่ "วัชระ แก้วสว่าง" เผยว่า ช่วงนี้ต้องลงทุนหุ้นแบบ Selective โดยเลือกหุ้นพื้นฐานดีราคาถูก มีปันผล ที่สำคัญควรลงทุนแค่เพียงครึ่งพอร์ต
    ฝั่ง "อนุรักษ์ บุญแสวง" ระบุว่า ท่ามกลางความผันผวนและคาดการณ์ที่ยากลำบากในตลาดหุ้น นักลงทุนต้องเน้นเลือกหุ้นรายตัว ที่มีพื้นฐานและ Valuation ที่เหมาะสม อย่ากลัวปัจจัยภายนอกที่ไม่ส่งผลต่อธุรกิจ และเน้นลงทุนระยะยาวเสมอ







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด