เปิดโผ 41 หุ้นใหญ่ใน SET100 กำไรสะสมสูงเกินหมื่นล้านบาท พบเกินครึ่งเป็นหุ้นใน SETHD กูรูชี้เป็นอีกทางเลือกลงทุนช่วงเศรษฐกิจขาลง อุ่นใจเรื่องจ่ายเงินปันผล หลังมองปีนี้กำไรบจ.ทรุดหนัก หลายบริษัทอาจพลิกขาดทุน
*** เปิดโผ 41 บจ.กำไรสะสมทะลุหมื่นล้านบาท
"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจงบการเงิน บจ.ประจำปี 62 พบว่าปัจจุบันมี 41 บริษัทที่มีกำไรสะสมมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ได้แก่
41 หุ้นกำไรสะสมเกินหมื่นล้านบาท |
ชื่อย่อหุ้น | กำไรสะสม (ล้านบาท) |
PTT | 544,005.24 |
SCB | 329,692.33 |
KBANK | 299,216.93 |
PTTEP | 200,224.79 |
KTB | 188,089.52 |
BBL | 172,144.82 |
PTTGC | 163,299.73 |
AOT | 124,776.75 |
SCC | 84,784.28 |
TOP | 73,513.43 |
TCAP | 58,389.45 |
CPN | 56,666.06 |
CPF | 53,294.34 |
EGCO | 50,362.96 |
CPALL | 48,682.03 |
TMB | 46,987.42 |
ADVANC | 43,725.58 |
RATCH | 37,887.72 |
SPALI | 31,297.90 |
IRPC | 30,969.52 |
DELTA | 30,067.47 |
BCP | 26,069.03 |
GPSC | 24,611.00 |
KKP | 23,644.48 |
LH | 21,646.88 |
AP | 20,334.87 |
TU | 20,229.00 |
BH | 18,488.81 |
BDMS | 18,214.81 |
INTUCH | 17,666.42 |
IVL | 16,632.99 |
BANPU | 15,927.34 |
KTC | 14,980.05 |
QH | 14,785.00 |
EA | 14,601.91 |
TRUE | 13,544.85 |
JAS | 12,996.16 |
MBK | 12,541.10 |
BTS | 12,296.31 |
AEONTS | 11,855.28 |
MTC | 11,230.14 |
จากตารางทั้งหมดเป็นหุ้นใน SET100 โดยมี 8 บริษัทที่มีกำไรสะสมมากกว่า 1 แสนล้านบาท บมจ.ปตท.(PTT) มีกำไรสะสมสูงสุดถึง 5.4 แสนล้านบาท รองลงมาคือ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) มีกำไรสะสม 3.3 แสนล้านบาท และ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มีกำไรสะสมเกือบ 3 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรของงบการเงินเฉพาะกิจการของแต่ละบริษัท ซึ่งสามารถนำไปจ่ายเป็นเงินปันผลได้
*** 21 บจ.เป็นหุ้นในดัชนี SETHD
ขณะที่ 21 จาก 41 บจ.ข้างต้น เป็นหุ้นในดัชนี SETHD (SET High Dividend) หรือหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) จัดกลุ่ม 30 บริษัทที่มีอัตราจ่ายผลปันผลย้อนหลัง 3 ปีอยู่ในเกณฑ์ดีและสม่ำเสมอ ประกอบด้วย
21 หุ้น SETHD ที่มีกำไรสะสมเกินหมื่นล้านบาท |
ชื่อย่อหุ้น | คาดการ % Div.Yield ปี 63 |
KKP | 10.6 |
TCAP | 8.5 |
LH | 7.8 |
SCB | 7.6 |
QH | 7.3 |
AP | 7.1 |
KTB | 6.4 |
INTUCH | 6 |
BBL | 5.9 |
PTT | 5 |
PTTEP | 4.3 |
RATCH | 4.2 |
BCP | 4.2 |
SCC | 4.1 |
IRPC | 4.1 |
ADVANC | 3.9 |
DELTA | 3.9 |
BANPU | 3.9 |
IVL | 3.4 |
TOP | 3.4 |
PTTGC | 3.2 |
ทั้งนี้เมื่อสำรวจข้อมูลจาก IAA Consensus ณ วันที่ 16 เม.ย.63 พบว่ามีถึง 15 บริษัทในกลุ่มนี้ที่มีแนวโน้มอัตราการจ่ายเงินปันผลตอบแทนเฉลี่ยประจำปี 63 มากกว่า 4% โดย ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) ถูกคาดการณ์ Dividend Yield เฉลี่ยถึง 10.6% สูงสุด 14.3% ต่ำสุด 7.4%
*** SPRC-THCOM-IRPC โชว์จ่ายปันผลจากกำไรสะสม
นอกจากนี้่พบว่างวดงบการเงินปี 62 มี 3 บริษัทที่ผลประกอบการขาดทุนแต่ใช้นโยบายนำกำไรสะสมมาจ่ายเป็นเงินปันผล ได้แก่ 1.บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC) ซึ่งขาดทุน 2,809 ล้านบาท แต่ประกาศจ่ายปันผลจากกำไรสะสม 0.1827 บาท/หุ้น คิดเป็นเงิน 792 ล้านบาท 2.บมจ.ไทยคม (THCOM) ขาดทุน 2,250 ล้านบาท แต่ใช้กำไรสะสม 219 ล้านบาท จ่ายเงินปันผล 0.20 บาท/หุ้น และ 3.บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC) ขาดทุน 1,174 ล้านบาท แต่ใช้กำไรสะสม 2,043 ล้านบาท จ่ายปันผล 0.10 บาท/หุ้น โดยทั้ง 3 บริษัทมีกำไรสะสมยังไม่ได้จัดสรร ณ สิ้นปี 62 อยู่ที่ 6,167 ล้านบาท, 873.56 ล้านบาท และ 30,970 ล้านบาท
*** วงการคาด หลาย บจ.อาจพลิกขาดทุน
"เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ระบุว่า นักวิเคราะห์ได้มีการปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปี 63 ลงต่อเนื่อง จากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้างทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังมีผลกระทบอื่น ๆ เพิ่มเข้ามาอีก เช่น ภัยแล้ง และราคาน้ำมัน เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลต่อกำไร บจ.อย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง อาจจะส่งผลให้เกิดการขาดทุนได้
ทั้งนี้ บล.เอเซีย พลัส ได้ปรับลดกำไร บจ.รวมปีนี้เหลือ 7.8 แสนล้านบาท จากก่อนหน้านี้ที่ประเมินไว้ 8.97 แสนล้านบาท และจากช่วงปลายปี 62 ที่ประเมินไว้ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งจะทำให้กำไร บจ.ลดลงเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
ด้าน "มงคล พ่วงเภตรา" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า ปรับลดกำไร บจ.ปีนี้เหลือ 7.81 ล้านบาท จากเดิม 9.8 แสนล้านบาท เพราะธุรกิจหลายกลุ่มหยุดชะงักจากโควิด-19 ซึ่งมีโอกาสเห็น บจ.บางแห่งพลิกขาดทุนได้ในปีนี้ สะท้อนจากงบไตรมาส 1/63 ที่ทยอยออกมาพบว่าหุ้นขนาดใหญ่หลายบริษัทกำไรลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ และเริ่มเห็นบางบริษัทพลิกขาดทุนแล้ว
*** หุ้นกำไรสะสมสูง อุ่นใจปันผล
นักวิเคราะห์ กล่าวต่อไปว่า การลงทุนระยะยาวในหุ้นปันผลยังเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับลงทุนในช่วงที่ดัชนีหุ้นไทยมีความผันผวนสูง ซึ่งราคาที่ปรับตัวลดลงจะทำให้อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) เพิ่มสูงขึ้นด้วย โดยในภาวะแบบนี้อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องนำมาเป็นปัจจัยในการเลือกหุ้นปันผลคือ "กำไรสะสม" ซึ่้ง บจ.ที่มีกำไรสะสมสูงจะมีความเสี่ยงการงดจ่ายเงินปันผลต่ำ เพราะแม้ธุรกิจจะพลิกขาดทุน ก็ยังสามารถจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมได้ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งในบริษัทขนาดใหญ่ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจหรืออุตสาหกรรมเป็นครั้งคราว
เช่นเดียวกับ "คณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์" ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน เผยว่า การประกาศงบการเงินปี 62 ที่ผ่านมา มีหลาย บจ.ที่ใช้วิธีการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสม เพราะกำไรสุทธิประจำงวดมีผลขาดทุน โดยบริษัทที่มีกำไรสะสมสูงจะมีความได้เปรียบในประเด็นนี้ ซึ่งการที่ใช้นโยบายดังกล่าวถือเป็นการปลอบขวัญและกำลังใจให้ผู้ถือหุ้น ชดเชยกับราคาหุ้นถือครองที่ถดถอยลงจากการขาดทุน
ขณะที่ "เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม" เสริมว่า หุ้นที่มีกำไรสะสมต่ำ อาจจะไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ หากผลประกอบการปีนี้เกิดพลิกขาดทุน เพราะจะส่งผลไปหากำไรสะสม ซึ่งหากติดลบ ตามกฎหมายไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้