ประเด็นร้อน

ลุ้นหุ้นไทยปีหมูวิ่งฝ่าปัจจัยลบทะลุ 1,800 จุด

ลุ้นหุ้นไทยปีหมูวิ่งฝ่าปัจจัยลบทะลุ 1,800 จุด

    วงการคาดหุ้นไทยปี 62 ฟื้น ส่วนใหญ่คาดเป้าดัชนีทะลุ 1,800 จุด แม้ยังมีปัจจัยภายนอกคอยกดดัน-เศรษฐกิจในประเทศโตน้อยลง แต่พื้นฐาน บจ.ไทย ยังแกร่ง กระจายการลงทุนหลากหลาย ประเมินกำไรโต 7-10% ชี้เป้าหุ้นกลุ่ม แบงก์ สินเชื่อ โรงไฟฟ้า ค้าปลีก และรับเหมา โดดเด่น พร้อมเปิดโผ TOP 5 หุ้นแนะนำปี 62

*** ผลงาน บจ.แกร่ง ดันดัชนีทะลุ 1,800 จุด
    "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินเชิงบวก มั่นใจกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เติบโต 7-10% ดันดัชนีปี 62 กลับไปยืนเหนือ 1,800 จุดอีกครั้ง
    "ไพบูลย์ นลินทรางกูร" นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ระบุว่า คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยปี 62 จะอยู่ที่ 1,850 จุด ปัจจัยบวกหลักจะมาจากการเติบโตของภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่ม บจ.ขนาดใหญ่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง มีการกระจายลงทุนหลากหลาย ซึ่งคาดว่ากำไรจะเติบโตได้ระดับถึง 10% 
    ขณะที่ผลสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ กรอบดัชนีปี 62 อยู่ที่ระดับเฉลี่ย 1,850 จุด ซื้อขายที่ระดับพี/อีเฉลี่ย 15.6 เท่า และกำไร บจ.เติบโตเฉลี่ย 8%  
    ด้าน "กัมพล จันทวิบูลย์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ไทยพาณิชย์ ย้ำเป้าดัชนีปี 62 จะขึ้นไปแตะ 2,000 จุด โดยตลาดหุ้นไทยจะเป็นประเทศเป้าหมายกลุ่มบนที่เม็ดเงินต่างชาติจะไหลกลับเข้ามา เพราะมีระดับพี/อีที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค และให้ผลตอบแทนดีกว่าหลายประเทศในภูมิภาค ขณะที่กำไร บจ.ไทย จะเติบโตได้ถึง 10% โดยจะได้อานิสงส์จากการลงทุนของภาครัฐ
    เช่นเดียวกับ "ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ" รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง คาดว่า ดัชนีปี 62 จะอยู่ที่ 1,817 จุด กำไร บจ.เติบโต 7.2% ซึ่งหุ้นขนาดใหญ่ใน SET100 จะมีกำไรเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคล ที่จะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น กลุ่มโรงไฟฟ้าหลายแห่งที่จะเริ่มรับรู้กำลังการผลิตส่วนใหญ่แบบเต็มปี และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ที่จะได้ประโยชน์จากโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
    สำหรับคาดการณ์ดัชนีจากโบรกเกอร์รายอื่น ๆ มีดังนี้

คาดการณ์ดัชนี-กำไร บจ. ปี 62

บล.

ดัชนี (จุด)

กำไร บจ.เติบโต (%)

ไทยพาณิชย์

2,000

10

ทิสโก้

1850

10

ฟินันเซีย ไซรัส

1,850

7

บัวหลวง

1,817

7.2

แอพเพิล เวลธ์

1,810

8

เอเซีย พลัส

1,795

3.3

กสิกร

1,766

9.7

เมย์แบงก์ กิมเอ็ง

1,743

7

บล.ภัทร

1,680

4

*** คาดเม็ดเงินต่างชาติไหลกลับ
    "ภรณี ทองเย็น" รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าปี 62 มีโอกาสที่เม็ดเงินลงทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง เพราะตั้งแต่สหรัฐส่งสัญญาณปรับลดมาตรการทางการเงิน (QE) ตั้งแต่ปี 56 ถึงปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยมูลค่ารวมสูงถึง 6.12 แสนล้านบาท ทำให้สัดส่วนการถือครองหุ้นไทยของต่างชาติ ล่าสุดลดลงมาเหลือเพียง 29.57% แบ่งเป็นการถือครองที่ปิดโอนชื่อต่างชาติ 22.86% และถือครองผ่าน NVDR จำนวน 6.71% ซึ่งจะเห็นได้ว่าแรงขายที่มีมาต่อเนื่อง ทำให้สัดส่วนการถือครองอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติมากเกินไป จึงมีโอกาสสูงที่แรงขายจะชะลอตัวลง และกลับมาซื้ออย่างมีนัยสำคัญในปีหน้า 
    เช่นเดียวกับ "ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร" รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า เริ่มเห็นสัญญาณการไหลกลับของเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติโดยล่าสุดเดือน ธ.ค.61 กลับมาซื้อสุทธิ 1,693.43 ล้านบาท ซึ่งเป็นเดือนแรกในรอบ 14 เดือน หลังจากที่ประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเริ่มผ่อนคลายลง และในปีหน้าหากการเลือกตั้งสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี นักลงทุนสถาบันต่างประเทศที่ไม่มีนโยบายลงทุนในประเทศที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยก็จะกลับเข้ามาลงทุนอีกครั้ง
    นอกจากนี้ปีหน้าประเทศไทยจะมีโครงการขนาดใหญ่ที่จะดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ เช่น EEC ที่คาดว่าจะสามารถเริ่มเดินหน้า 5 โครงการย่อยได้ภายในต้นปี 62 ก่อนที่จะส่งผ่านโครงการให้รัฐบาลชุดต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาได้เริ่มประมูลและได้ผู้ชนะการประมูลแล้วในบางโครงการ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และยังมีโครงการอื่น ๆ เช่น ท่าเรือ สนามบิน ฯลฯ

*** ลุ้นดัชนีทำนิวไฮใน Q1/62
    "วิวัฒน์ เตชะพูลผล" รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บล.ทิสโก้ ประเมินว่า ช่วงไตรมาส 1/62 ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสจะขึ้นไปทำจุดสูงสุดของปี เพราะเป็นช่วงที่จะมีการเลือกตั้ง และยังเป็นช่วงที่นักลงทุนเข้ามาซื้อหุ้นเพื่อรับปันผล โดยกรอบดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,600 จุด มีแนวต้านที่ 1,780 จุด หากขึ้นไปยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ หุ้นไทยจะไปต่อที่ 1,850-1,900 จุด อย่างไรก็ตามกรณีที่ขึ้นทะลุแนวต้านแรกไม่ได้ หุ้นไทยจะเข้าสู่การชะลอตัวครั้งใหญ่ไปอีก 2-3 ปี

*** จับตา 2 ปัจจัยลบกดดัน สงครามการค้า-จีดีพีโตชะลอ 
    สำหรับปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยในปี 62 มี 2 ประเด็นสำคัญได้แก่ 1.สงครามการค้า 2.เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตลดลง
    โดย "พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้างานวิจัยลูกค้าบุคคล บล.ภัทร ระบุว่า ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนจะยังเป็นประเด็นกดดันตลาดหุ้นไทยในปีหน้า แม้จะเริ่มคลี่คลายแต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน เพราะจะส่งผลต่อกระแสการเงินทุนของต่างชาติ รวมไปถึงภาคการค้า โดยเฉพาะการส่งออกและการท่องเที่ยว
    อีกประเด็นมองว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยจะเริ่มชะลอตัว คาดจีดีพีจะเติบโตเพียง 3.7% ลดลงจากปีนี้ที่คาดโต 4.2-4.3% เพราะนอกจากผลกระทบจากสงครามการค้าแล้ว การยกเลิกอัดฉีดเงินเข้าระบบของธนาคารกลางยุโรป ก็อาจมีผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยด้วย
    ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามว่าการเลือกตั้งจะสงบเรียบร้อยหรือไม่ รวมถึงการส่งผ่านนโยบายรัฐจะเดินหน้าอย่างไร เพราะหากสถานการณ์ไม่สงบ หรือมีความไม่แน่นอนมีสูง อาจทำให้ในครึ่งปีแรกกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่กระเตื้องได้
    สอดคล้องกับ "ดอน นาครทรรพ" ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ระบุว่า การเติบโตของเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดสูงสุดมาแล้วโดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับประมาณการจีดีพีปีหน้าเหลือ 4% จากเดิมคาดไว้ที่ 4.2% เพราะยังต้องเผชิญกับความเสี่ยง ทั้งในและต่างประเทศ เช่น ปัญหาสงครามการค้า, การออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ, ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจจีน และความผันผวนในตลาดการเงินโลก ที่กระทบต่อบรรยากาศการลงทุน และประเทศเกิดใหม่ รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ อาจกระทบกับความเชื่อมั่นของการบริโภคและภาคธุรกิจ

*** แนะจัดพอร์ตลงทุนหุ้นมากกว่า 50% 
    "ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ" แนะนำการจัดพอร์ตให้ลงทุนในหุ้น 50% โดยให้กระจายลงทุนตราสารหนี้-กองทุนอสังหาฯ 40%, ทองคำ 5% และถือเงินสด 5% เน้นลงทุนหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ธนาคารพาณิชน์ และสินเชื่อส่วนบุคคล
    เช่นเดียวกับ "ภรณี ทองเย็น" แนะนำลงทุนหุ้นไทย 50% หุ้นต่างประเทศ 20% และ ตราสารหนี้ 30% โดยให้เน้นลงทุนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค กลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มบริโภคในประเทศ
    ด้านบทวิเคราะห์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน แนะนำลงทุนหุ้น 80% และถือเงินสด 20% โดยเลือกหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า  กลุ่มธนาคารพาณิชย์ และค้าปลีก

*** ส่อง 5 หุ้นเด่นปี 62
    สำหรับหุ้นเด่นในปี 62 ได้คัดเลือกจากหุ้นที่นักวิเคราะห์แนะนำเหมือนกันมากที่สุด 5 บริษัทแรก ประกอบด้วย

TOP5 หุ้นแนะนำปี 62

ชื่อย่อหุ้น

กำไรปี 62 (%YoY)

ราคาเหมาะสม

(.)

*Upside (%)

BBL

10

247

19

CPALL

13

85

23

STEC

37

30

34

KTC

17

41

31

EA

21

53

16

หมายเหตุ *จากราคาปิดวันที่ 21 ธ.ค. 61

    จากตารางทั้ง 5 บริษัทมีแนวโน้มการเติบโตของกำไรปี 62 เฉลี่ยมากกว่า 10% ราคาปัจจุบันมีอัพไซด์มากกว่า 15% และเป็นหุ้นที่ถูกแนะนำ "ซื้อ" (ข้อมูลจาก IAA Consensus)







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด