ประเด็นร้อน

เปิดโผ 28 ไอพีโอสยอง! ราคารูดต่ำจอง กูรูชี้ขายแพง-ธุรกิจขาลง

เปิดโผ 28 ไอพีโอสยอง! ราคารูดต่ำจอง กูรูชี้ขายแพง-ธุรกิจขาลง

        หากจะพูดว่าหมดยุคทองของหุ้นที่เสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก(ไอพีโอ)ก็คงจะไม่เกินไปนัก เพราะระยะหลังสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่ต้นปี 60 ถึงปัจจุบันมีบริษัทขายหุ้นไอพีโอ เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ(SET)และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai)รวมทั้งสิ้น 49 บริษัท แต่กลับมีถึง 28 บริษัทที่ราคาล่าสุดต่ำกว่าราคาจองซื้อ คิดเป็นสัดส่วนถึง 57% แบ่งเป็นเข้าเทรดใน SET จำนวน 16 บริษัท และ mai จำนวน 12 บริษัท ดังนี้

28 ไอพีโอราคาล่าสุดต่ำจอง

ชื่อย่อหุ้น

ราคาล่าสุด

(บาท)

ลดลงจากไอพีโอ

(%)

ผถห.รายย่อย (ราย)

ETE

1.63

-61

3,108

CPT

1.09

-53

3,485

ZIGA

2.84

-52

2,815

INGRS

0.66

-50

3,302

SUN

3.02

-48

4,730

DDD

28.75

-46

2,497

ABM

1.03

-43

2,312

THMUI

1.51

-41

1,668

ADB

1.05

-38

2,511

SKE

1.18

-34

3,067

SKN

4.98

-32

3,346

GPI

2.4

-31

1,656

RSP

3.98

-31

1,633

FLOYD

1.95

-30

2,699

WPH

2.74

-30

3,185

CRD

1.06

-26

1,998

FTE

2.18

-26

2,705

MM

3.9

-26

2,304

CMAN

2.92

-24

5,324

THG

31.5

-17

7,827

SE

2.04

-17

1,568

TPIPP

6

-14

16,408

SONIC

1.68

-14

2,150

KWM

1.15

-12

921

PRM

7.2

-10

10,302

GGC

10.2

-9

7,599

TEAMG

2.3

-5

5,462

OSP

23.9

-4

13,926

 


*** 7 ไอพีโอต่ำจองตั้งแต่วันแรก
    ทั้งนี้ พบว่ามี 7 บริษัทที่ราคาหุ้นต่ำจองตั้งแต่วันแรกที่เข้าซื้อขาย โดยมี 2 บริษัทที่ราคาต่ำจองตั้งแต่เริ่มการซื้อขายช่วงเช้า ส่วนอีก 5 บริษัท ราคาหลุดต่ำจอง ณ สิ้นวัน ประกอบด้วย
    1.บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) ราคาไอพีโออยู่ที่ 38 บาท แต่เปิดการซื้อขายวันแรกที่ 36.75 บาท ลดลงราว 3% โดยปิดการซื้อขายวันแรกที่ 36.75 บาท เช่นกัน ขณะที่ล่าสุดราคาหุ้นอยู่ที่ 31.50 บาท ลดลงจากราคาไอพีโอถึง 14%  ซึ่งหลังจากวันแรกที่เข้าซื้อขายราคาหุ้น THG ก็ยังไม่เคยขึ้นไปทดสอบราคาไอพีโอได้อีกเลย
    2.บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ (TPIPP) ตั้งราคาไอพีโอ 7 บาท แต่เปิดการซื้อขายวันแรกที่ 6.75 บาท ลดลง 4% โดยปิดการซื้อขายวันแรกที่ 6.75 บาท เช่นกัน ราคาล่าสุดอยู่ที่ 6 บาท ลดลงจากราคาไอพีโอ 14% อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายปีก่อน TPIPP สามารถขึ้นไปยืนเหนือราคาไอพีโอได้ที่ 8.45 บาท แต่ช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น 
    3.บมจ.ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ (CPT) รายนี้จัดว่าสาหัสที่สุด โดยเปิดการซื้อขายวันแรกที่ 2.34 บาท เพิ่มขึ้นเพียง 2% จากราคาไอพีโอที่ 2.30 บาท แต่ปิดตลาดวันแรกราคาหุ้นลดลงถึง 10% จากราคาไอพีโอ ขณะที่ล่าสุดเหลือเพียง 1.09 บาท ลดลงถึง 53% จากราคาไอพีโอ สูงสุดกลุ่มนี้ 
    4.บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (GPI) ปิดตลาดวันแรกราคาลดลง 10% จากราคาไอพีโอที่ 3.50 บาท ส่วนล่าสุดเหลือเพียง 2.40 บาท ลดลงถึง 31% จากราคาที่ตั้งไว้ตอนขายไอพีโอ
    5.บมจ.ซันสวีท (SUN)รายนี้เปิดการซื้อขายเท่ากับราคาไอพีโอที่ 5.85 บาท แต่ปิดตลาดราคาลดลงถึง 10% โดยราคาล่าสุดเหลือเพียง 3.02 บาท ลดลงถึง 48% จากราคาไอพีโอ
    6.บมจ.ไทยมุ้ย คอร์ปอเรชั่น(THMUI) ปิดการซื้อขายวันแรกราคาลดลงจากไอพีโอ 5% ขณะที่ล่าสุดลดลงถึง 41% 
    7.บมจ.โซนิค อินเตอร์เฟรท (SONIC) ปิดการซื้อขายวันแรกราคาลดลงจากไอพีโอ 6% ล่าสุดลงต่อเหลือ 1.68 บาท ลดลง 14% จากราคาไอพีโอที่ 1.95 บาท

*** น้องใหม่ปีนี้หลุดจองเกินครึ่ง
    ส่วนปีนี้มีหุ้นไอพีโอเข้าเทรดไปแล้วทั้งสิ้น 12 บริษัท แต่กลับมีถึง 6 บริษัทที่ราคาล่าสุดต่ำกว่าราคาจองซื้อไปแล้ว ได้แก่ บมจ.โซนิค อินเตอร์เฟรท (SONIC), บมจ.โอสถสภา (OSP), บมจ.เค.ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค (KWM) บมจ.ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ (TEAMG), บมจ.เคมีแมน (CMAN) และ บมจ.เอเชีย ไบโอแมส (ABM)
    
*** รายย่อยติดดอยถึง 1.2 แสนราย
    28 บจ.กลุ่มนี้มีผู้ถือหุ้นรายย่อยรวมทั้งสิ้นถึง 1.2 แสนราย โดยมี 3 บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นรายย่อยเกิน 1 หมื่นราย ประกอบด้วย บมจ.โอสถสภา (OSP), บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ (TPIPP) และ บมจ.พริมา มารีน (PRM) ขณะที่มี 14 บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นรายย่อยเกิน 3 พันรายขึ้นไป

*** วงการชี้ตั้งราคาแพงเกินไป
    "ณภัทร จันทรเสรีกุล" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี ระบุว่า สาเหตุสำคัญคือหลายบริษัทตั้งราคาขายไอพีโอสูงเกินไป เมื่อเข้าทำการซื้อขายจึงไม่สามารถยืนเหนือราคาจองได้
    "หุ้นไอพีโอช่วงหลังมักตั้งราคาสูงเกินไป อาจจะเป็นเพราะบริษัทต้องการเงินระดมทุนที่มากขึ้น แต่หุ้นไอพีโอลักษณะนี้นักลงทุนมักจะไม่ค่อยสนใจมากนัก เพราะในแง่อัพไซด์ของมูลค่าเริ่มมีข้อจำกัด และมักจะเห็นแรงขายออกมาหลังเข้าซื้อขาย ประกอบกับบางธุรกิจอยู่ในช่วงที่ไม่ค่อยดีนัก เป็นขาลงหรือชะลอตัว จึงทำให้ราคาหุ้นได้รับการตอบสนองในเชิงลบ"
    ด้าน "มงคล พ่วงเภตรา" ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์และกลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) เสริมว่า "ข้อมูลหุ้นไอพีโอสำหรับนักลงทุนไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาหุ้นมักผันผวน เราไม่มีทางรู้ว่าราคาหุ้นไอพีโอจริงๆ ควรจะเป็นเท่าใด หรือประเมินมูลค่าด้วยวิธีใด มีเพียงข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูล(ไฟลิ่ง) แม้จะมีบทวิเคราะห์ก็ทำโดยโบรกเกอร์ที่เป็น UnderWriter นักวิเคราะห์รายอื่นๆ ไม่สามารถเข้าไป Visit เพื่อร่วมประเมินได้ แถมก่อนเทรดบทวิเคราะห์เหล่านั้นก็ถูกห้ามเผยแพร่(Black Out)อีก ทำให้นักลงทุนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้
    ราคาเสนอขายก็มักจะเทียบกับหุ้นในตลาดที่อยู่อุตสาหกรรมเดียวกัน โดยเฉพาะอัตราราคาต่อกำไรต่อหุ้น(P/E) ซึ่งบางครั้งไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง แต่วิธีการนี้ทำให้สามารถตั้งราคาสูงโดยอ้างอิงหุ้นตัวอื่นได้ เพราะหุ้นที่เทรดอยู่แล้ว นักลงทุนมีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ ซึ่งราคาหุ้นและระดับ P/E ได้รับการยอมรับในระดับหนึ่งแล้ว แต่ไอพีโอต่างกัน แม้จะอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันแต่รายละเอียดอาจจะไม่เหมือนกัน เมื่อหุ้นเข้าเทรดและนักลงทุนหรือนักวิเคราะห์สามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้ ราคาหุ้นจึงกลับไปสะท้อนพื้นฐานที่ควรจะเป็น
    นอกจากนี้ อีกสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลง เพราะความน่าสนใจของธุรกิจบางบริษัทมีน้อยมาก โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็กที่ไม่ได้มีความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น"
    ด้าน"ไพบูลย์ นลินทรางกูร" นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เผยว่า ราคาหุ้นไอพีโอหลายบริษัทที่ปรับตัวลดลง เกิดจากการตั้งราคาขายขณะที่ตลาดหุ้นอยู่ในช่วงขาขึ้นจึงทำให้ราคาค่อนข้างสูง แต่ช่วงวันที่เข้าซื้อขายโดยเฉพาะในเดือนนี้ตลาดปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ทำให้นักลงทุนอาจจะมองว่าราคาไอพีโอแพงเกินไป เมื่อเทียบกับภาวะตลาดหรือระดับดัชนีปัจจุบัน จึงมีแรงขายออกมา

*** ตลท.ระบุ ภาวะตลาดขาลงฉุดหุ้นร่วง
    "แมนพงศ์ เสนาณรงค์" รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้หุ้นไอพีโอปรับตัวลดลงหลายบริษัทเนื่องจากภาวะตลาดผันผวน ซึ่งหุ้นที่ราคาปรับตัวลดลงมิได้มีแต่หุ้นไอพีโอ หลายบริษัทที่อยู่ในตลาดก็ปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน
    "ภาวะตลาดไม่ค่อยดี ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลง ทั้งหุ้นที่อยู่มานานแล้วหรือหุ้นไอพีโอก็ปรับตัวลดลงเหมือนกันหมด ส่วนเรื่องการตั้งราคาถูกหรือแพงไม่ขอแสดงความคิดเห็น โดยนักลงทุนต้องพิจารณาให้รอบคอบเกี่ยวกับข้อมูลของหุ้นไอพีโอที่กำลังจะเข้าซื้อขาย และควรลงทุนแบบระยะยาว มากกว่าการคาดหวังผลตอบแทนในระยะสั้น"
    ส่วนประเด็นการ Black Out บทวิเคราะห์ก่อนหุ้นไอพีโอเข้าซื้อขาย เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพราะบทวิเคราะห์เป็นเพียงเอกสารประกอบการลงทุน มิใช่หนังสือชี้ชวน ซึ่งก่อนหุ้นจะเข้าซื้อขายเปิดเผยได้เพียงหนังสือชี้ชวนที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)เท่านั้น
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด