ประเด็นร้อน

7 บจ.แห่ล้างขาดทุนสะสม ผถห.เฮ!มีลุ้นรับปันผล

7 บจ.แห่ล้างขาดทุนสะสม ผถห.เฮ!มีลุ้นรับปันผล

    "ขาดทุนสะสม" เป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่ต้องการให้เกิดขึ้นกับบริษัทจดทะเบียน(บจ.) เพราะจะทำให้ไม่สามารถจ่าย "เงินปันผล" ได้ แม้จะมีกำไรสุทธิก็ตาม เพราะกฎหมายกำหนดไว้แบบนั้น บจ.ที่ต้องการจะจ่ายเงินปันผลก็ต้องดำเนินการล้างขาดทุนสะสมให้เรียบร้อยก่อน

*** 7 บจ.เดินหน้าประกาศล้างขาดทุนสะสม
    "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลพบว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน มี บจ.ทยอยประกาศล้างขาดทุนสะสมอย่างเป็นทางการไปแล้วถึง 7 บริษัท ประกอบด้วย

บจ.ล้างขาดทุนสะสม

ชื่อย่อหุ้น

ขาดทุนสะสม (ลบ.)

THAI

28,533

GRAMMY

3,033

GGC

887

DTAC

852

SMT

594

META

498

SISB

71

    7 บริษัทข้างต้นได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทและที่ประชุมผู้ถือหุ้นเรียบร้อยแล้ว โดยทั้งหมดใช้วิธีนำเงินทุนสำรองตามกฎหมายและส่วนเกินมูลค่าหุ้นมาล้างขาดทุนสะสม มีเพียง บมจ.โกลบอลกรีนเคมิคอล (GGC) ที่ใช้วิธีการลดทุนจดทะเบียนเพิ่มเติมจากการใช้เงินทุนสำรองตามกฎหมายและส่วนเกินมูลค่าหุ้น
    ขณะที่ บมจ.การบินไทย (THAI) เป็นบริษัทที่ล้างขาดทุนสะสมมูลค่าสูงสุดถึง 2.85 หมื่นล้านบาท รองลงมาคือ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) ล้างขาดทุนสะสม 3,033 ล้านบาท ส่วน บมจ.เอสไอเอสบี (SISB) หุ้นน้องใหม่ ล้างขาดทุนสะสมมูลค่าน้อยสุดเพียง 71 ล้านบาท

*** META ยังล้างขาดทุนสะสมไม่หมด
    อย่างไรก็ตาม 7 บริษัทข้างต้นมี 1 บริษัทที่ยังล้างขาดทุนสะสมไม่หมด ได้แก่ บมจ.เมตะ คอร์ปอเรชั่น (META) ซึ่ง ณ งบปี 61 มีผลขาดทุนสะสม 498 ล้านบาท โดยนำส่วนเกินมูลค่าหุ้นจำนวน 436 ล้านบาทไปลดผลขาดทุนสะสมที่มี จะทำให้เหลือผลขาดทุนสะสมหลังการทำรายการประมาณ 62 ล้านบาท อย่างไรก็ตามงบการเงินปี 61 ของ META สามารถพลิกมีกำไรแล้ว 86 ล้านบาท จากปี 60 ที่ขาดทุนถึง 270 บาท

*** ผู้บริหารลั่นทำเพื่อผู้ถือหุ้น
    สาเหตุที่กลุ่ม บจ.ข้างต้นประกาศล้างขาดทุนสะสม เนื่องจากต้องการกลับมาจ่ายเงินปันผลเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น โดย “สุเมธ ดำรงชัยธรรม” กรรมการผู้จัดการใหญ่ THAI เผยว่า "แผนการล้างขาดทุนสะสมอยู่ในเป้าหมายลำดับต้นๆ ของบริษัท หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อกลางปีก่อน เป็นการทำเพื่อผู้ถือหุ้นทุกราย เพราะเรามีความมุ่งมั่นที่จะทำให้บริษัทกลับมามีผลประกอบการเป็นบวกอีกครั้ง และการล้างขาดทุนสะสมจะสามารถทำให้จ่ายปันผลต่อผู้ถือหุ้นได้ ซึ่งเดิมหากจะล้างขาดทุนสะสมด้วยการทำกำไรไปเรื่อยๆ ก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกกี่ปี วิธีการนี้จึงเหมาะสมที่สุด
    ส่วนประเด็นการนำทุนสำรองตามกฎหมายและส่วนเกินมูลค่ามาชดเชยผลขาดทุนสะสมนั้นเป็นวิธีการปกติที่ บจ.ส่วนใหญ่ใช้กันอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือพิสดารเหมือนที่หลายท่านตั้งข้อสังเกตก่อนหน้านี้ เพียงแต่เมื่อล้างขาดทุนสะสมแล้ว ก็เสมือนจัดตั้งบริษัทใหม่ ที่วันแรกยังไม่มีทุนสำรองตามกฎหมาย ไม่มีตัวเลขกำไรสะสม มีแต่เงินทุน และหากเราสามารถกลับมามีกำไรได้ ตัวเลขดังกล่าวก็จะเพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง"

    ด้าน "กานต์สุดา แสนสุทธิ์" ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน GRAMMY ระบุว่า การนำเงินสำรองตามกฎหมาย 82 ล้านบาท และโอนส่วนเกินมูลค่าหุ้น 2,951 ล้างขาดทุนสะสมทั้งหมด จะทำให้บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ ซึ่งล่าสุดงบปี 61 บริษัทพลิกกลับมามีกำไรแล้ว 15.43 ล้านบาท และหากมีกำไรต่อเนื่องในอนาคต จะมีการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นอย่างแน่นอน
    เช่นเดียวกับ "อเล็กซานดรา ไรซ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ที่เผยว่า ปี 61 บริษัทมีค่าใช้จ่ายพิเศษเพื่อระงับข้อพิพาทกับ กสท.โทรคมนาคม ทำให้มีผลขาดทุนและขาดทุนสะสม ดังนั้นจึงต้องล้างขาดทุนสะสมทันที เพราะเชื่อมั่นว่าปีนี้ผลการดำเนินงานจะกลับมาอยู่ในระดับปกติ และหากมีกำไรสุทธิจะจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นทันที ทั้งนี้ งบการเงินไตรมาส 1/62 บริษัทพลิกมีกำไรแล้ว 1,408 ล้านบาท เติบโต 7.12 จากช่วงเดียวกันปีก่อน    
    ด้าน "ยิว ฮอค โคว" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SISB ระบุ เตรียมจ่ายเงินปันผลในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะล่าสุดได้ล้างขาดทุนสะสมหมดแล้ว โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิถึง 104 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่ากำไรจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง 

***วงการชี้งบฟื้น-หวังกลับจ่ายปันผล
    "มงคล พ่วงเภตรา" ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) มองว่า บจ.ส่วนใหญ่ข้างต้นเป็นบริษัทที่ผลประกอบการเริ่มพลิกกลับมามีกำไร ซึ่งการล้างผลขาดทุนสะสมจะทำให้จ่ายเงินปันผลได้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อผู้ถือหุ้น 
    อย่างไรก็ตามสำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้นดังกล่าว ต้องพิจารณารายละเอียดแต่ละบริษัทให้รอบคอบ ต้องประเมินแนวโน้มธุรกิจและทิศทางกำไรว่ามีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ก่อนจะตัดสินใจลงทุน
    ทั้งนี้ เมื่อสำรวจงบการเงินพบว่า 5 ใน 7 บริษัทมีแนวโน้มผลประกอบการดีขึ้นอย่างชัดเจน 4 บริษัทพลิกกลับมามีกำไร และ 1 บริษัทกำไรเติบโตหลายเท่าตัว ดังนี้

กำไรหุ้นที่ล้างขาดทุนสะสม

ชื่อย่อหุ้น

กำไร 60 (ลบ.)

กำไร 61 (ลบ.)

กำไร Q1/62 (ลบ.)

DTAC

2,115

-4,369

1,408

SMT

-546

70

n/a

GRAMMY

-384

15

n/a

META

-270

86

n/a

SISB

18

104

n/a

THAI

-2,107

-11,625

n/a

GGC

521

-1,161

n/a

*** ระวังราคาวิ่งรับข่าวไปแล้ว 
    ด้าน "วิจิตร อารยะพิศิษฐ" ผู้อำนวยการนักกลยุทธ์การลงทุน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เพิ่มเติมว่า แม้หุ้นกลุ่มนี้จะมีแนวโน้มผลประกอบการที่ดี และอาจจะมีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอีกครั้ง แต่ต้องระมัดระวังการเคลื่อนไหวของราคาที่ผิดปกติเพราะรับข่าวการล้างขาดทุนสะสม ซึ่งมักเป็นหนึ่งประเด็นสำคัญที่นักเก็งกำไรชอบ 
    "บางบริษัทราคาหุ้นอาจจะวิ่งรับข่าวจนเกินพื้นฐานไปแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นดาบสองคมที่หันกลับมาฉุดราคาหุ้น หากไม่มีการจ่ายเงินปันผลจริงหรือผลประกอบการกลับไปแย่เหมือนเดิม และอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย" วิจิตร กล่าว
    ขณะที่เมื่อสำรวจราคาหุ้นนับจากวันประกาศล้างขาดทุนสะสมจนถึงล่าสุด ปรากฎว่า 6 ใน 7 บริษัท ราคาปรับเพิ่มขึ้น โดย SISB ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 22% รองลงมาคือ  DTAC ราคาเพิ่มขึ้น 20% และ GGC-GRAMMY เพิ่มขึ้น 18% เท่ากัน ดังนี้

ราคาหุ้นที่ประกาศล้างขาดทุนสะสม

ชื่อย่อหุ้น

ณ วันประกาศ (.)

3 ..62

(.)

%chg

ราคาเหมาะสม

เฉลี่ย (.)

%upside

SISB

6.15

7.50

22

8.84

18

DTAC

43.00

51.50

20

53.5

4

GGC

10.30

12.20

18

12

-2

GRAMMY

7.00

8.25

18

9.1

10

SMT

2.12

2.16

2

2.28

6

THAI

12.60

12.70

1

11.6

-9

META

1.84

1.60

-13

n/a

n/a

    อย่างไรก็ตามมีเพียง GGC และ THAI ที่ราคาล่าสุดสูงกว่าราคาเหมาะสมเฉลี่ยของ IAA Consensus







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด