ประเด็นร้อน

ก.ล.ต.ท็อปฟอร์ม ลุยฟันปั่นหุ้น-อินไซด์ฯ ดันยอดปรับพุ่ง 800 ลบ.

ก.ล.ต.ท็อปฟอร์ม ลุยฟันปั่นหุ้น-อินไซด์ฯ ดันยอดปรับพุ่ง 800 ลบ.

ปีนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) โชว์ผลงานปราบปรามผู้กระทำผิดในตลาดหุ้นได้เป็นจำนวนมาก ลุยจับปั่นหุ้น-ใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น(อินไซเดอร์ เทรดดิ้ง) รวบไปแล้ว 7 คดี ผู้เกี่ยวข้อง 31 ราย ยอดปรับจ่อทุบสถิติ ทะลุ 800 ล้านบาท พร้อมปลดผู้บริหารที่เกี่ยวข้องพ้นตำแหน่งและขึ้นแบล็คลิสต์ 12 ราย

*** ปีนี้จับแล้ว 7 คดี ผู้กระทำผิด 31 ราย

ก.ล.ต.ดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่ง (Civil Sanctions) ต่อผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการสร้างราคาหุ้น (ปั่นหุ้น) และใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น รวมทั้งสิ้น 7 คดี มีผู้เกี่ยวข้อง 31 ราย โดยมีบางรายเกี่ยวข้องมากกว่า 1 คดี ยอดค่าปรับเรียกชำระและเงินชดเชยเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับ รวมถึงเงินชดเชยค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบรวม 805.22 ล้านบาท
 

จับปั่นหุ้น-อินไซด์ปี 62

คดี

ผู้เกี่ยวข้อง (ราย)

ค่าปรับ* (ลบ.)

ปั่นหุ้น BA

3

500

อินไซด์หุ้น PTL

8

59.69

ผู้สอบบัญชีอินไซด์ 12 หุ้น

3

13.84

ปั่นหุ้น TSR

8

7

อินไซด์ JTS

2

59.1

ปั่นหุ้น MONO-JAS

6

160

ปั่นหุ้น AIRA

5

5.59

รวม

35**

805.22

* ค่าปรับรวมเงินชดเชยเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับและค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ

** บางรายเกี่ยวข้องมากกว่า 1 คดี

 

ทั้งนี้ "พิชญ์ โพธารามิก" มีความผิด 3 กระทง ได้แก่ ใช้ข้อมูลอินไซด์ซื้อขายหุ้น บมจ.จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ (JTS) รวมถึงปั่นหุ้น บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) และ บมจ.โมโน เทคโนโลยี (MONO) ขณะที่ "เกริกไกร ไตรบัญญัติกุล" เกี่ยวข้อง 2 กระทง คือ อินไซด์ JTS และ ปั่นหุ้น JAS ส่วน "เสาวนิตย์ ถนอมสุวรรณ์" และ "พิรศักดิ์ เพิ่มบุญญรักษ์" เกี่ยวข้องคนละ 2 กระทง คือ ปั่นหุ้น JAS และ MONO

*** ยอดปรับทุบสถิติจ่อทะลุ 800 ล้านบาท

ข้อมูลจาก ก.ล.ต. ณ 30 ก.ย.62 คดีปั่นหุ้นและใช้ข้อมูลอินไซด์มีผู้ยินยอมตามบทลงโทษทางแพ่งและชำระค่าปรับฯ มาแล้วรวม 628 ล้านบาท เป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่มาตรการลงโทษทางแพ่งเริ่มบังคับใช้เมื่อ 12 ธ.ค.59 ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฉบับที่ 5 โดยปี 61 มียอดปรับรวม 334 ล้านบาท และ ปี 60 มียอดปรับรวม 51 ล้านบาท ซึ่งหากผู้กระทำผิดที่เหลือยินยอมรับบทลงโทษทางแพ่งและชำระค่าปรับตามกำหนดจะทำให้ยอดปรับพุ่งทะลุ 800 ล้านบาท 

*** ปลดผู้บริหาร-แบล็คลิสต์ 12 ราย

ด้านผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เกี่ยวข้องกับการปั่นหุ้นและใช้ข้อมูลอินไซด์ถูกสั่งพ้นสภาพจากจากการเป็นบุคคลในตลาดทุนไปแล้ว 12 ราย ประกอบด้วย

 

ผู้บริหารพ้นสภาพบุคคลในตลาดทุน

ปลด 3 ผู้บริหารปั่นหุ้น BA

ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ

ประธานคณะผู้บริหาร/กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BDMS/BA

ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/กรรมการ BDMS

นฤมล ใจหนักแน่น

เลขานุการสำนักประธานผู้บริหาร BDMS

ปลด 5 ผู้บริหารอินไซด์หุ้น PTL

ปราเนย์ โกธารี

ผู้แทน “โพลีเพล็กซ์ คอร์เปอเรชั่น” (PCL) ซึ่งถือหุ้น PTL 17.19%

มานิตย์ กุปต้า

ผู้บริหารสูงสุดด้านการเงิน PCL

อมิต ปรากาซ

กรรมการผู้จัดการ PTL

สุปรีตา ไปรกาสทูรี

ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการเงินและบัญชีของ PTL

อนุรักษ์ บาเฮติ

ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการเงินและบัญชีของ PTL

ปลดผู้บริหารอินไซด์ JTS+ปั่นหุ้น JAS-MONO

พิชญ์ โพธารามิก

ประธานเจ้าหน้าบริหาร JAS

แบล็คลิส 10 ปี 3 อดีตผู้ช่วยผู้สอบบัญชี อินไซด์ 12 หุ้น

วโรตม์ หน่อแก้ว

อดีตผู้ช่วยผู้สอบบัญชี "สำนักงาน อีวาย"

จีรนันท์ บูรณรักษ์

จีราภรณ์ บูรณรักษ์


ส่วนผู้ร่วมกระทำผิดที่เหลือเข้าข่ายเป็นผู้มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะพิจารณาเมื่อบุคคลดังกล่าวเข้าไปเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน

*** พบกลุ่มดื้อแพ่งไม่ยอมจ่ายค่าปรับ ก.ล.ต.ส่งฟ้องศาลปรับสูงสุด

นอกจากนี้พบว่าช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีกลุ่มผู้ถูกกล่าวโทษในคดีปั่นหุ้นและอินไซด์ไม่ยอมรับโทษตามมาตรการทางแพ่ง ดังนั้น ก.ล.ต.จึงส่งหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องเป็นคดีต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ชำระค่าปรับทางแพ่งตามอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด ได้แก่

1.กลุ่มปั่นหุ้น บมจ.คราวน์ เทค แอดวานซ์ (AJD) 40 ราย นำโดย "อมร มีมะโน" อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ "พิภัทร์ ปฏิเวทภิญโญ" อดีตกรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติการ จากเดิมถูกเรียกปรับรวม 1,727 ล้านบาท เป็นฟ้องปรับสูงสุด 2,303 ล้านบาท 

2.กลุ่ม 25 รายปั่นหุ้น NEWS, MILL, POLAR, NBC, NINE และ NINE-W1 ซึ่งไม่ยินยอมตั้งแต่ถูกกล่าวโทษ ถูกส่งฟ้องศาลแพ่งปรับสูงสุด 890 ล้านบาท

3."สุรินทร์ บรรยงพงศ์เลิศ" ปั่นหุ้น บมจ.ปิโก (PICO) ส่งฟ้องปรับสูงสุด 24.54 ล้านบาท

4."ศุภนันท์ ฤทธิไพโรจน์" และ "ฐนวัฒน์ จันทร์สุวรรณ" ใช้ข้อมูลอินไซด์ซื้อขายหุ้น บมจ.อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (IFEC) ส่งฟ้องปรับสูงสุด 31.93 ล้านบาท และ 4.16 ล้านบาทตามลำดับ

*** ก.ล.ต.-ตลท. จับตาใกล้ชิด หวังถอนราก ยกระดับตลาดทุนไทย

"ศักรินทร์ ร่วมรังษี" ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุว่า ขณะนี้มีคดีที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบหลายรายการ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด โดยตั้งแต่มีมาตรการลงโทษทางแพ่ง ทำให้จัดการคดีปั่นหุ้นและใช้ข้อมูลอินไซด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต่างจากเดิมที่ใช้มาตรการลงโทษทางอาญาอย่างเดียวต้องพิสูจน์ความผิดตามหลักการจนปราศจากข้อสงสัย ซึ่งมีขั้นตอนค่อนข้างยาก ใช้เวลาในการดำเนินคดีนาน ไม่เหมาะกับคดีทางเศรษฐกิจ 

ด้าน "นายภากร ปีตธวัชชัย" กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เผยว่า ตลาดหลักทรัพย์มีฝ่ายตรวจสอบดูแลความเคลื่อนไหวการซื้อขายหุ้นตลอดเวลา ซึ่งหากพบความผิดปกติจะส่งเรื่องให้ ก.ล.ต.ทันที เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด โดยปัจจุบัน ตลท. และ ก.ล.ต. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างพยายามชักจูงให้ประชาชนเข้ามา ลงทุนในตลาดหุ้นและเข้าถึงตลาดทุนมากขึ้น ดังนั้นภารกิจสำคัญคือต้องสร้างระบบนิเวศตลาดทุนที่ดีมีคุณภาพ รวมถึงยกระดับการคุ้มครองผู้ลงทุนที่จะถูกเอาเปรียบจากกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ให้มากขึ้น




 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด