ประเด็นร้อน

"ขาใหญ่"แหยงไอพีโอ บาดเจ็บซ้ำซาก หยุดจองพร่ำเพรื่อ!

    หุ้นที่เสนอขายให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก(ไอพีโอ)ปีนี้สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนเป็นอย่างมาก หากจะเรียกว่าเป็นขาลงคงไม่ผิดนัก เพราะที่เข้าจดทะเบียนทั้งหมดในปีนี้ 15 บริษัท มีถึง 12 บริษัทที่ราคาล่าสุดต่ำกว่าราคาจองซื้อ โดยมี 3 บริษัทที่ต่ำจองตั้งแต่วันแรกที่เข้าซื้อขาย แน่นอนว่าคนที่ได้รับผลกระทบมากสุดคงหนีไม่พ้นนักลงทุนรายใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นไอพีโอเป็นกลุ่มแรกๆในฐานะที่เป็นลูกค้าชั้นดีของโบรกเกอร์ 

***  เซียนหุ้น"บ่นอุบ"เจ็บตัวถ้วนหน้า 
    "สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล" หรือ เสี่ยปู่ นักลงทุนรายใหญ่ ระบุว่า ขณะนี้แทบไม่มีความเชื่อมั่นในการลงทุนหุ้นไอพีโอ เนื่องจากหุ้นที่ได้รับการจัดสรรมาในช่วงหลัง ผลงานต่ำกว่าที่คาด ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง
    “หมดยุคทองของหุ้นไอพีโออย่างแท้จริง เพราะหุ้นที่ได้รับมาในช่วงหลัง ผลงานแย่ตลอด มีแรงเทขายตั้งแต่วันแรก วินาทีแรกตั้งแต่เข้าเทรด เห็นพฤติกรรมตั้งขายทุกราคา กลายเป็นว่าผู้ที่ได้รับหุ้นจองมาต้องแห่ขายตามเพื่อตัดขาดทุน ผมว่าหากเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ อีกหน่อยหุ้นไอพีโอจะขายไม่ได้แน่นอน”เสี่ยปู่ กล่าว
    ขณะที่ "อนุรักษ์ บุญแสวง" หรือ โจ ลูกอีสาน นักลงทุนหุ้นเน้นคุณค่า (VI) ชื่อดัง มองว่า หุ้นไอพีโอเข้าสู่ช่วงขาลงเต็มตัว เพราะหุ้นที่ได้รับการจองซื้อมาไม่สามารถไว้วางใจในการถือครองได้ ต้องชิงขายเพื่อตัดขาดทุนหรือล็อคกำไรบ่อยครั้ง โดยเฉพาะ 2-3 บริษัทหลังที่เข้ามาซื้อขาย
    ส่วน "วิชัย วชิระพงศ์" หรือ เสี่ยยักษ์ อีกหนึ่งนักลงทุนรายใหญ่ เผยว่า หุ้นไอพีโอที่ได้รับการจองซื้อมาช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะให้ผลตอบแทนทางลบ กำหนดกลยุทธ์ได้ยาก บางบริษัทราคาเปิดต่ำกว่าราคาจองซื้อมากกว่า 10% บางบริษัทราคาเปิดบวกเล็กน้อยและปรับตัวลดลงต่อเนื่องจนต่ำกว่าราคาไอพีโอ 

*** ชี้ตั้งราคาแพงกดหุ้นต่ำจอง
    "อนุรักษ์ บุญแสวง" เผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า สาเหตุที่หุ้นไอพีโอต่ำจองเกิดจากการตั้งราคาจองซื้อแพงเกินไป สวนทางกับตลาดหุ้นไอพีโอที่ไม่ได้รับความนิยมเหมือนหลายปีก่อน สะท้อนจากการเข้าซื้อขายวันแรกหุ้นมักไม่ได้รับความสนใจแบบที่เคยเป็น วอลุ่มลดลง  และมีแรงเทขายออกมา 
    "ราคาไอพีโอบางบริษัทตีมูลค่าออกมาแพงกว่าหุ้นดีๆ ที่มีอยู่ในตลาดแล้วเสียอีก ซึ่งกลไกของตลาดหุ้นปัจจุบันมีเหตุผลมากขึ้น จะอาศัยความสดใหม่เรียกแรงเก็งกำไรดันราคาหุ้นคงไม่ได้แล้ว ผลจึงออกมาอย่างที่เห็น ยิ่งหากเป็นธุรกิจที่ไม่มีความแปลกใหม่ ยังไงก็เข็นขึ้นได้ยาก เพราะหมดยุคทองของไอพีโอไปตั้งนานแล้ว" โจ ลูกอีสาน กล่าว
    ขณะที่ "เสี่ยป๋อง" หรือ วัชระ แก้วสว่าง เทรดเดอร์รายใหญ่ชื่อดัง มองเหมือนกันว่า การตั้งราคาหุ้นไอพีโอปัจจุบันมักไม่สมเหตุสมผล ซึ่งในภาวะตลาดแบบปัจจุบันไม่ควรขายเกิน P/E ของตลาดฯ หรือ กลุ่มอุตสาหกรรมมากเกินไป บางบริษัทคำนวนจากคาดการณ์กำไรของอีกหลายปีข้างหน้า ซึ่งไม่สะท้อนพื้นฐานที่แท้จริง 

*** หุ้น Pre-IPO ตัวการทุบหุ้น
    "วัชระ แก้วสว่าง" กล่าวต่อไปว่า อีกหนึ่งตัวการที่ทำให้ราคาหุ้นต่ำจองคือกลุ่ม Pre-IPO ที่ไม่ติดช่วงห้ามขายหุ้น (Silent Period) เพราะมีต้นทุนที่ต่ำกว่า โดยเมื่อหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกไม่ได้รับการตอบรับที่ดีก็จะมีแรงเทขายทำกำไรออกมา 
    "โดยธรรมชาติของการจะทำหุ้นไอพีโอมักจะมีช่วงที่เปิดให้นักลงทุนหรือกลุ่มที่มีความสัมพันธ์เข้าซื้อก่อนในราคาต้นทุนที่ต่ำกว่าตอนขายไอพีโอ ซึ่งจะมีจำนวนหนึ่งไม่ติด Silent Period หากสังเกตุในไฟลิ่งจะมีระบุหุ้นที่ไม่ติดช่วงห้ามขายอยู่ประมาณ 10-20% 
    คนกลุ่มนี้จะอยู่ในก้อนนั้นด้วย โดยมีต้นทุนที่ต่ำกว่าราคาไอพีโออยู่แล้ว เมื่อเข้าเทรดพอราคาหุ้นทำท่าจะไม่ไป กลุ่มนี้จะเป็นพวกแรกที่ขายก่อน เพราะยังไงก็ได้กำไร เป็นเหตุให้หุ้นเปิดต่ำจองมากๆ อย่างที่เห็น
    ตลาดหลักทรัพย์ฯหรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ควรเพิ่มความเข้มงวดในจุดนี้ เพื่ออุดช่องโหว่และลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งจะเป็นการปกป้องนักลงทุนที่ซื้อหุ้นไอพีโอได้ เพราะหากมีต้นทุนเท่ากัน ไม่มีใครขายขาดทุนแน่ๆ 
    ควรติด Silent period ทั้งจำนวน เป็นเวลา 6 เดือนถึง 1 ปีเป็นอย่างน้อย อนุญาตให้หุ้นไอพีโอใหม่เข้ามาเทรดได้เท่านั้น เพื่อลดความได้เปรียบของคนที่มีต้นทุนต่ำกว่า เข้ามาชิงขายก่อน"
เสี่ยป๋อง เสริม
    นอกจากนี้ยังแนะนำว่า บริษัทผู้จัดทำหุ้นไอพีโอรายไหนที่เอาหุ้นเข้าแล้วต่ำจองเป็นประจำ หน่วยงานที่ดูแลควรมีการว่ากล่าวตักเตือน หรือทบทวนกระบวนการว่าวิธีการคิดมันผิดไปหรือไม่ ไม่ควรเอาใจบริษัทมากเกินไป เพราะจะสร้างความเสียหายให้กับนักลงทุน

*** แห่ปรับกลยุทธ์เลือกรับหุ้นจอง
    "สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล" ระบุว่า หลังจากนี้จะปรับกลยุทธ์เลือกรับการจัดสรรหุ้นหุ้นที่มีพื้นฐานน่าสนใจ และมีศักยภาพในการเติบโตเท่านั้น 
    "ภาวะแบบนี้คงต้องคิดใหม่ ไม่สามารถรับไอพีโอได้ทุกตัวเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว เพราะหากเจอแบบที่เกิดขึ้น เข้าตลาดแล้วเทขายตั้งแต่วินาทีแรก ขายทุกราคา ถือว่าเสี่ยงเกินไป มันไม่มีความมั่นใจในการลงทุน หากยังเป็นแบบนี้เชื่อว่าต่อไปไอพีโอจะขายไม่ได้" เสี่ยปู่ กล่าว
    เช่นเดียวกับ  เสี่ยยักษ์ "วิชัย วชิระพงศ์" ที่ระบุว่า อาจจะถึงเวลาที่ต้องรามือจากหุ้นไอพีโอไปก่อน เพราะภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย แต่จะเลือกจองซื้อแต่หุ้นที่พื้นฐานดีและไม่แพงเกินไปเท่านั้น    
    "ตลาดหุ้นไทยตอนนี้เล่นยากมาก ขนาดหุ้นไอพีโอที่คิดว่ายังไงก็ต้องเปิดบวกไม่ใช่อีกต่อไป หลังจากนี้ต้องศึกษาใหม่ เพราะไอพีโอเริ่มมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ต้องเป็นหุ้นพื้นฐานดีจริงและตั้งราคาสมเหตุสมผล ถึงจะเลือกลงทุน" เสี่ยยักษ์ ระบุ
    ด้าน "โจ ลูกอีสาน" เพิ่มเติมว่า หลังจากที่มีหุ้นเปิดเทรดต่ำจองรายแรก ได้ปฏิเสธการรับหุ้นไอพีโออีกราย เนื่องจากมองว่าราคาจองซื้อแพงเกินไป ขณะที่ธุรกิจไม่ได้โดดเด่นหรือมีลักษณะพิเศษมากนัก 
    "ผมโชคดีที่พอได้รับประสบการณ์แล้วเข็ด จึงเกิดบทเรียน และเลือกมากขึ้น ซึ่งถือว่าคิดถูก ส่วนต่อไปคงต้องพิจารณาเป็นรายบริษัท และคงปรับลดสัดส่วนการรับหุ้น เช่นเสนอมา 100% อาจจะรับเพียง 20-30% เพื่อป้องกันความเสี่ยง" โจ ลูกอีสาน กล่าว
    ส่วน "เสี่ยป๋อง" เผยว่า จากนี้ต้องคัดกรองมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการตั้งราคา หากแพงไปต้องหลีกเลี่ยง

*** SONIC-NER-CMC ไอพีโอแสบดิ่งสยอง
    ทั้งนี้ใบบรรดา 15 หุ้นไอพีโอของปีนี้มี 3 บริษัทที่สร้างความสยองให้นักลงทุนทั่ววงการ เริ่มจาก บมจ.โซนิค อินเตอร์เฟรท (SONIC) ที่ปิดเทรดวันแรกต่ำจอง 5.64% จากราคาจอง 1.95 บาท ดีหน่อยคือเปิดการซื้อขายเหนือราคาไอพีโอ 9.74% แต่หลังจากนั้นก็รูดลงต่อเนื่อง ล่าสุดเหลือเพียง 1.37 บาท ลดลงจากราคาไอพีโอ 29.74% 
    ต่อมาความน่ากลัวในหุ้นไอพีโอเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) เปิดเทรดวันแรกร่วงไป 13.95% จากราคาไอพีโอที่ 2.58 บาท โดยแทบจะไม่สามารถโงหัวขึ้นได้เลย ล่าสุดอยู่ที่ 1.85 บาท ลดลงจากราคาไอพีโอ 28.29% เคยลงไปต่ำสุดถึง 1.71 บาท
    และรายล่าสุด บมจ.เจ้าพระยามหานคร (CMC) เข้ามาตอกย้ำขาลงหุ้นไอพีโอได้อย่างชัดเจน เพราะเปิดซื้อขายวันแรกร่วงไป 12.67% จากราคาจองที่ 3 บาท โดยล่าสุดเหลือเพียง 2.16 บาท ลดลงถึง 28% และลงไปต่ำสุด 2.06 บาท
    โดยทั้ง 3 บริษัทมีผู้ถือหุ้นรายย่อยได้รับการจัดสรรหุ้นไอพีโอรวมกันถึง 10,133 ราย

3 หุ้นไอพีโอสยอง

ชื่อย่อหุ้น

ราคาไอพีโอ

(.)

% CHG การซื้อขายวันแรก

% CHG

ราคาล่าสุด

 

รายย่อยที่ได้รับการจัดสรรหุ้น (ราย)

ราคาเปิด

ราคาปิด

SONIC

1.95

9.74

-5.64

-29.74

2,150

NER

2.58

-13.95

-20.16

-28.29

6,313

CMC

3

-12.67

-21.33

-28.00

2,684

*** พบ นลท.ชื่อดัง พาเหรดจองหุ้นสยอง
    ขณะที่เมื่อสำรวจข้อมูลสรุปข้อสนเทศของบริษัทข้างต้นพบว่ามีนักลงทุนชื่อดังหลายรายได้รับการจัดสรรหุ้นไอพีโอ โดย SONIC มี "รัชต์ชยุตม์ จีระพรประภา" นักลงทุนสายเซียนเทคนิคชื่อดังคว้าไอพีโอมาถึง 1.9 ล้านหุ้น และคนในครอบครัวอีก 2 รายที่ได้รับการจัดสรรรวม 7.3 ล้านหุ้น ซึ่งปัจจุบันกลุ่ม "จีระพรประภา" ยังถือหุ้นใน บมจ.เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค (KWM), เอ็ม วิชั่น (MVP), ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (TPLAS) และ ยูนิเวนเจอร์ (UV) อีกด้วย
    ส่วน NER มี "ทัศนีย์ ยังมีวิทยา" กรรมการ-ผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.ซีเฟรชอินดัสตรี (CFRESH) ได้รับการจัดสรรถึง 15 ล้านหุ้น รวมไปถึง "นลินี แจ่มวุฒิปรีชา" ซึ่งเป็นครอบครัวเดียวกับเซียนหุ้นหญิงชื่อก้องฉายา "มาม่าบลู"หรือ "ศรีฟ้า แจ่มวุฒิปรีชา" ได้รับการจัดสรร 6 ล้านหุ้น
    ด้าน CMC พบชื่อ "ไพบูลย์ เสรีวัฒนา" นักลงทุนวีไอรุ่นใหญ่จองไป 3 ล้านหุ้น และ เสี่ยยักษ์ "วิชัย วชิระพงศ์" ได้หุ้นไป 1.45 ล้านหุ้น

นลท.รายใหญ่ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นไอพีโอสยอง

ชื่อย่อหุ้น

ชื่อนักลงทุน

จำนวน (.หุ้น)

SONIC

นพ.รัชต์ชยุตม์ จีระพรประภา

1.9

ชื่นทิพย์ จีระพรประภา

5.3

ศิระประเสริฐ จีระพรประภา

2

อโณทัย คล้ามไพบูลย์

4

พนิดา จีระดีพลัง

4

มยุรา จัดพล

3.75

ชัยวัฒน์ วนนุรักษ์สกุล

3.05

NER

ทัศนีย์ ยังมีวิทยา

15

นลินี แจ่มวุฒิปรีชา

6

จุลนนท์ ศรีธัญรัตน์

5.2

ประวิทย์ ลิ้มไพรสันต์

4.6

ขันทอง อุดมมหันติสุข

4

ศิถี บุณยะปานะ และสินี ศรีวิกรม์ และพณพร

3.14

เอกมล สันติเวส

3.1

อภิชัย เอกมั่น

3.06

สมชัย อนันตประกร

3

CMC

ไพบูลย์ เสรีวัฒนา

3

พงษ์ นิเวศน์ปฐมวัฒน์

2.2

เอกภพ งานทวี

2.03

ธนัท ตาตะยานนท์

2

จเร แย้มสวน

1.55

นุชนาถ เลาหไทยมงคล

1.5

วิชัย วชิระพงศ์

1.45

    ทั้งนี้ข้อมูลข้อมูลสรุปข้อสนเทศเปิดเผยเพียงรายชื่อผู้ได้รับการจัดสรรหุ้นไอพีโอที่เป็นรายใหญ่และมีนัยสำคัญต่อสัดส่วนการถือหุ้นเท่านั้น โดยข้อมูลรายชื่อผู้ได้รับการจัดสรรหุ้นทั้งหมดจะต้องแจ้ง ก.ล.ต. ภายใน 45 วัน หลังจากการขายหุ้นไอพีโอ







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด