ประเด็นร้อน

ตะลึง! 269 บจ. หุ้นต่ำบุ๊ค พบ 15 ราย พื้นฐานแน่น-ปันผลแจ่ม

ตะลึง! 269 บจ. หุ้นต่ำบุ๊ค พบ 15 ราย พื้นฐานแน่น-ปันผลแจ่ม

    ราคาต่อมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (Price to Book Value) หรือ P/BV เป็นหนึ่งในอัตราส่วนทางการเงินที่นักลงทุนนิยมใช้เป็นตัวคัดกรองหุ้น โดยคำนวณจากการนำสินทรัพย์รวมหักด้วยหนี้สินรวม หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท แล้วนำไปเปรียบเทียบกับ "ราคาหุ้น"ในปัจจุบัน
    P/BV จะเป็นตัวบ่งชี้ว่า หุ้นเป้าหมายที่กำลังจะซื้อถูกหรือแพงกว่าเจ้าของ ซึ่งสะท้อนธุรกิจได้ดีกว่า เพราะสัดส่วนที่นำมาคำนวณเปลี่ยนแปลงช้าไม่ผันผวน เหมือน P/E ที่ใช้กำไรมาคำนวณ โดยค่ามาตรฐานที่เจ้าของลงทุนคือ 1 เท่า ซึ่งหาก P/BV ของหุ้นนั้นๆต่ำกว่า 1 เท่า ก็หมายความว่าจะซื้อได้ในราคาต้นทุนที่ถูกกว่า

*** พบ 269 บจ. P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า
    "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ณ วันที่ 2 ส.ค.62 พบว่า มี บจ.ที่ P/BV ต่ำกว่า 1 เท่าถึง 269 บริษัท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเพียง 194 บริษัท โดยเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) จำนวน 233 บริษัท และ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 36 บริษัท
    โดยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีจำนวนบริษัทติดโผสูงสุดถึง 27 บริษัท ซึ่งค่าเฉลี่ย P/BV ของอุตสาหกรรมอยู่ที่ 1.56 เท่า ขณะที่ P/BV ของ SET อยู่ที่ 1.85 เท่า โดยอุตสาหกรรมที่มี บจ. P/BV ต่ำกว่า 1 เท่าเกิน 10 บริษัทประกอบด้วย

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มี บจ. P/BV ต่ำกว่า 1 เท่าเกิน 10 บริษัท

กลุ่ม

จำนวนบจ.

P/BV กลุ่มเฉลี่ย (เท่า)

อสังหาฯ

27

1.56

แฟชั่น

19

0.62

เหล็ก

17

0.65

เงินทุนและหลักทรัพย์

13

3.31

พลังงาน

12

1.68

อาหารและเครื่องดื่ม

11

2.2

บรรจุภัณฑ์

11

1.16

    "ดร.ภากร ปีตธวัชชัย” กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า การที่จำนวนบริษัทซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีเพิ่มขึ้น อาจจะเกิดจากราคาหุ้นปรับตัวลดลงตามภาวะตลาดหุ้นไทย เพราะในช่วงที่ตลาดฯ ปรับขึ้น จำนวนบริษัทก็ลดลง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ 
    อย่างไรก็ตามต้องดูเป็นรายบริษัทในแต่ละอุตสาหกรรม เพราะบางอุตสาหกรรมค่า P/BV เฉลี่ยต่ำกว่า 1 เท่าอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะเกิดจากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจเหล่านั้นมีแนวโน้มปรับตัวลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ 
    ด้าน "สุนทร ทองทิพย์" ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย เพิ่มเติมว่า สาเหตุที่มีหุ้นซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดไม่เชื่อว่าสินทรัพย์ที่มีอยู่จะสามารถสร้างกำไรหรือกระแสเงินสดให้บริษัทได้เป็นกอบเป็นเหมือนในอดีต รวมถึงบริษัทขาดความสามารถในการแข่งขัน อาทิ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่ตลาดฯ กังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต และ Disruption จากการเงินดิจิตอล ส่วนกลุ่มปิโตรเคมีและโรงกลั่น ตลาดฯ ยังกังวลกับสงครามการค้ากระทบการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ด้านกลุ่มอสังหาฯ เกิดจากอุปสงค์บ้านลดลงเพราะการปรับเปลี่ยนโครงสร้างประชากร ทำให้หรือบริษัทสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน 
    ขณะเดียวกันตลาดฯ ไม่มั่นใจในตัวผู้บริหาร หรือมองแนวโน้มธุรกิจเป็นขาลง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มที่มีผลขาดทุนต่อเนื่องราคาต่ำบุ๊ค

*** 15 บจ.กำไรเข้าข่ายหุ้นราคาถูก
    จากการสอบถามนักวิเคราะห์หลายรายได้ความเห็นตรงกันว่า หุ้นที่ P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า มีความน่าสนใจในแง่ต้นทุนที่ถูกกว่าเจ้าของบริษัท แต่ต้องดูองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย เช่น ต้องมีกำไรเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป มีค่า P/E ต่ำกว่าตลาดฯ และอุตสาหกรรม มีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ 
    ทั้งนี้เมื่อใช้ข้อมูลข้างต้นคัดกรองหุ้น P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า ทั้ง 269 บริษัท พบว่ามี 15 บริษัทที่เข้าข่าย ดังนี้

หุ้น P/BV ต่ำ 1 เท่า พื้นฐานแจ่ม

ชื่อย่อหุ้น

BV

(บาท)

ราคาล่าสุด

(บาท)

P/E

(เท่า)

กำไรปี 61

(%YoY)

กำไรปี 60

(%YoY)

CHEWA

1.45

0.8

4.76

147

70

PL

5.06

3.12

9.08

1

1

SUC

69.97

43.75

8.95

2

10

TCMC

3.99

2.56

6.73

17

32

RICHY

1.99

1.31

3.23

1,336

239

AH

25.72

18.5

5.24

113

12

PRAKIT

15.37

11.6

8.91

6

28

BBL

222.78

177.5

9.58

4

7

TMB

2.29

1.87

7.52

6

34

LALIN

6.76

5.6

6.11

36

14

TRU

5.62

4.7

13.8

6

119

PTTGC

66.94

57.75

7.63

54

2

AP

8.13

7.2

5.48

17

22

TCAP

59.19

57.75

8.32

16

12

HTECH

3.65

3.6

7.42

26

18

    จากตาราง ทุกบริษัทมี P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า ซื้อขายที่ระดับ P/E ต่ำกว่าตลาดฯ และมีการจ่ายเงินปันผลติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 2 ปี
    ทั้งนี้ บมจ.ชีวาทัย (CHEWA) เป็นบริษัทที่มี P/BV ต่ำสุดเพียง 0.55 เท่า โดยราคาล่าสุดอยู่ที่ 0.8 บาท ส่วนมูลค่าทางบัญชีอยู่ที่ 1.45 บาท และมี P/E เพียง 4.76 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มอสังหาฯ ที่อยู่ระดับ 14.45 บาท ขณะที่กำไรสุทธิปี 61 เติบโตถึง 147% และปี 60 เติบโต 70% 
    ขณะที่ บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) หรือ AP และ บมจ.ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น (TCMC) เป็น 2 บริษัทที่มีกำไรเติบโต 5 ปีติดต่อกัน

*** 4 บจ. ใน SET50 ติดโผ
    ขณะเดียวกันพบว่า 4 ใน 15 บริษัทข้างต้นมี บจ.ที่อยู่ในกลุ่ม SET50 จำนวน 4 บริษัท ประกอบด้วย 1.ธนาคารกรุงเทพ (BBL), บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC), บมจ.ทุนธนชาต (TCAP) และ ธนาคารทหารไทย (TMB)
    โดย PTTGC และ TCAP ยังติดอยู่ในดัชนี SETHD หรือหุ้นที่มีการจ่ายปันผลโดดเด่นด้วย

***  8 บจ.อัพไซด์สูง-ปันผลปีนี้แจ่ม
    นอกจากนี้เมื่อสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า 8 ใน 15 บริษัท เป็นหุ้นที่นักวิเคราะห์แนะนำซื้อลงทุน เนื่องจากมีอัพไซด์สูงและมีแนวโน้มอัตราการจ่ายเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ปีนี้มากกว่า 3% ดังนี้

หุ้นต่ำบุ๊คอัพไซด์สูง-ปันผลแจ่ม

ชื่อย่อหุ้น

%Div.Yield

ปี 62

ราคาเหมาะสม

(บาท)

ราคาล่าสุด

(บาท)

%อัพไซด์

TCMC

3.9

4

2.56

56

AH

6.2

27.4

18.5

48

BBL

3.9

230

177.5

30

PTTGC

5

73.82

57.75

28

AP

5.4

8.94

7.2

24

LALIN

7.1

6.7

5.6

20

TMB

3.2

2.12

1.87

13

TCAP

4.4

60.66

57.75

5

*** ข้อมูลราคาเหมาะสม และ %Div.Yield ปี 62 มาจากค่าเฉลี่ยของ IAA Consensus 2 .ค.62

    TCMC เป็นบริษัทที่มีอัพไซด์สูงสุดถึง 56% ราคาล่าสุดอยู่ที่ 2.56 บาท ขณะที่ราคาเหมาะสมอยู่ที่ 4 บาท และคาดการณ์ Dividend Yield ปีนี้ถึง 3.9%  ส่วน TCAP แม้อัพไซด์เหลือต่ำเพียง 5% แต่คาดการณ์ Dividend Yield ปีนี้ระดับ 4.4%

*** กูรูชี้หุ้นต่ำบุ๊คน่าลงทุน แต่ระวังหลุมพราง
    "เผดิมภพ สงเคราะห์" กรรมการผู้จัดการ ประธานสายธุรกิจรายย่อย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า P/BV แม้จะเป็นค่าที่ใช้ชี้วัดว่าหุ้นถูกและหุ้นอาจจะไม่ได้ปรับตัวลดลงไปมากกว่านี้ เพราะราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีไปแล้ว แต่หากทิศทางของกำไรยังไม่ปรับเพิ่มขึ้น ราคาหุ้นก็อาจจะไม่ได้ปรับตัวขึ้นเช่นกัน
    “ข้อได้เปรียบของการซื้อหุ้นต่ำบุ๊ค คือ หากแนวโน้มธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้ว กำไรเริ่มกลับมาเติบโต ราคาหุ้นก็มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้เร็วเช่นกัน นักลงทุนต้องดูแนวโน้มกำไรในอนาคตว่าจะเติบโตได้มากน้อยขนาดไหน ต้องอ่านให้ออก มองให้ขาด มิเช่นนั้นจะตกหลุมพรางของ P/BV ได้ เพราะหากกำไรยังมีแนวโน้มลดลง ความเสี่ยงขาลงก็ยังคงมีอยู่ แม้ราคาจะต่ำกว่าบุ๊คแล้ว” เผดิมภพ กล่าว
    ด้าน “ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ” สายงานวิจัยลูกค้าบุคคล บล.บัวหลวง เสริมว่า อีกหนึ่งข้อควรระวังในการลงทุนหุ้นที่ P/BV ต่ำ คือบางบริษัทอาจจะมีสภาพคล่องไม่มากนัก ซึ่งมีหลายสาเหตุ เช่น เจ้าของบริษัทถือครองหุ้นในสัดส่วนจำนวนมากกว่าปกติ ไม่มีบทวิเคราะห์หรือกระจายข้อมูลให้นักลงทุนรายย่อยไม่มากพอ 
    ทั้งนี้ปกติค่า P/BV ต่ำอาจจะไม่ได้เป็นปัจจัยลำดับแรกในการเข้าซื้อหุ้น เพราะมักจะมีผลประกอบการต่ำเช่นกัน ต้องศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ 
    ขณะที่บางครั้งอาจจะตกเป็นเป้าหมายของการซื้อกิจการ โดยเฉพาะบริษัทที่มีสินทรัพย์บางอย่างที่มีมูลค่าแฝงอยู่ การเลือกหุ้นลักษณะนี้ต้องดูเป็นรายบริษัทเท่านั้น เพราะแต่ละแห่งมีลักษณะการดำเนินธุรกิจต่างกัน
    ด้าน "ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร" นักลงทุนหุ้นเน้นคุณค่า (VI) เพิ่มเติมว่า การเลือกลงทุนหุ้นกลุ่มนี้มีความน่าสนใจ เพราะราคาถูก ยิ่งภาวะช่วงที่ตลาดฯผันผวน ถือเป็นหนึ่งทางเลือกที่ดี แต่ต้องดูข้อมูลอื่นประกอบด้วย เช่น P/E ต้องต่ำด้วย มีปันผลขั้นต่ำ 3-4% ขึ้นไป อยู่ในกลุ่มธุรกิจที่เป็นขาขึ้น 
     "หุ้นพวกนี้ถ้าราคาไม่ไปไหนแต่ลงทุนได้ปันผลมา 3-4% ขึ้นไปก็ถือว่าดีกว่าฝากเงินกับธนาคาร แถมหากเลือกดี เจอบริษัทที่เติบโตด้วย เท่ากับได้ผลตอบแทน 2 เด้ง จากทั้งปันผลและส่วนต่างราคาหุ้น ส่วนหุ้น P/BV ต่ำ ที่ไม่มีความแน่นอนเรื่องผลประกอบการ เช่น ปีนี้กำไร อีกปีกำไรลดลง และกลับมากำไรหรือขาดทุนต่อ ต้องระวังให้มาก" ดร.นิเวศน์ ระบุ
    รวมถึง "อนุรักษ์ บุญแสวง" หรือ โจ ลูกอีสาน อดีตนายกสมาคม VI เผยว่า "ปัจจุบันหุ้นในพอร์ตหลายบริษัท มาจากการเลือกหุ้นที่ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี เพราะถือว่าเป็นของถูก ได้ราคาต้นทุนต่ำกว่าเจ้าของ อุ่นใจดี โดยเลือกบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโตของกำไร มีปันผล ซึ่งส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนที่ดี  และจะไม่ลงทุนหุ้นต่ำบุ๊คที่พื้นฐานไม่ดีและไม่มีสภาพคล่องเด็ดขาด" โจ ลูกอีสาน ปิดท้าย







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด