สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ประเด็นร้อน

| 26 มีนาคม 2561 | 10:25

บจ.เงินสดล้นมือ แห่ซื้อหุ้นคืน จับตาราคาหุ้นมักตอบสนองเชิงบวก

บจ.เงินสดล้นมือ แห่ซื้อหุ้นคืน จับตาราคาหุ้นมักตอบสนองเชิงบวก

    กระแสการซื้อหุ้นคืนของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เริ่มกลับมาเคลื่อนไหวคึกอีกครั้ง หลังจากปีก่อนค่อนข้างเงียบเหงา มีบจ.ประกาศซื้อหุ้นคืนเพียง 4 บริษัทเท่านั้น ต่างจากปี 2558 และ 2559 ที่มีถึงปีละ 8 บริษัท 
    ขณะที่ปีนี้ เพียงแค่มีนาคมเดือนเดียวก็ประกาศตัวไปแล้ว 3 บริษัท โดยมีอีก 1 บริษัทที่ให้ความสนใจและอยู่ระหว่างการศึกษา


***หุ้นน้องใหม่โชว์สภาพคล่องสุดติ่ง กำไรสะสมอื้อ เปิดซิงซื้อหุ้นคืน
    กลุ่มที่ประเดิมการซื้อหุ้นคืนปีนี้เป็นหุ้นน้องใหม่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ได้ไม่นาน เรียกได้ว่าเป็นการซื้อหุ้นคืนครั้งแรกตั้งแต่เข้าตลาดฯ ก็ว่าได้ ประกอบด้วย 
    1.บมจ.โรงพยาบาล ลาดพร้าว (LPH) ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อ 28 ต.ค. 58 โดยระบุว่าปัจจุบันมีกำไรสะสม 276.60 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินที่ถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือนเพียง 29.27 ล้านบาท จึงมีมติซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารการเงิน (Treasury Stock) ตั้งวงเงิน 200 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 30 ล้านหุ้น หรือ 4% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ด้วยวิธีการซื้อในกระดานระหว่างวันที่ 26 มี.ค.-25 ก.ย.61 เพื่อเป็นการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัทให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกันผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปันผลตอบแทนสูงขึ้น เพราะหุ้นที่ซื้อคืนไม่มีสิทธิรับเงินปันผล 
    2.บมจ.ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ (TACC) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อ 02 ธ.ค.58 ผ่านไป 2 ปีเศษ โชว์กำไรสะสม 70.99 ล้านบาท พร้อมทั้งมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นเหลือถึง 387 ล้านบาท ขณะที่ในระยะไม่เกิน 6 เดือนข้างหน้าประมาณการว่าจะมีเงินสดจากการดำเนินงานเพิ่มเข้ามาอีก 630 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับการซื้อหุ้นคืน โดยมีหนี้สินที่ถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือน ประมาณ 270 ล้านบาท
    ทั้งนี้ตามเกณฑ์ของ ตลท. บจ.ที่ซื้อหุ้นคืนต้องถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 6 เดือน นับจากวันที่สิ้นสุดการซื้อหุ้นคืน ถึงจะขายได้ และต้องมีการแจ้งช่วงเวลาที่จะขายให้ชัดเจน 
    อย่างไรก็ตามหุ้นที่ซื้อคืนจะถือได้ไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่สิ้นสุดการซื้อหุ้นคืน หากพ้นกำหนดจะต้องนำไปลดทุนจดทะเบียนชำระแล้วเท่านั้น
  

***BLAND ซัดแฮททริก สอยหุ้นคืน 3 ครั้งในรอบ 4 ปี 
    ขณะที่เจ้าประจำอย่าง บมจ.บางกอกแลนด์ (BLAND) ประกาศซื้อหุ้นคืนเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 ปี จากครั้งแรกที่ประกาศเมื่อ 8 ส.ค.57 ทุ่มวงเงิน 3,000 ล้านบาท ซื้อ 1,200 ล้านหุ้น โดยสิ้นสุดการซื้อครั้งแรกเมื่อ 24 ก.พ.58 กวาดหุ้นไปทั้งสิ้น 1,155.01 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 2,336.23 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 2.02 บาท/หุ้น 
    และดูเหมือนว่าจะติดใจ เดินหน้าประกาศซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 ต่อเนื่องเมื่อ 15 ส.ค.59 ครั้งนั้นวางวงเงิน 2,278 ล้านบาท สำหรับ 911.24 ล้านหุ้น ซึ่งเมื่อสิ้นสุดการซื้อคืนครั้งที่ 2 ได้หุ้นครบตามที่ต้องการ คิดเป็นต้นทุนเฉลี่ย 1.65 บาท/หุ้น
    จนครั้งล่าสุดเมื่อ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา เตรียมทุ่มเงินจำนวน 3,719 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อคืนหุ้นจำนวน 1,859.62 ล้านหุ้น ระหว่างวันที่ 29 มี.ค. - 28 ก.ย.61 โดยระบุว่า ปัจจุบันมีกำไรสะสม 6,138 ล้านบาท มีหนี้สินที่ต้องชำระภายใน 6 เดือนเพียง 204 ล้านบาท มีเงินสดและเงินลงทุนชั่วคราวรวม 1,415 ล้านบาท ซึ่งบริษัทยังไม่มีแผนการขยายการลงทุนที่สำคัญ ดังนั้นจึงจะซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด
    ทั้งนี้การซื้อหุ้นคืนของ BLAND ครั้งที่ 1 และ 2 รวม 2,066.25 ล้านหุ้น ยังไม่มีรายงานการขายหุ้นออก โดยการซื้อหุ้นทั้ง 2 ครั้งคิดเป็นมูลค่ารวม 3247.47 ล้านบาท หรือคิดเป็นต้นทุนที่ 1.57 บาท/หุ้น ปัจจุบันราคาหุ้นอยู่ที่ 1.83 บาท

*** LOXLEY เล็งสอยหุ้นคืน เรียกความเชื่อมั่น หลังราคารูด
    ด้าน "บุญเลิศ ใจมั่น" ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.ล็อกซเล่ย์ (LOXLEY) ระบุว่า มีความสนใจและกำลังศึกษาการซื้อหุ้นคืน หลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงต่อเนื่องช่วงที่ผ่านมา  โดยการซื้อหุ้นคืนจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับบริษัทและผู้ถือหุ้นอีกด้วย

***กูรูชี้น่าจับตา ราคาหุ้นมักตอบสนองเชิงบวก
    “เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลัทรัพย์ (บล).เอเซีย พลัส ระบุว่า ราคาหุ้นของบจ.ที่มีแผนซื้อหุ้นคืนมักตอบสนองในเชิงบวก โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงประกาศแผน 
    “ส่วนใหญ่บจ.ที่ประกาศซื้อหุ้นคืนมักจะมองว่าราคาหุ้นในช่วงเวลานั้นต่ำเกินความเหมาะสมที่บริษัทได้ประเมินไว้ และช่วงที่ประกาศแผน ซึ่งที่ผ่านมาราคาหุ้นจะตอบสนองได้ดีหลังจากประกาศแผน”
    ขณะที่ “ณัฐชาต เมฆมาสิน” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรินีตี้ เสริมว่า การซื้อหุ้นคืนของ บจ. เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี เพราะบริษัทเหล่านั้นต้องผ่านการประเมินและวิเคราะห์มาแล้วว่า ราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งราคาหุ้นบางบริษัทปรับตัวลดลงโดยไม่เกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐาน 
    “หุ้นกลุ่มนี้มีความน่าสนใจ เพราะบริษัทส่งสัญญาณออกมาชัดเจนว่า ราคานี้มันต่ำเกินไป ทั้ง ๆ ที่ธุรกิจเรายังดีอยู่”

***ปี 58-60 บจ.ตั้งวงเงินกว้านซื้อหุ้นคืนกว่า 3 หมื่นล้านบาท
    "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลการซื้อหุ้นคืนของบจ. 3 ปีย้อนหลัง (58-60) พบว่า มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 20 บริษัท วงเงินซื้อขายรวม 32,010 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายจริงอยู่ที่ 13,659.18 ล้านบาท โดยมี 4 บริษัทที่ไม่ได้ซื้อเลย 
    ทั้งนี้ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล PTTGC เป็นเพียงบริษัทเดียวในรอบ 3 ปี ที่มีการขายหุ้นที่ซื้อคืน ขณะที่มี 3 บริษัทที่นำไปลดทุนจดทะเบียน ได้แก่ บมจ. เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง (GEL) และ บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) รวมถึง บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร (DRT) ส่วนที่เหลือยังคงถืออยู่

บจ.ซื้อหุ้นคืน 3 ปีล่าสุด (2558-2560)

ชื่อย่อ

เป้าหมาย (ล้านหุ้น)

วงเงินรวม

(ล้านบาท)

ช่วงเวลาซื้อหุ้นคืน

หุ้นที่ซื้อได้

(ล้านหุ้น)

สัดส่วน

(%)

มูลค่า

(ล้านบาท)

ราคาเฉลี่ย

(บาท)

สถานะ

SVI

200

1400

18/10/60-12/04/61

77.35

3.41

341.3

4.41

ยังไม่สิ้นสุดการซื้อ

MALEE

15

500

25/08/60 - 23/02/61

4

1.43

114.65

26.66

ยังไม่แจ้งขาย

MCS

23

380

01/06/60 - 30/11/60

23

4.60

354.88

15.43

ยังไม่แจ้งขาย

IT

63

252

08/05/60 - 22/05/60

63

18.03

252.00

4.00

ยังไม่แจ้งขาย

ROJNA

22

100

21/11/59 - 19/05/60

ไม่ได้ซื้อ ไม่แจ้งเหตุผล

AQUA

275

220

12/09/59 - 11/03/60

86.04

1.87

66.40

0.77

ยังไม่แจ้งขาย

BLAND

911

2,278

30/08/59 - 28/02/60

911.24

4.41

1,543.26

1.65

ยังไม่แจ้งขาย

DRT

100

520

17/06/59 - 30/06/59

99.99

5.20

519.98

5.20

เตรียมลดทุนทั้งหมด

JAS

1,200

6,000

01/06/59 - 10/06/59

1,200

16.82

6,000.00

5.00

ลดทุนแล้วทั้งหมด

AH

14.05

150

15/03/59 - 14/09/59

6.01

1.86

75.71

12.60

ยังไม่แจ้งขาย

TWZ

260

60

09/02/59 - 08/08/59

ไม่มีการแจ้งใด ๆ ต่อตลาดหลักทรัพย์

BJCHI

40

250

27/21/59 - 26/07/59

0.4

0.03

2.38

5.95

ยังไม่แจ้งขาย

GEL

180

100

06/01/59 - 05/07/59

165

2.96

91.08

0.55

ลดทุนแล้วทั้งหมด

MCS

50

500

12/10/58 - 11/04/59

27

5.40

288.19

10.67

ยังไม่แจ้งขาย

STPI

162.52

2,000

24/09/58 - 23/03/59

0.35

0.02

3.10

8.86

ยังไม่แจ้งขาย

CPF

400

10,000

10/09/58 - 09/03/59

ไม่ได้ซื้อเพราะราคาสูงกว่าเป้าหมาย

PTTGC

90

4,500

08/09/58 - 07/03/59

48.56

1.08

2,434.62

50.14

ขายหมดแล้ว

SVI

200

1,000

02/03/58 - 01/09/58

ไม่ได้ซื้อเพราะโรงงานไฟไหม้

TCAP

56.43

1,400

10/02/58 - 09/08/58

41.35

3.24

1,397.24

33.79

ยังไม่แจ้งขาย

PCSGH

45

400

22/01/58 - 21/07/58

20

1.29

175.02

8.75

ยังไม่แจ้งขาย

***เปิดสถิติแนวโน้มแจ่ม 65% ราคาวิ่งบวกรับข่าว
    ขณะที่เมื่อสำรวจข้อมูลความเคลื่อนไหวราคาหุ้นพบว่า ตั้งแต่ปี 58 ถึงปัจจุบัน มีบจ.ประกาศซื้อหุ้นคืนรวมทั้งสิ้น 23 บริษัท ปรากฏว่ามีถึง 15 บริษัท หรือประมาณ 65% ที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ประกาศซื้อหุ้นคืนจนถึงวันที่สิ้นสุดการซื้อหุ้นคืน ซึ่งรวมถึงกลุ่มบจ.ที่อยู่ระหว่างการเตรียมซื้อหุ้นคืนอย่าง LPH, BLAND และ TACC ราคาหุ้นก็ได้ตอบสนองในเชิงบวกตั้งแต่วันที่ประกาศซื้อหุ้นคืนเช่นกัน
    สำหรับบริษัทที่แสดงผลงานด้านราคาหุ้นโดดเด่น ได้แก่ บมจ.อาปิโก ไฮเทค (AH) โดยราคาหุ้น ณ วันประกาศซื้อหุ้นคืนเมื่อ 29 ก.พ.59 อยู่ที่ 10.50 บาท ขณะที่ราคาหุ้น ณ วันสิ้นสุดการซื้อหุ้นคืนอยู่ที่ 25 บาท เพิ่มขึ้น 13.20 บาท หรือ 25.71% และเนื่องจาก AH ยังไม่ได้ขายหุ้นออกไป หากคิดจากราคาต้นทุนที่ได้มา 12.60 บาท กับราคาล่าสุด 34 บาท จะเท่ากับว่าราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นถึง 169.84%
    ส่วนบริษัทที่มีกำไรสูงสุดจากการซื้อหุ้นคืน ได้แก่ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ซื้อหุ้นคืนรวมทั้งสิ้น 48.35 ล้านหุ้น มูลค่า 2,434.62 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 50.14 บาท/หุ้น โดยได้ขายหุ้นออกไปหมดแล้ว ที่ราคาเฉลี่ย 75.34 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่า 3,657.87 ล้านบาท กำไร 1,223.25 ล้านบาท หรือกำไรกว่า 50% 
    อย่างไรก็ตามสถิติบ่งชี้ว่า บจ.ที่ซื้อหุ้นคืน แต่ยังไม่ขายหุ้นออกหรือไม่ได้นำไปลดทุนจดทะเบียน ราคาต้นทุนเฉลี่ยที่ซื้อเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบันให้ผลตอบแทนเป็นลบถึง 8 จาก 11 บริษัท

ราคาหุ้นบจ.ที่ซื้อหุ้นคืนตั้งแต่ปี 58

ชื่อย่อหุ้น

วันประกาศซื้อหุ้นคืน

วันสิ้นสุดซื้อหุ้นคืน

ราคา ณ

วันประกาศ

ราคา ณ

วันสิ้นสุด

เปลี่ยนแปลง

(%)

ราคาล่าสุด

(บาท)

ต้นทุนเฉลี่ย(บาท)

เปลี่ยนแปลง

(%)

TACC

15/3/61

01/10/61

4.52

N/A

N/A

4.66

N/A

3.10*

BLAND

14/3/61

28/09/61

1.77

N/A

N/A

1.83

N/A

3.39*

LPH

12/3/61

25/09/61

6.50

N/A

N/A

6.95

N/A

6.92*

SVI

2/10/60

12/04/61

5.10

N/A

N/A

4.54

N/A

-10.98*

MALEE

10/8/60

23/2/61

35.50

31.75

-10.56

22.9

26.66

-14.10

MCS

15/5/60

30/11/60

14.00

14.50

3.57

10.5

15.43

-31.95

IT

22/2/60

22/5/60

3.86

3.84

-0.52

3.86

4.00

-3.5

ROJNA

4/11/59

19/5/60

4.86

5.75

18.31

ไม่ได้ซื้อ

AQUA

29/8/59

11/3/60

0.92

0.76

-17.39

0.51

0.77

-33.77

BLAND

15/8/59

28/2/60

1.62

1.80

11.11

1.83

1.65

10.91

DRT

24/5/59

30/6/59

5.10

5.10

0.00

จะนำไปลดทุน

JAS

7/3/59

10/6/59

3.70

4.60

24.32

ลดทุนหมดแล้ว

AH

29/2/59

14/9/59

10.50

13.2

25.71

34

12.60

169.84

TWZ

26/1/59

8/8/59

0.28

0.36

28.57

ไม่แจ้งอะไรเลย

BJCHI

13/1/59

26/7/59

5.80

6.60

13.79

2.4

5.95

-59.66

GEL

23/12/58

5/7/59

0.51

0.52

1.96

ลดทุนหมดแล้ว

MCS

23/9/58

11/4/59

9.90

10.90

10.10

10.5

10.67

-1.59

STPI

9/9/58

23/3/59

14.80

10.70

-27.70

4.82

8.86

-45.59

CPF

26/8/58

9/3/59

20.80

20.90

0.48

ไม่ได้ซื้อ

PTTGC

24/8/58

7/3/59

49.25

59.00

19.80

ขายหมดแล้ว

SVI

29/1/58

1/9/58

4.26

4.80

12.68

ไม่ได้ซื้อ

TCAP

26/1/58

9/8/58

32.75

30.50

-6.87

53.75

33.79

59.07

PCSGH

8/1/58

21/7/58

8.35

6.95

-16.77

7

8.75

-20.00

หมายเหตุ : * หุ้นกลุ่มนี้ยังไม่สิ้นสุดการซื้อหุ้นคืน เปอร์เซนต์การเปลี่ยนแปลงในตารางหมายถึงการเปรียบเทียบระหว่างราคา ณ วันประกาศกับราคาล่าสุด (23 มี.ค.61)

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด