ประเด็นร้อน

ไอพีโอตบเท้าเข้าเทรด Q4/62 มาร์เก็ตแคปทะลุ 2 แสนลบ.

ไอพีโอตบเท้าเข้าเทรด Q4/62 มาร์เก็ตแคปทะลุ 2 แสนลบ.

 ภาพรวมหุ้นไอพีโอ 9 เดือนที่ผ่านมา มีบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai)จำนวน 4 และ 9 บริษัท ตามลำดับ รวมทั้งสิ้น 13 บริษัท มูลค่าการระดมทุนรวม 10, 342.14 ล้านบาท และ มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคาไอพีโอ รวม 42,970.37 ล้านบาท มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีบริษัทเข้าจดทะเบียนรวมเพียง 8 บริษัท  มูลค่าการระดมทุนรวม 3,583.4 ล้านบาท และ มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคาไอพีโอ รวม 13,765.80 ล้านบาท
 

*** ไอพีโอจ่อเข้าเทรด Q4/62 เพียบ มาร์เก็ตแคปทะลุ 2 แสนลบ.

"แมนพงศ์ เสนาณรงค์" รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาส 4/62 มีบริษัทเตรียมเข้าซื้อขายจำนวนมาก ซึ่งหลายบริษัทได้รับการอนุมัติแบบแสดงรายการข้อมูล(ไฟลิ่ง)แล้ว และอยู่ระหว่างการเตรียมตัว

"คาดมาร์เก็ตแคปรวมหุ้นไอพีโอไตรมาส 4 นี้จะมากกว่า 2 แสนล้านบาท เพราะมีหุ้นบิ๊กแคปหลายบริษัท ซึ่งประเมินว่ามาร์เก็ตแคปไอพีโอรวมปีนี้จะมากกว่าปีก่อนอย่างก้าวกระโดด โดยปี 61 มีมาร์เก็ตแคปหุ้นไอพีโอรวม 1.27 แสนล้านบาท (ไม่รวมกองทุนโครงสร้างพื้นฐานและกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์)" แมนพงศ์ กล่าว

*** 8 บริษัทไฟลิ่งอนุมัติแล้ว

"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลบริษัทที่ยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่ามี 8 บริษัทได้รับการอนุมัติแล้ว แบ่งเป็น SET จำนวน 4 บริษัท และ mai จำนวน 4 บริษัท ดังนี้

 

ไอพีโอ SET ที่ได้รับอนุมัติไฟลิ่งแล้ว

ชื่อบริษัท

หมวดธุรกิจ

จำนวนหุ้น (.หุ้น)

พาร์ (.)

“แอสเสท เวิรด์ คอร์ป” (AWC)

พัฒนาอสังหาริมทรัพย์

8,000

1

“แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้” (ACE)

พลังงานและสาธารณูปโภค

1,818

0.5

“ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์” (SCM)

พาณิชย์

150

0.5

“บางกอกเอวิเอชั่นเซ็นเตอร์” (BAC)

บริการเฉพาะกิจ

90

1

ไอพีโอ mai ที่ได้รับอนุมัติไฟลิ่งแล้ว

ชื่อบริษัท

หมวดธุรกิจ

จำนวนหุ้น (.หุ้น)

พาร์ (.)

“บูทิค คอร์ปอเรชั่น” (BC)

อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

167

1

“อินฟราเซท” (INSET)

เทคโนโลยี

146

0.5

“วิลล่า คุณาลัย” (KUN)

อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

75

1

“อินเตอร์ ฟาร์มา” (IP)

สินค้าอุปโภคบริโภค

46

0.5

 

ทั้งนี้ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) กำหนดราคาเสนอขายหุ้นไอพีโอแล้วที่ 6 บาท/หุ้น โดยจะเข้าซื้อขายกระดาน SET วันที่ 10 ต.ค.นี้ เช่นเดียวกับ บมจ.อินฟราเซท (INSET) กำหนดราคาที่ 2.69 บาท/หุ้น เข้าซื้อขายใน mai วันที่ 8 ต.ค.62 ขณะที่บริษัทอื่นๆ อยู่ระหว่างการนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ต่อนักลงทุน

 

*** 14 บริษัทอยู่ระหว่างยื่นไฟลิ่ง

ขณะเดียวกันมีอีก 14 บริษัทที่อยู่ระหว่างยื่นไฟลิ่งแบ่งเป็น SET จำนวน 9 บริษัท และ mai จำนวน 5 บริษัท ดังนี้

 

ไอพีโอ SET ที่อยู่ระหว่างไฟลิ่ง

ชื่อบริษัท

หมวดธุรกิจ

จำนวนหุ้น (ล.หุ้น)

พาร์ (บ.)

“บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์” (BAM)

เงินทุนฯ

1,765

5

“เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท” (SHR)

การท่องเที่ยวฯ

1,437.46

5

“อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย์” (RBF)

อาหารและเครื่องดื่ม

520

1

“ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง” (SNNP)

อาหารและเครื่องดื่ม

260

0.5

“สตาร์เฟล็กซ์” (SFLEX)

บรรจุภัณฑ์

220

0.5

“สยามเทคนิคคอนกรีต” (STECH)

วัสดุก่อสร้าง

203.5

1

“คอปเปอร์ ไวร์ด” (CPW)

พาณิชย์

160

0.5

“ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์” (TFM)

ธุรกิจการเกษตร

109.3

2

“สยามราชธานี” (SO)

บริการเฉพาะกิจ

85

1

ไอพีโอ mai ที่อยู่ระหว่างไฟลิ่ง

ชื่อบริษัท

หมวดธุรกิจ

จำนวนหุ้น (ล.หุ้น)

พาร์ (บ.)

“เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์” (STC)

อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

148

0.5

“ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี” (SICT)

เทคโนโลยี

100

0.5

“แอพพลิแคด” (APP)

เทคโนโลยี

80

0.5

“เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น” (TPS)

เทคโนโลยี

80

0.5

“อิ๊กดราซิล กรุ๊ป” (YGG)

บริการ

45

0.5

 

 

*** "แอสเสท เวิรด์ คอร์ป" นำทัพ 4 หุ้นบิ๊กแคปเข้าเทรด

ขณะที่พบว่ามี 4 บริษัทขนาดใหญ่ เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีสินทรัพย์รวมมากกว่าหมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 

1.บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) หุ้นอสังหาริมทรัพย์ของตระกูล "สิริวัฒนภักดี" โดย ณ มิ.ย.62 มีสินทรัพย์รวม 9.24 หมื่นล้านบาท เตรียมขายไอพีโอ 8,000 ล้านหุ้น ซึ่ง ณ ราคา 6 บาท จะทำให้ AWC มีมาร์เก็ตแคปถึง 1.9 แสนล้านบาท ทำให้หลังเข้าซื้อขายจะผ่านเกณฑ์พิเศษของ ตลท.เข้าคำนวณใน SET50 ทันที เพราะมีมาร์เก็ตแคปใหญ่ติด 1 ใน 20 ของหุ้นทั้งตลาด หรือมีสัดส่วนมาร์เก็ตแคปเกิน 1% ของหุ้นทั้งตลาด นอกจากนี้มูลค่าระดมทุนที่ 4.8 หมื่นล้านบาท เป็นมูลค่าการระดมทุนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของตลาดหลักทรัพย์


2.บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM) มีสินทรัพย์ ณ มี.ค.62 ที่ 1.08 แสนล้านบาท โดยเตรียมขายไอพีโอ 1,765 ล้านหุ้น พาร์ 5 บาท ซึ่งยื่นไฟลิ่งไปเมื่อ 16 ส.ค.62 และอยู่ระหว่างการพิจารณาจาก ก.ล.ต.


3.บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) บริษัทลูกของ บมจ.สิงห์ เอสเตท (S) มีขนาดสินทรัพย์ ณ มิ.ย.62 ที่ 2.56 หมื่นล้านบาท เตรียมขายหุ้นไอพีโอ 1,437.45 ล้านหุ้น พาร์ 5 บาท โดย "นริศ เชยกลิ่น" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร S คาดว่า จะสามารถเปิดจองและเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ภายในเดือน พ.ย.นี้


4.บมจ.แอ๊บโซลูท คลีนเอ็นเนอร์จี้ (ACE) อีกหนึ่งหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน มีสินทรัพย์รวม ณ มิ.ย.62 ที่ 1.39 หมื่นล้านบาท เตรียมขายไอพีโอ 1,818 ล้านหุ้น พาร์ 0.50 บาท โดย "ชนะชัย บัณฑิตวรภูมิ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ACE คาดว่าจะเข้าซื้อขายได้ภายในไตรมาส 4 นี้ ซึ่งเงินระดมทุนจะนำไปใช้พัฒนาโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 200 เมกะวัตต์ คาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนรวม 1 หมื่นล้านบาทช่วง  3 ปีข้างหน้า รวมถึงจะนำเงินระดมทุนบางส่วนไปชำระคืนเงินกู้ และไถ่ถอนหุ้นกู้ เพื่อลดต้นทุนการเงิน

 

*** เกินครึ่งระดมทุนใช้หนี้


ทั้งนี้ เมื่อสำรวจวัตถุประสงค์การระดมทุนพบว่ามี 12 บริษัท เตรียมนำเงินส่วนหนึ่งไปชำระคืนหนี้ ประกอบด้วย

 

ไอพีโอที่ระดมทุนชำระคืนหนี้

ชื่อย่อหุ้น

หนี้สินรวม (ลบ.)

D/E (เท่า)

AWC

67,009

2.64

BAM

59,497

1.39

SHR

14,424

1.3

ACE

7,982

1.35

SNNP

3,533

13.2

BC

2,960

3.2

RBF

1,489

0.75

STECH

1,145

1.81

SO

738

1.91

CPW

398

1.35

TPS

276

1.39

IP

84

0.65

 

บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) เป็นบริษัทที่มีหนี้สินสูงสุด โดยมีหนี้สินรวม 6.7 หมื่นล้านบาท มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่ 2.64 เท่า โดยระบุในไฟลิ่งว่า เตรียมนำเงิน 5,200 ล้านบาท ชำระคืนเงินกู้ยืม/ตั๋วเงิน แก่ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ช่วงไตรมาส 4/62 - ไตรมาส 1/63 นอกจากนี้ระบุเป็นหมายเหตุว่า ระหว่างที่ยังไม่ได้มีการใช้เงินระดมทุน ในโครงการลงทุนต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในไฟลิ่ง อาจจะนำเงินบางส่วนทำธุรกรรมต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการบริหารการเงิน ประกอบด้วย 1.ชำระคืนตั๋วเงิน ธนาคารกรุงไทย (KTB) และ "United Overseas Bank" จากสิงคโปร์ โดยมียอดคงค้าง 1.89 หมื่นล้านบาท 2.ชำระคืนเงินกู้ยืม/ตั๋วเงิน ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) โดยมียอดคงค้าง 1.52 หมื่นล้านบาท 3.ชำระคืนเงินกู้ยืม ธนาคารกรุงไทย (KTB) โดยมียอดคงค้าง 2.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งทั้ง 3 รายการมีกรอบระยะเวลาการใช้เงิน ช่วงไตรมาส 4/62 - ไตรมาส 1/63


ส่วน บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM) ซึ่งมีหนี้สินระดับ 5.95 หมื่นล้านบาท แม้จะยังไม่ระบุว่าจะชำระหนี้เท่าไหร่ แต่ได้อธิบายในหัวข้อฐานะการเงินว่า หนี้สินส่วนใหญ่เป็นตราสารหนี้, เงินกู้ยืม และ ตั๋วเงิน เพื่อนำมาใช้บริหารสภาพคล่องและหมุนเวียนในการซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและสินทรัพย์รอการขาย และเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะนำไปชำระหนี้บางส่วน เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน


ขณะที่ บมจ.ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง (SNNP) ซึ่งมีหนี้สินต่อทุนสูงถึง 13.2 เท่า ระบุในวัตถุประสงค์การระดมทุนข้อแรกว่าจะนำเงินไปชำระเงินกู้สถาบันการเงิน ซึ่งหนี้สินระดับสูงมาจากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน เพราะบริษัทมีการปรับโครงสร้างทางธุรกิจใหม่


ทั้งนี้ พบว่ามี 4 บริษัท เจ้าหนี้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการเข้าระดมทุน ได้แก่ 1.AWC มีที่ปรึกษาการเงินคือ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย, บล.บัวหลวง และ บล.ภัทร ซึ่งทั้ง 3 บล.เป็นบริษัทย่อยของธนาคารเจ้าหนี้ 2.BAM มีที่ปรึกษาการเงินคือ บล.กสิกรไทย 3.SHR มีที่ปรึกษาการเงินคือ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และ ธนาคารกรุงไทย 4.SNNP มีที่ปรึกษาการเงินคือ ธนาคารไทยพาณิชย์

 

*** พบ 2 บริษัทเข้าด้วยเกณฑ์มาร์เก็ตแคป
 

นอกจากนี้พบว่ามี 2 บริษัท เตรียมเข้าซื้อขายด้วยเกณฑ์มาร์เก็ตแคป ได้แก่ 1.บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) เนื่องจากงบการเงินงวด 6 เดือน สิ้นสุด 30 มิ.ย.62 ขาดทุน 201.9 ล้านบาท 2.บมจ.บูทิค คอร์ปอเรชั่น (BC) ซึ่งเตรียมเข้าซื้อขายใน mai ด้วยเกณฑ์มาร์เก็ตแคปเช่นกัน เนื่องจากงบการเงินปี 61 ขาดทุน 66.7 ล้านบาท

 

*** เซียนแนะเลือกลงทุนรายตัว
 

"โจ ลูกอีสาน" หรือ "อนุรักษ์ บุญแสวง" นักลงทุนหุ้นเน้นคุณค่า (VI) ระบุว่า มีจะมีบริษัทขนาดใหญ่หลายรายเตรียมเข้าซื้อขายช่วงที่เหลือของปีนี้ แต่ต้องศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งพื้นฐาน ราคาเสนอขาย 
 

"ผมยกตัวอย่างหุ้นขนาดใหญ่ที่จะเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นช่วงนี้ แม้จะมีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีชื่อเสียงด้านการทำธุรกิจ แต่การตั้งราคาขายไม่ถูกอย่างแน่นอน เพราะมี P/E สูงมาก โดยอ้างอิงโปรเจ็กที่จะสร้างการเติบโตในอนาคต จึงบวกค่าพรีเมี่ยมค่อนข้างมาก จึงต้องคิดให้รอบคอบก่อนลงทุน
 

ระยะหลังหากได้รับการติดต่อจัดสรรหุ้นไอพีโอมาให้ในจำนวนไม่มากก็อาจซื้อไว้ลงทุนบ้าง แต่หากได้รับการจัดสรรหุ้นจำนวนมาก ก็อาจต้องขอเวลาศึกษารายละเอียดก่อนถึงจะให้คำตอบว่าจะลงทุนหรือไม่
 

การเล่นหุ้นไอพีโอต้องระวัง เพราะจากประสบการณ์ตรงที่ซื้อหุ้นไอพีโอมา 10 บริษัทหลัง เฉลี่ยมีแค่ 2 บริษัทเท่านั้นที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนที่เหลือต่ำจองหมด" โจ ลูกอีสาน กล่าว
 

ด้าน "เสี่ยป๋อง" หรือ "วัชระ แก้วสว่าง" นักลงทุนรายใหญ่สายเทคนิครายใหญ่ แนะนำว่า ควรเลือกตัวที่ระดับพี/อีปัจจุบันไม่แพงเกินไปหรือไม่สูงกว่าอุตสาหกรรม และเป็นบริษัทที่ต้อง มีแนวโน้มกำไรเติบโตต่อเนื่อง รวมถึง ที่สำคัญต้องเข้าเทรดช่วงที่ภาวะตลาดหุ้นเอื้ออำนวยด้วย 
 

ฟาก "เสี่ยยักษ์" หรือ "วิชัย วชิระพงศ์" ระบุว่า จะเลือกจองซื้อหุ้นไอพีโอที่พื้นฐานดีและไม่แพงเกินไปเท่านั้น เพราะไอพีโอเริ่มมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ไม่ได้เปิดขายวันแรกแล้วราคาปรับขึ้นเหมือนช่วงรุ่งเรือง ต้องเป็นหุ้นพื้นฐานดีจริงและตั้งราคาสมเหตุสมผล ถึงจะเลือกลงทุน 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด