ประเด็นร้อน

21 หุ้นพี/อีเกิน 100 เท่า หวั่นถูกชอร์ตเซล-เลี่ยงเก็งกำไร

21 หุ้นพี/อีเกิน 100 เท่า หวั่นถูกชอร์ตเซล-เลี่ยงเก็งกำไร

พบ 21 หุ้นพี/อีทะลุ 100 เท่า สูงสุดถึง 7.7 หมื่นเท่า หลังกำไรทรุด/พลิกขาดทุน พบสถิติ 3 เดือนหลังหุ้นกลุ่มนี้เริ่มโดนเทขาย ราคาดิ่งต่ำสุดถึง 34% กูรูแนะเลี่ยงเก็งกำไรหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ไร้บทวิเคราะห์รองรับ สภาพคล่องต่ำ ส่วนหุ้นใหญ่ระวังโดนชอร์ตเซล

*** พบ 21 หุ้นพี/อีเกิน 100 เท่า

"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลอัตราส่วนราคาปิดต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (พี/อี) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ณ 2 ต.ค.63 พบว่า มีถึง 21 บริษัทที่พี/อีเกิน 100 เท่า เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 62 ที่มี 19 บริษัท โดยส่วนใหญ่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) จำนวน 19 บริษัท มีเพียง 2 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ประกอบด้วย

21 หุ้น P/E เกิน 100 เท่า

ชื่อย่อหุ้น

P/E 2 ..63 (เท่า)

P/E ณ สิ้นปี 62 (เท่า)

P/E เพิ่มขึ้น (เท่า)

IVL

76,697

22

76,676

CPI

40,450

53

40,397

TWZ

682

15

667

SQ

605

N/A

N/A

SAMART

550

N/A

N/A

NKI

431

N/A

N/A

CKP

402

107

295

PCSGH

322

N/A

N/A

FN

316

75

241

BEAUTY

287

17

270

FLOYD

225

12

213

ACC

188

N/A

N/A

CENTEL

166

19

146

AYUD

162

23

139

SEAOIL

132

29

103

ROH

123

24

99

ICC

118

13

105

GULF

103

78

25

APCS

102

12

90

CHARAN

101

N/A

N/A

OCC

101

35

65

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

N/A : งบรวม 4 ไตรมาสหลังสุด ณ วันคำนวณมีผลขาดทุน ไม่สามารถคำนวณได้


21 บจ.ข้างต้น ส่วนใหญ่พี/อีเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 62 อย่างมีนัยสำคัญ โดย 11 บริษัทเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 เท่า  ซึ่ง บมจ.อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) มีพี/อีสูงสุดถึง 7.7 หมื่นเท่า เพิ่มขึ้่นจากสิ้นปี 62 ที่มีพี/อีเพียง 22 เท่า เช่นเดียวกับ บมจ.ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม (CPI) พี/อี เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4 หมื่นเท่า จากสิ้นปี 62 ที่อยู่ระดับเพียง 53 เท่า 

ขณะที่ส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดกลาง-เล็ก โดยมีหุ้นใน SET100 ติดโผเข้ามาเพียง 4 บริษัท ได้แก่ บมจ.อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL), บมจ.ซีเค พาวเวอร์ (CKP), บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) และ บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) 

*** กำไรทรุดดันพี/อีพุ่ง

ทั้งนี้พบว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้พี/อีหุ้นกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นสูง เนื่องจากเกือบทุกบริษัทกำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 63 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีถึง 14 บริษัทที่พลิกเป็นขาดทุน จากช่วง 6 เดือนแรกปี 62 และทั้งปี 62 มีกำไรสุทธิ

ผลประกอบการ 21 หุ้น P/E เกิน 100 เท่า

ชื่อย่อหุ้น

กำไร H1/63 (ลบ.)

กำไร H1/62 (ลบ.)

เพิ่มขึ้น/ลดลง (ลบ.)

กำไรปี 62 (ลบ.)

IVL

724.23

5,974.83

-5,250.60

5,252.11

CENTEL

-510.60

1,058.33

-1,568.93

1,744.24

GULF

1,467.58

2,896.02

-1,428.44

4,886.56

CKP

-434.39

223.15

-657.54

768.9

ICC

-12.52

644.73

-657.25

725.2

SAMART

-161.00

256.16

-417.16

426.03

BEAUTY

-101.04

116.32

-217.36

232.58

APCS

-80.93

123.30

-204.23

238.74

ROH

-58.47

59.53

-118.00

147.42

AYUD

320.55

431.33

-110.78

189.63

CPI

-10.88

79.24

-90.12

90.14

PCSGH

-36.63

18.33

-54.96

75.92

SEAOIL

9.39

59.62

-50.23

60.85

TWZ

-9.73

33.31

-43.04

43.91

FLOYD

-2.36

28.90

-31.26

32.86

OCC

-13.19

13.04

-26.23

31.56

NKI

-7.42

18.53

-25.95

29.65

FN

-0.42

4.23

-4.65

8.7

SQ

152.52

150.62

1.90

1.11

CHARAN

11.01

-22.75

33.76

-31.05

ACC

-36.34

-97.42

61.08

-56.86

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา(CENTEL) พลิกขาดทุนสูงสุดในงวด 6 เดือนแรกปี 63 ระดับ 510.60 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,058.33 ล้านบาท หรือลดลง 1,568.93 ล้านบาท ขณะที่สิ้นปี 62 มีกำไรสุทธิ 1,744.24 ล้านบาท

ขณะที่ บมจ.อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) กำไรลดลงสูงสุดในงวด 6 เดือนแรกปี 63 เหลือเพียง 724.23 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5,974.83 ล้านบาท ลดลง 5,250.60 ล้านบาท หรือ -87.88% 

ส่วน บมจ.สหกลอิควิปเมนท์ (SQ) และ บมจ.จรัญประกันภัย (CHARAN) แม้กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 63 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ราคาหุ้นได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงทำให้พี/อีเพิ่มขึ้น โดย SQ ราคาหุ้น 6 เดือนหลังสุดปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 40% และ CHARAN เพิ่มขึ้น 35% ส่วน บมจ.แอดวานซ์ คอนเนคชั่น คอร์ปอเรชั่น (ACC) แม้กำไรจะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหรืองบปี 62 แต่ก็ยังมีผลขาดทุนอยู่

*** พบสถิติหุ้นพี/อีเกิน 100 เท่า เริ่มโดนเทขาย

ขณะที่ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง โดยดัชนีปิดตลาดฯ หลุดระดับ 1,300 จุด เมื่อ 8 ก.ย.63 และลดลงอย่างต่อเนื่องล่าสุด 2 ต.ค.63 ปิดที่ 1,237.54 จุด ซึ่งเมื่อสำหรวจข้อมูลการซื้อขายพบว่ากลุ่มหุ้นที่มีค่าพี/อีเกิน 100 เท่า เริ่มถูกเทขาย 

ทั้งนี้ อิงหุ้นที่มีพี/อีเกิน 100 เท่า ณ วันที่ 8 มิ.ย.63 ซึ่งเป็นวันที่ดัชนีหุ้นไทยรีบาวด์ขึ้นไปทำจุดสูงสุด 1,454.95 จุด โดยพบว่า ณ วันที่ 8 มิ.ย.63 มีหุ้นพี/อีเกิน 100 เท่า รวม 21 บริษัท ซึ่งมีถึง 13 บริษัทราคาปรับตัวลดลง ได้แก่

หุ้น P/E เกิน 100 เท่า ณ 8 มิ..63 ราคาดิ่ง

ชื่อย่อหุ้น

P/E 8 มิ..

ราคา ณ 8 มิ..

ราคา ณ 2 ..

%chg

AWC

171.73

5.05

3.34

-33.86

SQ

240.56

2.26

1.6

-29.20

BROCK

106.35

1.84

1.43

-22.28

GULF

127.44

38

30.5

-19.74

ESTAR

376.32

0.39

0.33

-15.38

WPH

177.23

1.73

1.5

-13.29

DEMCO

364.08

3.24

2.82

-12.96

CMAN

1,554.49

1.31

1.15

-12.21

OCEAN

103

0.92

0.81

-11.96

SUTHA

125.28

3.4

3.12

-8.24

SEG

138.44

28.25

26

-7.96

BANPU

144.63

6.95

6.4

-7.91

MANRIN

656.23

23.3

21.5

-7.73


9 จาก 13 บจ.ข้างต้นราคาปรับตัวลดลงมากกว่า 10% โดย บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) ราคาปรับตัวลดลงสูงสุดถึง 33.86% รองลงมาคือ บมจ.สหกลอิควิปเมนท์ (SQ) แม้ราคาหุ้น 6 เดือนหลังจะปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 40% แต่หากนับจาก 8 มิ.ย.-2 ต.ค.63 ราคาปรับตัวลดลงแล้ว 29.20% เช่นเดียวกับหุ้นขนาดใหญ่อย่าง บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ที่ปรับตัวลดลงเกือบ 20% เช่นกัน สะท้อนว่าหุ้นที่มีมูลค่าแพงเกินไปและพี/อีสูง มักจะถูกเทขายก่อนช่วงตลาดขาลง

*** เลี่ยงเก็งกำไรหุ้นกลาง/เล็ก-ระวังชอร์ตเซลหุ้นใหญ่

"ณัฐชาติ เมฆมาสิน" ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ แนะนำ ระมัดระวังการลงทุนหุ้นกลุ่มนี้ โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ที่ไม่มีบทวิเคราะห์รองรับ เพราะหากผลประกอบการไตรมาส 3/63 ปรับตัวลดลงหรือขาดทุนต่อเนื่อง จะมีแรงขายแรงๆ ออกมาได้

พร้อมกันนี้ให้ระมัดระวังการเก็งกำไรในหุ้นขนาดใหญ่ เพราะอาจจะเป็นเป้าหมายการถูกชอร์ตเซลได้ หลังตลาดหลักทรัพย์ฯกลับมาใช้เกณฑ์ปกติของการชอร์ตเซล โดยหุ้นขนาดใหญ่ที่พี/อีสูง กำไรลดลงหรือขาดทุน มักจะเป็นเป้าหมายสำคัญ 

ด้าน "สรพล วีระเมธีกุล" ผู้อำนวยการอาวุโส บล.กสิกรไทย ระบุว่า ภาวะตลาดที่ผันผวนหุ้นพี/อีสูงมักเป็นเป้าหมายแรกในการขาย เพื่อหมุนเงินไปหาหุ้นที่มีพื้นฐานเหมาะสมมากกว่า นักลงทุนต้องระมัดระวังการเก็งกำไร ซึ่งบริษัทขนาดกลาง-เล็กในกลุ่มนี้มีสภาพคล่องต่ำ ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่บางรายราคาเกินพื้นฐานไปแล้ว

"หุ้นพี/อีสูงมักจะมีแรงเก็งกำไรเข้ามาช่วงตลาดเป็นขาขึ้น แต่พอตลาดผันผวน หรือปรับตัวลดลง หุ้นเหล่านี้ก็จะโดนเทขายก่อน ยิ่งหากกำไรมีแนวโน้มชะลอตัวหรือลดลง ราคาหุ้นจะตอบสนองเชิงลบอย่างรวดเร็วและรุนแรง" นักวิเคราะห์กล่าว







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด