สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ประเด็นร้อน

| 19 มีนาคม 2561 | 10:32

14 หุ้นบิ๊กแคปพุ่งทะลุเป้า กูรูหั่นคำแนะนำ หวั่นโดนทุบทำกำไร

14 หุ้นบิ๊กแคปพุ่งทะลุเป้า กูรูหั่นคำแนะนำ หวั่นโดนทุบทำกำไร

     "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลความเห็นนักวิเคราะห์(IAA Consensus)จากจำนวนหุ้นที่มีการทำรีเสิร์ชทั้งหมด 225 บริษัท พบว่ามี 14 หุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นแรงจนเกินมูลค่าพื้นฐาน ส่วนใหญ่เป็นหุ้นบิ๊กแคป โดยกลุ่มบริษัทเหล่านี้มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) รวมกัน 2.18 ล้านล้านบาท หรือราว 12% ของมาร์เก็ตแคปรวมทั้งตลาดฯ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ตารางแสดงหุ้นที่มูลค่าเกินพื้นฐาน

ข้อมูลบริษัท

ความเห็นนักวิเคราะห์

IAA Consensus (ราย)

ชื่อย่อหุ้น

ราคาล่าสุด

(บาท)

ค่ากลางเฉลี่ยราคาเป้าหมาย

IAA Consensus (บาท)

มาร์เก็ตแคป

(ล้านบาท)

P/E

(เท่า)

P/E กลุ่ม

(เท่า)

ซื้อ

ถือ

ขาย

AOT

68.00

69.75

971,427.60

44.52

48.14

2

4

2

EA

45.75

41.00

170,647.50

44.7

14.01

2

1

2

GPSC

74.75

63.75

111,997.98

35.28

14.01

1

2

3

GULF

70.25

52.20

149,864.33

43.42

14.01

1

1

1

KTC

260.00

250.00

67,036.69

20.29

23.53

1

3

2

MAKRO

53.50

42.60

256,800.00

41.57

36.26

0

3

2

SCCC

257.00

257.00

76,586.00

42.12

14.20

0

5

1

SIRI

1.81

2.10

26,901.55

9.52

17.32

3

5

1

SVI

4.42

4.55

10,014.61

19.68

15.97

3

4

1

TASCO

18.70

22.70

29,250.64

11.53

14.20

1

6

0

TOP

99.25

103.20

202,472.77

8.15

14.01

2

5

1

THAI

15.00

15.50

32,741.58

N/A

48.14

1

3

1

TOA

36.25

36.12

73,551.25

43.01

14.20

0

2

0

WICE

7.00

6.25

4,563.30

50.87

48.14

0

1

2

*** ธุรกิจ"แบตเตอรี่" ลาก EA-GPSC วิ่งไกลเกินพื้นฐาน
    หุ้นที่ราคาแกว่งตัวได้ตื่นตาตื่นใจต้องยกให้ 2 บริษัทโรงไฟฟ้าที่เตรียมรุกธุรกิจใหม่อย่าง แบตเตอรี่(Energy Storage)ซึ่งได้รับการคาดหมายจากนักลงทุนว่าจะเป็นการต่อยอดแห่งอนาคต ทำให้ราคาหุ้นตอบรับจนราคาวิ่งทำ All time High
    รายแรกคือ บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีก่อนจากที่ซื้อขายระดับ 30-40 บาท กระโดดมาปิดตลาด ณ สิ้นปี 60 ที่ 52.50 บาท และพุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดถึง 71.25 บาท เมื่อ 15 ม.ค.61 
    แต่หลังจากนั้นราคาหุ้นกลับรูดลงอย่างต่อเนื่องจนล่าสุดเหลือเพียง 45.65 บาท เกิดจากบทวิเคราะห์หลายโบรกเกอร์เริ่มปรับลดคำแนะนำการลงทุนและเป้าหมายราคาหุ้น เพราะราคาวิ่งรับข่าวธุรกิจใหม่มากเกินไป มากกว่าราคาพื้นฐานของธุรกิจพลังงานทดแทนในปัจจุบัน
    "นลินรัตน์ กิตติกำพลรัตน์" นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส แนะนำ "ขาย" ประเมินว่าราคาพื้นฐานปี 61 เท่ากับ 40 บาทเท่านั้น คิดจากการรวมโรงไฟฟ้าที่มี PPA และโรงงานแบตเตอรี่เฟส 1 แม้จะมองว่าธุรกิจแบตเตอรี่จะส่งผลดีในอนาคต แต่ยังไม่มีความชัดเจนทั้งแหล่งเงินทุน ผู้ร่วมทุน และลูกค้าที่จะมาซื้อแบตเตอรี่ที่ผลิตได้ แต่ราคาหุ้นกลับรับข่าวมากเกินไป 
    โดย IAA Consensus แนะนำ ซื้อ 2 ราย คือ บล.ธนชาติ ราคาเหมาะสม 110 บาท และ บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ราคาเหมาะสม 70 บาท แต่มีถึง 3 รายที่แนะนำขายคือ บล.เออีซี บล.ไทยพาณิชย์ และ บล.เอเซีย พลัส ขณะที่ บล.กสิกร ปรับคำแนะนำเหลือเพียง ถือ โดยมีค่ากลางราคาเหมาะสมเฉลี่ยที่ 41 บาท ซึ่งราคาหุ้นปัจจุบันเกินมูลค่าเหมาะสมไปแล้ว
    อีกรายคือ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) ราคาหุ้นวิ่งแรงไม่แพ้กัน ทำสถิติใหม่เมื่อ 23 ม.ค.61 ที่ 87.25 บาท จากปลายปีก่อนที่ซื้อขายระดับ 50-60 บาท 
    นักวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ลดคำแนะนำเป็น "ขาย" ประเมินราคาเหมาะสมปี 61 ที่ 59 บาท มองว่าการที่ราคาหุ้นตอบรับข่าวธุรกิจแบตเตอรี่มากเกินไป จนราคาวิ่งแซงมูลค่าพื้นฐานที่เหมาะสมค่อนข้างมาก ซึ่งธุรกิจนี้อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมเริ่มโครงการนำร่องเท่านั้น ไม่มีความชัดเจนถึงแผนระยะยาว และยังไม่แน่ว่าจะประสบความสำเร็จตามแผน 
    โดย IAA Consensus เหลือคำแนะนำซื้อเพียง 2 ราย และเปลี่ยนเป็นถือ 2 ราย อีก 3 รายแนะนำขายโดยมีค่ากลางราคาเหมาะสมเฉลี่ยที่ 63.75 บาท ซึ่งราคาหุ้นปัจจุบันเกินมูลค่าเหมาะสมไปแล้วเช่นกัน

*** MAKRO-SCCC-TOA-WICE ไร้คนเชียร์ซื้อ
    ทั้งนี้จากข้อมูล IAA Consensus พบว่ามี 4 บริษัทที่ถูกปรับลดคำแนะนำเหลือเพียง "ถือ" หรือ "ขาย" เท่านั้น ไม่มีบทวิเคราะห์จากโบรกเกอร์รายใดที่แนะนำ "ซื้อ" ประกอบด้วย
    1.บมจ.สยามแม็คโคร (MAKRO) ราคาปัจจุบัน 53.50 บาท โดยบล.กสิกร บล.ไทยพาณิชย์ และ บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี แนะนำ ถือ ราคาเหมาะสม 43.50 บาท 42.00 บาท และ43.00 บาท ตามลำดับ ส่วนบล.ฟิลลิป และ บล.เออีซี แนะนำ ขาย ราคาเหมาะสม 42.60 บาท และ 40 บาท 
    "ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล" นักวิเคราะห์ บล.เออีซี ระบุว่า แม้ทิศทางกำไรจะยังเติบโตดี และมีเงินปันผลตอบแทน แต่ราคาหุ้นได้ปรับขึ้นเกินมูลค่าพื้นฐานที่ 40 บาทไปมากแล้ว จึงปรับลดคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น "ขายทำกำไร"
    เช่นเดียวกับนักวิเคราะห์ บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ปรับลดคำแนะนำเป็นขายเช่นกัน โดยให้เปลี่ยนไปซื้อ CPALL ที่คาดว่ากำไรจะเติบโตได้ดีกว่า และรับประโยชน์จากผลการดำเนินงานของ MAKRO และยังมี Up Side ที่น่าลงทุนกว่า 
    2.บมจ.ปูนซีเมนต์นครหลวง (SCCC) ราคาหุ้นล่าสุด 257 บาท ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับค่ากลางราคาเหมาะสมของ IAA Consensus บล.ทิสโก้ บล.ฟิลลิป บล.เอเซีย พลัส บล.ไทยพาณิชย์ และ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะนำถือทั้งหมด ราคาเหมาะสม 254 บาท 260 บาท 254 บาท  270 บาท และ 270 บาท ตามลำดับ 
    โดยมี บล.เอเชีย เวลท์ แนะนำ ขาย ราคาเหมาะสม 250 บาท ซึ่งนักวิเคราะห์ ระบุว่า ราคาหุ้นเต็มมูลค่า ส่วนธุรกิจยังมีปัจจัยกดดันด้าน Oversupply ส่วนทางกับ Demand ที่ชะลอตัว 
    3.บมจ.ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) (TOA) ราคาล่าสุด 36.25 บาท โดย บล.ทิสโก้ และ บล.กสิกร แนะนำเพียง ถือ ราคาเหมาะสม 36.25 บาท และ 36 บาท 
    นักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้  ประเมินว่า ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาหุ้นปัจจุบันขึ้นมาใกล้เคียงราคาเหมาะสมแล้ว และข่าวดีจากการปรับขึ้นราคาขายน่าจะสะท้อนเข้าไปในราคาหุ้นหมด ขณะที่ยังมีปัจจัยเสี่ยงมาจากการชะลอตัวของสภาพเศรษฐกิจโดยรวมและอุตสาหกรรมก่อสร้างและที่อยู่อาศัยทั้งในประเทศไทยและภูมิภาค การก่อสร้างโรงงานใหม่ล่าช้ากว่ากำหนด ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ลดคำแนะนำเหลือเพียง ถือ 
    4.บมจ.ไวส์ โลจิสติกส์ (WICE) ราคาปัจจุบันที่ 7 บาท สูงกว่า ค่ากลางราคาเหมาะสมของ IAA Consensus ซึ่งอยู่ระดับ 6.25 บาท 
    "อิศรา เลิศสุดคนึง" นักวิเคราะห์ บล.เออีซี  ประเมินว่าแม้ธุรกิจจะมีแนวโน้มสดใสจากศักยภาพทำกำไรที่ดีในระยะยาว แต่อย่างไรก็ดีราคาหุ้นได้ปรับเพิ่มขึ้นจนเกินมูลค่าพื้นฐานที่ 6.40 บาท และยังมี Downside Risk จากประเด็นความเสี่ยงการแข่งขันที่สูงอาจกดดันมาร์จิ้นให้ต่ำกว่าคาด ดังนั้นจึงลดคำแนะนำจาก "ซื้อ" เป็น "ขาย"
    ส่วนบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ก็ปรับลดคำแนะนำจาก ซื้อ เป็น ถือ ราคาเหมาะสม 6.10 บาท ขณะที่ บล.ฟิลลิป ปรับคำแนะนำเป็น ขาย ราคาเหมาะสม 6.25 บาท

*** กูรูเตือนระวังแรงเทขายทำกำไร
      "มงคล พ่วงเภตรา" นักวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า ให้ระมัดระวังแรงขายทำกำไร เพราะส่วนใหญ่เป็นหุ้นบิ๊กแคป เป็นเป้าหมายหลักของนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติ หากมีแรงขายอาจจะกระชากราคาหุ้นลงแรงๆได้  
    ทั้งนี้ แนะนำ ให้ลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นในกลุ่มเหล่านี้ หากมีอยู่และยังมีกำไรก็ให้ขายทำกำไรไปก่อน หรือหากจะถือก็ควรเป็นหุ้นที่ให้ยีลด์ปันผลในระดับสูงมากกว่า 3-4% ขึ้นไป 
    "ราคาหุ้นที่ปรับตัวเกินมูลค่าที่ควรจะเป็นมักจะยืนอยู่ได้ไม่นาน สุดท้ายกลไกของตลาดฯ จะกดให้ราคาจะกลับไปหาพื้นฐานเสมอ"

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด