ประเด็นร้อน

| 12 มีนาคม 2561 | 11:23

เปิดโผ 15 หุ้นฐานะการเงินถดถอย เสี่ยงโดน ตลท.เปิดซิงแขวนป้าย "C"

     2 ก.ค.นี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะประกาศขึ้นเครื่องหมาย "C" หรือ Caution กับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่มีฐานะการเงินถดถอย หรืองบการเงินมีปัญหา รวมไปถึงบริษัทที่ประกอบธุรกิจที่ไม่เหมาะสม
    ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือชนิดใหม่ล่าสุดสำหรับแจ้งเตือนแก่นักลงทุน เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่มีเครื่องหมาย SP (Suspension), H (Halt), NP (Notice Pending) และ NC (Non-Compliance)
    สิ่งที่พิเศษในเครื่องหมายชนิดใหม่นี้คือเป็นการแจ้งเตือนล่วงหน้าเพื่อบ่งชี้ว่า บริษัทนั้น ๆ กำลังมีปัญหา ควรระมัดระวังการลงทุน
    ต่างจากเครื่องหมายอื่น ๆ ที่ใช้ในปัจจุบัน ซึ่งจะประกาศหรือขึ้นเครื่องหมายเมื่อเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นไปแล้ว คล้ายกับเป็นคำเตือนที่ปลายเหตุมากกว่า

*** เปิดเกณฑ์ 6 ข้อโดนแขวนเครื่องหมาย "C"
    เครื่องหมาย "C" จะใช้กับบจ.ที่เข้าเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดต่อไปนี้
    1.ส่วนผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 50% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วหลังหักส่วนต่ำมูลค่าหุ้น (ถ้ามี)
    2.หน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงินมีคำสั่งแก้ไขฐานะการเงินหรือการดำเนินงาน โดยระงับการดำเนินการบางส่วนหรือไม่ให้ขยายธุรกิจเป็นการชั่วคราว อันส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
    3.สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งแก้ไขงบการเงิน หรือ สั่งให้มีการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (Special Audit)
    4.ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นเนื่องจากถูกจำกัดขอบเขตโดย บจ. หรือกรรมการและผู้บริหารของ บจ. รวมไปถึงผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นว่างบการเงินไม่ถูกต้อง
    5.ศาลล้มละลายฯ รับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ หรือ รับคำฟ้องล้มละลาย
    6.เป็น Cash Company (บจ. มีสินทรัพย์ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดอยู่ในรูปของเงินสด/หลักทรัพย์ระยะสั้น)
    โดย ตลท.จะประกาศรายชื่อ บจ.ที่เข้าข่ายให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้า 1 วันทำการ หลังจากนั้นจะขึ้นเครื่องหมาย “C” และต้องซื้อด้วยบัญชีเงินสด (Cash Balance) ซึ่งรวมถึงหลักทรัพย์ที่เป็น Underlying เช่น Warrant และ Derivative Warrants ด้วย 
    และเพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับทราบข้อมูลและแนวทางแก้ไขของ บจ. ตลท.จึงกำหนดให้ บจ.ชี้แจงข้อมูลภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ขึ้นเครื่องหมาย และทุกไตรมาสหากยังถูกขึ้นเครื่องหมาย ซึ่งจะมีผลจนกว่า บจ. จะแก้ไขเหตุเป็นที่เรียบร้อย 
    ทั้งนี้จะมีการพิจารณา บจ.ที่ติดเครื่องหมาย "C" ทุกสิ้นไตรมาส โดยจะเริ่มตั้งแต่งบการเงินสิ้นไตรมาส 2/61
    "เกศรา มัญชุศรี" กรรมการและผู้จัดการ ตลท. ให้ความเห็นว่า "การขึ้นเครื่องหมาย C เป็นการแจ้งเตือนถึงคุณภาพบจ. ให้ผู้ลงทุนได้รับทราบ เพื่อที่จะได้มีข้อสังเกต และระมัดระวังในการเลือกหลักทรัพย์ที่จะลงทุนมากขึ้น รวมไปถึงเป็นการกระตุ้นเตือนให้บจ.เร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอีกด้วย
    ส่วนปัจจุบันจะมีกี่ บจ.ที่เข้าข่าย ยังไม่สามารถบอกได้ โดยเราได้ทำการสำรวจเมื่อปลายปีก่อนมีอยู่กว่า 20 บริษัท แต่ผลประกอบการสิ้นปี 60 หรือ ไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ของปีนี้ ของบริษัทเหล่านั้นอาจจะมีทิศทางที่ดีขึ้นและพ้นจากสถานการณ์ได้ ต้องรอดูวันที่ 2 ก.ค.ที่จะถึงดีกว่า"

*** เปิดโผ 15 บจ.กลุ่มเสี่ยง
    "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลบจ.ตามเงื่อนไขข้างต้นพบว่าปัจจุบันมี 15 บริษัทที่มีความเสี่ยงถูกขึ้นเครื่องหมาย "C" 
    โดยพบว่ามี 8 บริษัทที่ขาดทุนต่อเนื่องมาอย่างน้อย 4 ปีติดต่อกัน ขณะที่ 14 บริษัทสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 50% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วหลังหักส่วนต่ำมูลค่าหุ้น และมี 7 บริษัทที่แบกผลขาดทุนสะสมเกิน 1,000 ล้านบาท  ขณะเดียวกันมี 5 บจ.ที่ส่วนผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 100 ล้านบาท ดังนี้

ตารางแสดงหุ้นที่มีความเสี่ยงติดเครื่องหมาย C

บริษัท

ตลาด

ทุนจดทะเบียน

(ลบ.)

ส่วนต่ำมูลค่าหุ้น

(ลบ.)

ส่วนผู้ถือหุ้น

(ลบ.)

ส่วนผถห./ทุนจดทะเบียน (%)

ขาดทุนต่อเนื่อง

(ปี)

ขาดทุนสะสม

(ลบ.)

รายงานผู้สอบบัญชี

NEWS

mai

67,886.86

62,783.93

283.62

6

4

3,981.11

ปกติ

UMS

mai

251.70

-

17.64

7

4

650.40

ปกติ

TSF

mai

677.10

-

83.07

12

4

556.53

ปกติ

MPG

mai

977.75

-

112.58

12

3

1,313.75

ปกติ

PE

SET

400.00

-

63.00

16

4

339.95

ไม่แสดงความเห็น

SPORT

SET

456.37

-

88.44

19

4

665.34

ปกติ

PACE

SET

11,538.69

-

2,246.94

19

-

4,572.13

ไม่แสดงความเห็น

FC

mai

2,136.47

-

424.60

20

4

2,197.57

ปกติ

TFI

SET

2,047.50

88.75

395.31

20

2

1,753.27

ไม่แสดงความเห็น

TSI

SET

1,052.23

157.63

196.44

22

2

798.86

ปกติ

HOTPOT

mai

121.80

-

33.38

27

4

415.20

ปกติ

T

mai

10,114.93

8,500.75

448.24

28

2

1,420.28

ปกติ

DNA

mai

264.58

-

102.04

39

4

1,031.96

ไม่แสดงความเห็น

RCI

SET

462.63

-

206.32

45

3

421.94

ปกติ

GL

SET

762.77

-

5,600.18

734

1

33.85

Special Audit

หมายเหตุ : บจ.เหล่านี้เป็นเพียงกลุ่มบริษัทที่มีความเสี่ยงติดเครื่องหมาย "C" เท่านั้น มิใช่จะต้องติดอย่างแน่นอน โดยคัดกรองตามเงื่อนไขที่ ตลท.กำหนด จากฐานะการเงิน ณ สิ้นปี 2560 แต่ ตลท. จะประกาศรายชื่อบจ.ที่ติดเครื่องหมาย "C" จากงบการเงิน ณ สิ้นไตรมาส 2/61

*** UMS-HOTPOT โคม่า ส่วนผู้ถือหุ้นเสี่ยงติดลบ
    รายที่โคม่าสุดคือ บมจ.ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (UMS) มีส่วนผู้ถือหุ้น 17.64 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาขาดทุนมาต่อเนื่อง 4 ปี ติดต่อกัน ปี 57 ขาดทุน 22.11 ล้านบาท ปี 58 ขาดทุน 371.23 ล้านบาท ปี 59 ขาดทุน 57.63 ล้านบาท และปี 60 ขาดทุน 90.99 ล้านบาท ซึ่งหากไตรมาส 1 นี้เกิดขาดทุนอีก มีความเสี่ยงที่ส่วนผู้ถือหุ้นจะติดลบทันที จำเป็นต้องเพิ่มทุน มิเช่นนั้นก็จะเข้าข่ายบจ.ที่ต้องแก้ไขผลการดำเนินงาน
    ขณะที่ บมจ.ฮอท พอท (HOTPOT) ก็อาการแย่ไม่ต่างกัน ขาดทุนต่อเนื่อง 4 ปีติด ส่วนผู้ถือหุ้นล่าสุดเหลือเพียง 33.38 ล้านบาท โดยปี 57 ขาดทุน 54.45 ล้านบาท ปี 58 ขาดทุน 94.99 ล้านบาท ปี 59 ขาดทุน 148.23 ล้านบาท และปี 60 ขาดทุน 222.30 ล้านบาท เรียกได้ว่าขาดทุนเพิ่มขึ้นทุกปี

*** พบ 5 รายผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงิน
    นอกจากนี้พบว่ามี 5 บริษัทที่ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความคิดเห็นต่องบการเงิน โดย บมจ.กรุ๊ปลีส (GL) หนักสุด ยังอยู่ระหว่างการถูกสั่งจาก ก.ล.ต.ให้ทำ Special Audit ซึ่งปัจจุบันแม้กลุ่มบริษัทเหล่านี้จะถูกขึ้นเครื่องหมาย NP แต่ก็ยังซื้อขายได้ตามปกติ นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังและศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ
    "ตลท.จะขึ้นเครื่องหมาย NP ไว้เพื่อแสดงให้เห็นว่า ตลท. หรือ ก.ล.ต.ยังอยู่ระหว่างการรอข้อมูลจาก บจ. แต่เปิดโอกาสให้มีการซื้อขายได้ แต่ต่อไปนี้จะมีเครื่องหมาย C  เพื่อให้นักลงทุนได้รู้ว่าต้องพิจารณาในการลงทุนและต้องซื้อหุ้นด้วยเงินสดเท่านั้น
    แม้ ตลท.หรือ ก.ล.ต.จะหมดข้อสงสัยและอาจจะมีการปลดเครื่องหมาย NP แต่ในกรณีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงบการเงิน หรือผู้สอบบัญชี หรือ ก.ล.ต. สั่งให้แก้ไขงบ อาจจะมีการขึ้นเครื่องหมาย C ไว้อยู่ เนื่องจากต้องรอให้มีการเปลี่ยนแปลงงบการเงินในไตรมาสใหม่มาก่อน เนื่องจากเกณฑ์ระบุไว้ว่า ต้องเข้าข่ายการพ้นเหตุอันเป็นข้อสงสัยทั้งหมดได้หมดก่อนถึงจะปลดเครื่องหมาย C ลงได้
              ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผู้ลงทุนควรรู้ และเห็นความสำคัญต่าง ๆ เพราะนี่คือกระบวนการหนึ่งที่จะช่วยคัดเลือกว่า บจ.ไหนมีคุณภาพที่ควรค่าแก่การลงทุน" ปวีณา ศรีโพธิ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการหัวหน้าสายงานกำกับตลาด ตลท. กล่าวเสริม

 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด