หุ้นเด่นวันนี้

ASAP จับตาแผนขยายธุรกิจ ที่แลกด้วย D/E สูงถึง 8.6 เท่า!

ASAP จับตาแผนขยายธุรกิจ ที่แลกด้วย D/E สูงถึง 8.6 เท่า!

    ASAP เทรดคึก โบรกฯ แนะเป็นหุ้นได้รับผลดีความเชื่อมั่นในประเทศฟื้น ขณะที่แผนเพิ่มรถเช่าเป็น 2 หมื่นคัน หนุนรายได้ปี 63 โตเท่าตัว มีความเป็นไปได้จากตลาดเช่ารถยนต์ที่ยังมีโอกาสเติบโตสูง แต่จะต้องแลกมาด้วย D/E ที่สูงถึง 8.6 เท่า

    ราคาหุ้น บมจ.ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ หรือ ASAP ขึ้นไปทำจุดสูงสุดรอบเช้านี้ที่ 6.35 บาทหลังราคาหุ้นซึมสวนตลาดวานนี้ และปิดตลาดช่วงเช้าไปที่ 6.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 4.13% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 324.84% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

    ASAP ประกอบธุรกิจรถยนต์ให้เช่าภายใต้แบรนด์ asap โดยมีลักษณะบริการรถยนต์ให้เช่า 3 รูปแบบ คือ 1) บริการรถยนต์ให้เช่าระยะยาว (Operating Lease) แบบครบวงจร 2) บริการรถยนต์ให้เช่าระยะสั้น และ 3) บริการรถยนต์ให้เช่าพร้อมคนขับ (Limousine)และ 4) บริการรถยนต์ให้เช่าผ่านแอปพลิเคชัน (asap GO) ณ สิ้นปี 60 มีจำนวนรถยนต์ให้เช้าทั้งหมด 11,395 คัน

    ASAP มีสัดส่วนรายได้ ณ สิ้นปี 60 มาจาก 1.ธุรกิจให้เช่ารถยนต์แก่ลูกค้าเอกชน 56.74% 2.ลูกค้าราชการ 17.18% 3.ลูกค้าบุคคลธรรมดา 0.04% 4.รถยนต์เช่าระยะสั้น 2.55% 5.รถยนต์เช่าพร้อมคนขับ 2.66%  6.รายได้จากการขายรถยนต์ 20.27% และอื่นๆ 0.57% 

    ASAP เข้าจดทะเบียนใน SET เมื่อ 30 มี.ค.60 ด้วยราคาไอพีโอ 3.03 บาท ก่อนจะขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 12.10 บาท เมื่อวันที่ 15 มี.ค.61 หรือเพิ่มขึ้น 300% ใน 1 ปี สอดคล้องกับผลการดำเนินงานปี 60 ที่มีกำไรสุทธิ 150.79 ล้านบาท เติบโตถึง 116% จากปี 59

    หุ้น ASAP เริ่มพลิกเป็นขาลง ทำจุดต่ำสุดที่ 4 บาท ในวันที่ 5 ก.ค.61 หลังผลการดำเนินงานปีนี้เริ่มทรงตัว โดยมีกำไรสุทธิครึ่งแรกปี 61 ที่ 69.03 ล้านบาท จาก 66.90 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน 

    ราคาหุ้น ASAP กระตุกขึ้นมาวันนี้ พร้อมปริมาณซื้อขายหนาแน่น หลังนักวิเคราะห์มองว่าจะเป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์ จากความเชื่อมั่นและการบริโภคภายในประเทศขยายตัวดีต่อเนื่อง ขณะที่แนวโน้มธุรกิจระยะยาว จะยังเติบโตต่อได้อีกมาก จากแผนการขยายรถเช่า ที่จะหนุนรายได้ปี 63 โตเท่าตัวจากปีนี้ แต่จะทำให้ D/E พุ่งสูงถึง 8.6 เท่า

    บล.ฟินันเซีย ไซรัส เผย แผนธุรกิจระยะยาว 3 ปี ของ ASAP มีความเป็นไปได้ โดยบริษัทมีแผนที่จะขยายรถเช่าเพิ่มเป็น 2 หมื่นคันภายในปี 63 จากครึ่งแรกปี 61 ที่ 1.3 หมื่นคันรวมถึงการเปิด ASAP Auto Park และการเติบโตของลูกค้ากลุ่มโลจิสติกส์ ซึ่งจะทำให้รายได้ในปี 63 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.5 - 5 พันล้านบาท โตเกือบเท่าตัวจากปีนี้ และคาดมีอัตรากำไรสุทธิในปี 63 อยู่ที่ 7% 

    อย่างไรก็ดีอาจต้องมองข้ามกำไรสุทธิในปีนี้ไป เนื่องจากธุรกิจขายรถหมดสัญญาเกิดขึ้นช้ากว่าคาดเพราะการเปิด ASAP Auto Park ไม่เป็นไปตามเป้าหมายทำให้กำไรสุทธิปีนี้คาดทำได้เพียง 158 ล้านบาทโต 4.8% จากปีก่อน และกลับมาโตก้าวกระโดดเป็น 217 ล้านบาทในปี 62 คิดเป็นโต 37.4% และโตกระโดดอีกครั้ง 38% ในปี 63

    แนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสมปี 62 ที่ 7.5 บาท อิง PER 25 เท่า (Justified PER g8% และ Ke 10.3%)

    บล.ทิสโก้ ระบุแผนการเพิ่มรถเช่าเป็น 2 หมื่นคัน จากสิ้นปีนี้คาดที่ 1.55 หมื่นคัน จะทำให้รายได้ในปี 63 เติบโตขึ้นเป็น 4.5 - 5 พันล้านบาท จากปีนี้ที่ 2.7 - 2.8 พันล้านบาท

    แนะนำ ซื้อ ที่ราคาเหมาะสม 8.10 บาท อิง PER 25 เท่า (Justified PER g8% และ Ke 10.3%)

    บล.บัวหลวง เผยการเติบโตของ ASAP ยังมีศักยภาพอีกมาก จากตลาดรถยนต์ที่ใช้ในการขนส่งราว 4 แสนคัน ซึ่งปัจจุบันกว่า 2.4 แสนคันยังเป็นรถที่องค์กรซื้อใช้เอง แต่มีแนวโน้มจะหันมาใช้บริการเช่ารถ และการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากกลุ่มองค์กรที่เช่ารถอยู่แล้วเนื่องจากปัจจุบัน ASAP มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 7% เท่านั้น และเชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรฐานบัญชีใหม่ที่ส่งผลให้บริษัทที่มาเช่ารถจะต้องรวมมูลค่าเช่ารถไปเป็นหนี้สิน และหันไปซื้อรถใช้เอง เนื่องจากการเช่ารถมีความสะดวกมากกว่า โดยคาดปี 61 - 63 จะมีกำไรสุทธิโตเฉลี่ย 33.2% ต่อปี

    อย่างไรก็ดีปัจจุบัน ASAP มี D/E สูงถึง 6.5 เท่า แต่บริษัทยังมีความสามารถในการกู้เพิ่มได้อีกเนื่องจากมีสัญญาเช่ารถระยะยาวกับธุรกิจขนาดใหญ่ และก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ASAP เคยมี D/E ที่สูงถึง 8.6 เท่า ซึ่งหากการขยายรถเช่าเป็น 2 หมื่นคันได้ตามแผน จะทำให้ D/E กลับไปอยู่ในระดับเดียวกับก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่จะไม่ได้รับผลจากดอกเบี้ยขาขึ้น เนื่องจากสามารถผลักต้นทุนไปให้กับลูกค้าได้

    แนะนำ ซื้อ เป้าหมายพื้นฐาน 7.75 บาท 

    การขยายธุรกิจของ ASAP ค่อนข้างมีความมั่นคง เพราะมีสัญญาเช่ารถล่วงหน้ามาก่อนแล้ว แต่ประเด็นที่ต้องจับตาคือ D/E ที่จะพุ่งแตะ 8.6 เท่าในปี 63 ที่อาจสร้างแรงกดดันต่อการขยายตัวในอนาคต รวมถึงผลการดำเนินงานปีนี้ที่มีแนวโน้มเติบโตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด