หุ้นเด่นวันนี้

MINT ระยะสั้นพื้นฐานแย่...แต่"เซียน"เห็นอะไรไล่เก็บหุ้นก่อน!

MINT ระยะสั้นพื้นฐานแย่...แต่

นักลงทุนคงเริ่มสนใจหุ้น MINT กันบ้างแล้ว หลังจากราคาหุ้นบวกแรงมาต่อเนื่องถึง 3 วันติด โดยเฉพาะการที่นักลงทุนชื่อดังอย่าง "นิติ โอสถานุเคราะห์" เข้าเก็บหุ้นอย่างต่อเนื่องไปก่อนหน้านั้น ยิ่งทำให้หุ้นน่าเก็บเสียเหลือเกิน! แต่ก่อนจะลุยหุ้นตามใคร...ต้องรู้ไว้ด้วยว่าพื้นฐานตอนนี้แย่สุดๆ


หุ้น บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ปรับตัวขึ้นมาแรงมาก 3 วันทำการติดแล้ว และยังปรับตัวขึ้นมากกว่าหุ้นตัวอื่นๆในกลุ่มอีกด้วย ซึ่งหากนับจากราคาปิดวันที่ 24 มี.ค.63 ที่ 13.70 บาท กับราคาสูงสุดเช้านี้ 17.20 บาท ถือว่าราคาหุ้นปรับขึ้นมาแล้วถึง +25.54% เลยทีเดียว


แม้ก่อนปิดตลาดเช้านี้จะย่อลงเล็กน้อยมาปิดตลาดไปที่ 16.80 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ + 6.33% 


*** กลัวตกรถ! ราคาหุ้นบวกแรง มีสตอรี่นักลงทุนรายใหญ่กวาดหุ้น


นอกจากราคาหุ้น MINT ที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจนนักลงทุนเริ่มถามตัวเองว่าเป็นการพลาดโอกาสไปหรือยัง อีกประเด็นที่ทำให้หุ้นน่าเข้าซื้อเหลือเกินก็คือ "นายนิติ โอสถานุเคราะห์" นักลงทุนรายใหญ่ที่อาศัยช่วงราคาหุ้นตกหนักเป็นจังหวะเข้ากวาดหุ้นไปจำนวนมาก จนปัจจุบันมีสัดส่วนถือหุ้นไปถึง 9.18% แล้ว


แน่นอนว่าการเข้าซื้อหุ้นที่ต้นทุนใกล้กับนักลงทุนชั้นเซียน ย่อมสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนรายย่อยว่าราคานี้น่าจะผ่านการคิดวิเคราะห์มาอย่างดีแล้วว่าคุ้มค่า แต่ก็อย่าลืมว่าความสำคัญของเงินสำหรับแต่ละคนไม่เท่ากัน...


ดังนั้นถ้าหากผลประกอบการ MINT ยังออกมาแย่ไปเรื่อยๆ นักลงทุนรายย่อยที่นำเงินใส่เข้าไปจมอยู่กับหุ้น MINT อาจต้องผิดหวังขายออกมาในที่สุด ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นเสียด้วย!


*** ก่อนอื่นต้องรู้ไว้ สถานการณ์ MINT ตอนนี้แย่สุดๆ!


จากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในยุโรปยังพุ่งขึ้นต่อเนื่องกระทบกับ MINT เต็มๆ เพราะมีรายได้มาจากโรงแรมในกลุ่มประเทศนี้ถึง 48% ผ่านการรับรู้รายได้จาก NH Hotel และข่าวร้ายก็คือ ปัจจุบันปิดโรงแรมไปเกือบทั้งหมดแล้ว และโรงแรมในไทยอาจเป็นรายถัดไป

อย่างที่บล.โนมูระ ระบุว่า MINT ได้ปิดโรงแรมในยุโรปไปเกือบทั้งหมดแล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณาปิดโรงแรมในประเทศไทยด้วย ทั้งภายในกรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัด แม้ขณะนี้ยังไม่ประกาศออกมาว่าจะปิดโรงแรมไหนบ้าง เป็นระยะเวลาเท่าใด

ทั้งนี้ประเมินว่า MINT จะปิดโรงแรมในยุโรปทั้งหมด และปิดโรงแรมในไทยราว 70% ของโรงแรมทั้งหมด ดังนั้นทุกๆการปิด 1 เดือน จะกระทบกับประมาณการกำไรราว 35 - 40% จากที่คาดมีกำไรปกติปี 63 ที่ 4,275 ล้านบาท


ซึ่งจากการปิดโรงแรม บริษัทแจ้งว่าอยู่ระหว่างการลดต้นทุนอย่างเข้มงวด ทั้งการเจรจากับผู้ให้เช่าทั่วโลกทั้งโรงแรมและร้านอาหาร เพื่อขอลดหรือหยุดการจ่ายค่าเช่า ให้พนักงานลาหยุดโดยไม่รับเงินเดือน และเลื่อนจ่ายเงินเดือนบางส่วนสำหรับผู้บริหารระดับสูง


*** แต่ทดสอบภาวะวิกฤตของกิจการ "ยังรอดอยู่"


ทั้งนี้ MINT ระบุว่าการทดสอบภาวะวิกฤต(Stress Test) เบื้องต้นแสดงให้เห็นว่ายังสามารถรักษาสถานะการเงินให้เป็นไปตามเงื่อนไขของเงินกู้และหุ้นกู้ได้ในการทดสอบครั้งต่อไป


ทั้งนี้ บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ตามงบการเงิน ณ 31 ธ.ค. 62 บริษัทฯ มี Working Capital แบ่งเป็น ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 1.6 หมื่นล้านบาท สินค้าคงเหลือ 4.1 พันล้านบาท ส่วนนี้ยังสอดคล้องกับเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่มีราว 2 หมื่นล้านบาท


ส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน(ไม่รวม Perpetual Bond 2.4 หมื่นล้านบาท เพราะได้รับการผ่อนผันการบังคับใช้มาตรฐานบัญชี TAS 32 ไปเป็นปี 65)หลังหักเงินสดราว 1.3 หมื่นล้านบาทแล้ว จะมีสัดส่วนอยู่ที่ 1.32 เท่า ขณะที่ Debt Convenant ที่ 1.75 เท่า


แนะนำ "ชะลอลงทุน" จนกว่าจะสามารถควบคุมโรคได้อย่างเป็นทางการ


*** หากสายป่านยาว รอลุ้นท่องเที่ยวฟื้นแรงในปี 64 


จากการสำรวจคำแนะนำของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะมองว่าสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลายภายในสิ้นปี 63 - ปี 64 ดังนั้นส่วนใหญ่จึงแนะนำซื้อ เพื่อไปลุ้นการฟื้นตัวอย่างแรงตามความต้องการของตลาดท่องเที่ยวที่อัดอั้นมานานในปี 64 

 

บล. คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย
เอเซีย พลัส ชะลอลงทุน -
บัวหลวง ซื้อ 20
กสิกรไทย ซื้อ 23.30
ธนชาต ซื้อ 27
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ซื้อ 30
ไทยพาณิชย์ ซื้อ 36


ก่อนอื่นนักลงทุนต้องเตือนใจตัวเองไว้ด้วยว่าสถานการณ์ไวรัสขณะนี้สุดจะคาดเดาได้จริงๆ เพราะโควิด-19 แหกทุกการคาดการณ์มาตลอด ซึ่งหากไม่คลี่คลายในสิ้นปีนี้อย่างที่นักวิเคราะห์คาดจริงๆ และยังลากยาวต่อ สถานการณ์ด้านการเงินสุดแกร่งของ MINT ที่แม้จะทดสอบว่ารอดวิกฤติอยู่ในขณะนี้ ก็อาจต้านทานไม่ไหวเหมือนกัน!







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด