สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 13 กรกฎาคม 2561 | 09:14

KTC จับตาเทรดพาร์ใหม่วันนี้ ราคาจะไปทางไหน?

KTC จับตาเทรดพาร์ใหม่วันนี้ ราคาจะไปทางไหน?

           จับตา KTC เทรดพาร์ใหม่ 1 บาทวันนี้ ราคาจะไปทางไหน หลังราคาพุ่งต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีก่อนกว่า 200% โบรกฯ เปิดสถิติหุ้นแตกพาร์ราคามักปรับขึ้นในระยะสั้น แต่ KTC มีสตอรี่งบ Q2/61 ให้ลุ้น

           หุ้น บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) ในการซื้อขายวันนี้นับว่าน่าจับตา เนื่องจากจะเป็นวันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ให้ซื้อขายพาร์ใหม่ 1 บาท จากเดิม 10 บาท ซึ่งจะทำให้จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น 10 เท่า จาก 258 ล้านหุ้นเป็น 2,580 ล้านหุ้น 
           KTC ดำเนินธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค ทั้งบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และบริการรับชำระค่าสาธารณูปโภค ณ สิ้นปี 60 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จาก ธุรกิจบัตรเครดิต 59.6% ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล 37.8% และรายได้อื่นๆ 2.6%
           ราคาหุ้น KTC เคลื่อนไหวในขาขึ้นมาตั้งแต่ปลายปี 60 ที่ผ่านมา จากระดับราคาราว 100 บาท (พาร์ 10 บาท) ขึ้นมาทำ All Time High ที่ 382 บาท เมื่อเดือน พ.ค. 61 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 200%  โดยล่าสุดราคาหุ้นปิดที่ 354 บาท
           สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของ KTC ที่กำไรสุทธิทำนิวไฮต่อเนื่องทุกปี โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (58-60) มีกำไรสุทธิ 2,072 ล้านบาท, 2,494 ล้านบาท และ 3,304 ล้านบาทตามลำดับ ส่วนไตรมาส 1/61 กำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสที่ 1,208 ล้านบาท
           สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ยังมีมุมมองบวกต่อหุ้น KTC แม้ว่าการแตกพาร์จะไม่กระทบปัจจัยพื้นฐาน แต่ก็ทำให้การซื้อขายทำได้คล่องขึ้น ขณะที่หุ้นที่แตกพาร์ส่วนใหญ่ราคามักปรับลงหลังการแตกพาร์มีผล แต่ KTC ยังมีสตอรี่งบไตรมาส 2/61 ให้ลุ้น
           บล.หยวนต้า ระบุว่า ที่ผ่านมาหุ้นบิ๊กแคปที่เคยแตกพาร์ไปก่อนหน้านี้ เช่น AOT หรือ PTT พบว่าราคาหุ้นดีดตัวขึ้นแรงเพียงวันแรกที่ใช้พาร์ใหม่ ก่อนเกิดแรงขายออกมา แต่สำหรับ KTC ผลประกอบการไตรมาส 2 ที่คาดจะเติบโตชัดเจน น่าจะช่วยประคองราคาหุ้นได้
           ทั้งนี้คาดว่า KTC จะประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/61 ในวันที่ 16 ก.ค. เบื้องต้นคาดกำไรสุทธิจะแตะ 1.3 พันล้านบาท เติบโต 65.5% YoY และ เติบโต 7.7% QoQ ซึ่งเป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาสอีกครั้ง จากสินเชื่อขยายตัว 7% YoY แบ่งเป็นสินเชื่อบัตรเครดิต เพิ่มขึ้น 4.7% YoY และสินเชื่อบุคคล เพิ่มขึ้น 12.4% YoY
           คงประมาณการกำไรปี 2561 ที่ 5.2 พันล้านบาท เติบโตสูงถึง 58.2% พร้อมคงราคาเหมาะสมสิ้นปี 2561 ที่ 410 บาท (41 บาทที่พาร์ 1 บาท )
           บล.กสิกรไทย ระบุว่า การแตกพาร์ไม่มีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของ KTC แต่จะทำให้การซื้อขายคล่องตัวมากขึ้น เปิดช่องให้นักลงทุนรายย่อยเข้ามาซื้อขายได้มากขึ้น
           จากสถิติในอดีตภายหลังจากใช้พาร์ใหม่ ราคาหุ้นส่วนใหญ่มักจะปรับตัวลง แต่สำหรับ KTC มีผลประกอบการไตรมาส 2/61 ที่คาดว่าจะเติบโตดี ทำให้เชื่อว่าราคาอาจปรับลงไม่มาก 
           สำหรับคำแนะนำในเชิงกลยุทธ์ นักลงทุนที่มีหุ้น KTC ในพอร์ต หากมีความกังวลแนะนำให้ขายทำกำไรไปก่อน แล้วหาจังหวะซื้อในช่วงราคาอ่อนตัว เพราะแนวโน้มธุรกิจ KTC ยังมีโอกาสเติบโตได้ต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้
           ด้าน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาดการณ์กำไรสุทธิ KTC งวดไตรมาส 2/2561 ที่ 1,267 ล้านบาท เติบโต 61% YoY และ 5% QoQ และคงประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ที่ 4.9 พันล้านบาท ขยายตัว 47 % จากการขยายสินเชื่อรวม 12% และการใช้จ่ายผ่านบัตรมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ก้าวสู่สังคมไร้เงินสดเพิ่มขึ้น
           ด้านคุณภาพสินเชื่อยังมีแนวโน้มดีขึ้น จากความเข้มงวดในการให้สินเชื่อ และความสามารถในการติดตามทวงถามหนี้ที่มีประสิทธิภาพ โดยคาด NPLs อยู่ที่ 1.2% และจากรายได้หนี้สูญรับคืนที่เพิ่มขึ้น ทำให้คาดว่าบริษัทฯ จะตั้งสำรองที่ Credit Cost 665 bps โดยมี Coverage Ratio ที่ 540% ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอดีต และคาดว่าจะเพียงพอต่อ TFRS9 ที่จะบังคับใช้ในอนาคต
           แต่จากราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จึงปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” ที่ราคาเหมาะสม 363 บาท (อิง 2018 PBV ที่ 6.0x) (36.30 บาทที่พาร์ 1 บาท)

           ราคาหุ้น KTC ปรับขึ้นมาค่อนข้างมาก จากแรงเก็งกำไรก่อนแตกพาร์ ในขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/61 ที่กำไรสุทธิมีโอกาสสร้างสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง เป็นเรื่องที่ต้องจับตาว่าจะสามารถประคองราคาหุ้นได้เพียงใด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด