หุ้นเด่นวันนี้

IVL วิตก"ยูเอ็น"ขึ้นบัญชีดำ...แต่เรื่องนี้กระทบจริงหรือ?

IVL วิตก

IVL รูดหนัก! ตระหนกยูเอ็นขึ้นบัญชีดำ หลังมีโรงงานตั้งอยู่ที่เขตตั้งถิ่นฐานผิดกฎหมายของชาวยิวในเวสต์แบงก์ แต่ราคาหุ้นตอบรับแรงไปหรือไม่  เพราะการขึ้นบัญชีดำไม่ได้มีผลทางกฎหมายต่อบริษัท และล่าสุดมีแผนย้ายโรงงานแล้ว พร้อมส่องพื้นฐานทำได้ดีแค่ไหนในภาวะที่อุตสาหกรรมท้าทายเช่นนี้?


ราคาหุ้น บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL เปิดตลาดดิ่งหนักลงไปทำจุดต่ำสุดรอบเช้าที่ 28.50 บาท ก่อนมาปิดตลาดรอบเช้าที่ 30.25 บาท ลดลง 1 บาท หรือ 3.20% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 186.26% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า


IVL เป็นหุ้นที่ราคาโดนกระหน่ำขายหนักมาก หลังจากขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 63 บาท ในเดือนต.ค.61 เนื่องจากหลังกำไรสุทธิที่เติบโตทำนิวไฮต่อเนื่องในปี 59 - 61 แล้วกำไรสุทธิในปี 62 กลับหดตัวอย่างหนัก ตามอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่เข้าสู่ขาลง และยังถูกกดดันจากกระแสการเลิกใช้พลาสติกทั่วโลกอีกด้วย

 

ปี กำไรสุทธิ(ลบ.) เปลี่ยนแปลง(YoY)
59 16,197 +145%
60 20,882 +29%
61 26,465 +26%
9M62 6,767 -72%


*** มีโรงงานในถิ่นฐานผิดกฎหมายของชาวยิวในเวสต์แบงก์ ทำให้ถูก UN ขึ้นบัญชีดำ


เมื่อวันที่ 12 ก.พ. สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNOHCHR) ออกรายงาน ระบุว่า มีบริษัททั้งหมด 112 แห่ง ที่เชื่อว่ามีความเกี่ยวพันกับการตั้งถิ่นฐานของชาวยิวผิดกฎหมายระหว่างประเทศในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Avgol Industries 1953 Ltd. หนึ่งในบริษัทย่อยของ IVL โดยถูกระบุว่าเป็นการกระทำกิจกรรม (g) หรือการใช้ทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะน้ำและที่ดินในการทำธุรกิจ รวมไปถึงมีสิ่งปลูกสร้างถาวรตั้งอยู่

ในรายงานของสื่อมิดเดิลอีสต์ อาย ได้ระบุว่า บริษัท Indorama Ventures P.C.L. ถูกขึ้นบัญชีดำของสหประชาชาติในฐานะบริษัทแม่ แม้ทางสหประชาชาติได้ระบุอย่างชัดเจนว่า รายงานฉบับนี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางยุติธรรม และรายชื่อบัญชีบริษัทต่างๆยังไม่มีความเกี่ยวข้องทางกฎหมาย


ทั้งนี้ IVL แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่าปัจจุบันคณะกรรมการมีมติ ย้ายโรงงานผลิตของ Avgol Industries 1953 Ltd.ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเวสต์แบงก์ ไปยังโรงงานอีกแห่งที่มีอยู่เดิมในประเทศอิสราเอลแล้ว ซึ่งจะดำเนินงานแล้วเสร็จในปี 63  เนื่องจาก Avgol ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินในเขตเวสต์แบงก์ และจะหมดสัญญาเช่าในธ.ค.63 

ทั้งนี้แผนการย้ายโรงงานในเขตเวสต์แบงก์แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการปฏิรูปธุรกิจไฟเบอร์ที่กำลังดำเนินการอยู่ และยังเป็นการลดต้นทุนภายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยของธุรกิจไฟเบอร์ด้วย


บล.เอเซีย พลัส ระบุว่าหากเกิดกรณีเลวร้ายขึ้น ด้วยกำไรรวมของ Avgol Industries ที่อยู่เพียง 300 - 500 ล้านบาทต่อปี ก็ถือว่าไม่ได้มีนัยสำคัญต่อประมาณการ และโรงงานต่างๆยังคงผลิตได้ตามปกติในขณะนี้อีกด้วย 

แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 37 บาท


*** หากมองข้ามประเด็นนี้ ลงทุนได้ไหม?  หลังแนวโน้มกำไรปี 63-64 เริ่มฟื้น


บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุว่า ในการประชุมนักวิเคราะห์ผู้บริหาร IVL มองว่าสภาพแวดล้อมทางธุรกิจมีความท้าทายจาก 1) Spreads ของผลิตภัณฑ์ยังอยู่ในระดับต่ำ 2) ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว จากสงครามการค้าและไวรัสโคโรน่า และ 3) ความเข้มงวดเรื่องขยะพลาสติก ทำให้ Spreads ของผลิตภัณฑ์ที่ลดลง -26% QoQ ดังนั้นผลประกอบการไตรมาส 4/62 น่าจะออกมาอ่อนแอมากจนเป็นจุดต่ำสุดของปี 62 ก่อนจะฟื้นตัวในปี 63 - 64


ประเด็นที่หนุนผลงานในปี 63 - 64 ก็คือโครงการลดต้นทุนใน 3 ปีข้างหน้า ซึ่งคาดหวังว่าจะทยอยลดต้นทุนธุรกิจลงจนทำได้ 350 ล้านดอลลาร์/ปี ในปี 66 ปัจจัยหลักเกิดจากการปรับปรุงกระบวนการผลิต และ ผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มธุรกิจ  นอกจากนั้น ก็จะขยายธุรกิจไปยัง rPET (Recycling PET) ซึ่งมีอัตราการเติบโตที่ดีกว่า และสอดคล้องกับนโยบายเรื่องพลาสติกในหลายประเทศ  


ส่วน Spreads จะฟื้นตัวเล็กน้อยในปีนี้ โดย IVL มองว่า Integrated PET Spreads (58% ของ EBITDA) ณ ปัจจุบันอยู่ในโซนต่ำแล้ว โอกาสลดลงมากไปกว่านี้จึงมีน้อย แต่ก็ไม่คาดหวังการฟื้นตัวที่เร็วนัก เนื่องจากอุปทานสูงขึ้นจนทำให้ Operating rate ลดลง   โดยคาดว่า Spreads จะฟื้นตัวเล็กน้อยมาที่ 216-224 ดอลลาร์/ตัน ในปี 63-66 เทียบกับค่าเฉลี่ย 244 ดอลลาร์ ในปี 62 และ 185 ดอลลาร์ ในไตรมาส 4/62  ทั้งนี้ ซึ่งตั้งแต่เปิดปี 63 ฟื้นตัวขึ้นแล้ว +14% QoQ


คาดจ่ายเงินปันผลในระดับที่ดีต่อเนื่อง ด้วยงบ CAPEX ใน 3 ปีข้างหน้าจะลดลงเป็น 800 ล้านดอลลาร์ / ปี (เทียบกับ 2.1 พันล้านดอลลาร์ใน ปี 61 - 63) เนื่องจาก IVL ไม่มีแผนทำ M&A ขนาดใหญ่ ดังนั้นด้วย Operating Cash Flow ราว 1 พันล้านบาทต่อปี จะทำให้ Net D/E ratio ขึ้นไปสูงสุดที่ 1.33 เท่าในปีนี้ และเริ่มลดลงในปีหน้า ซึ่งจะทำให้ IVL ยังคงจ่ายเงินปันผลด้วยอัตราที่ดี 4.1% / 4.4% แม้ว่าความสามารถในการทำกำไรอาจไม่มากเท่าอดีต


แนะนำ "ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว" ราคาเป้าหมาย 36 บาท อิง FY63 P/B ที่ 1.45x (ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี - 1S.D.)


บล.เคทีบี ระบุราคาหุ้นปรับลงจากผลกระทบเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง และความกังวลต่อการระบาดของไวรัสโคโรน่าต่อเศรษฐกิจ ในระยะสั้นราคาหุ้นอาจจะยังมีความผันผวนจากไวรัสโคโรน่าจนกว่าการแพร่ระบาดจะควบคุมได้หรือมีแนวทางรักษาที่ชัดเจน ปัจจุบันราคาหุ้นยังซื้อขายอยู่ในระดับ -2SD EV/EBITDA สะท้อนแนวโน้มของวัฎจักรขาลงของธุรกิจปิโตรเคมีไปแล้ว


ดังนั้นประเมินกำไรปี 63 อยู่ที่ 18,260 ล้านบาท เติบโต 76% จากการรับรู้โครงการ Cracker 4 แสนตันที่เริ่มดำเนินการไปเมื่อวันที่ 31 ม.ค. และปี 62 มีขาดทุนสต็อกกว่า 6 พันล้าน นอกจากนี้มุมมองเป็นบวกที่บริษัทได้ริเริ่มแผนลดค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ดีในสภาวะขาลงของธุรกิจปิโตรเคมี แต่เรายังไม่ใส่แผนนี้ในประมาณการของเราจนกว่าจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของค่าใช้จ่ายจริง


แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 45 บาท อิงปี 63 EV/EBITDA ที่ 9.5 เท่า


*** แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังไม่รวมผลของการลดต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญเข้าไปในประมาณการ แต่ราคาเหมาะสมขณะนี้ก็ยังสูงอยู่ดี

 

นักวิเคราะห์ให้ราคาเหมาะสมไว้ดังนี้

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม
โนมูระ พัฒนสิน Neutral 31.50
หยวนต้า Trading Buy 35
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซื้อเมื่ออ่อนตัว 36
ยูโอบี เคย์เฮียน ซื้อ 36
ฟิลลิป Neutral 36
เอเซีย พลัส ซื้อ 37
เคทีบี ซื้อ 45
ไทยพาณิชย์ ซื้อ 48


ราคาหุ้นที่ปรับลงแรงรอบนี้ นักลงทุนต้องคำนึงด้วยว่าการถูกขึ้นบัญชีดำของ "ยูเอ็น" ไม่ได้มีผลตามกฎหมาย และขณะนี้ IVL ก็ดำเนินการย้ายโรงงานออกจากพื้นที่ ส่วนแนวโน้มผลงานในปี 63 - 64 ก็ทำท่าว่าจะฟื้นตัวได้ดีจากโครงการลดต้นทุนอีกด้วย แต่การเข้าซื้อในขณะนี้ต้องระวังงบไตรมาส 4/62 ที่จะออกมาแย่สุดๆด้วย !







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด