หุ้นเด่นวันนี้

BAM ยังมีอะไรน่าสนใจ ... นอกจากกำไรพิเศษ?

BAM ยังมีอะไรน่าสนใจ ... นอกจากกำไรพิเศษ?

BAM กลายเป็นหุ้นที่นักลงทุนไม่ให้ความสนใจนักในช่วงนี้ หากเทียบกับหุ้นกลุ่มเดียวกัน เพราะด้วยงบไตรมาส 3/63 ที่ออกมา หดตัวถึง -66.15% YoY แถมไม่มีบันทึกกำไร DTA อย่างที่หวังเข้ามา ... แต่ BAM ก็ยังมีอะไรน่าสนใจรออยู่เหมือนกัน แต่จะเป็นอะไรต้องติดตาม!


*** ราคาหุ้นเริ่มฟื้น หลังเจอกระหน่ำขายหลังประกาศงบ


ราคาหุ้น บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM วันนี้ เริ่มกลับมาฟื้นตัวโดยทำจุดสูงสุดรอบเช้าไปที่ 21.80 บาท และปิดตลาดรอบเช้าไปที่ 21.60 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ +1.41%


ก่อนหน้านี้ BAM เจอถล่มขายมาตั้งแต่เดือนส.ค.63 ซึ่งขณะนั้นราคาหุ้นอยู่ที่ 24.8 บาท ก่อนที่จะปรับตัวลดลง แม้ช่วงต้นเดือนต.ค.63 ราคาหุ้นจะบวกไปได้บ้าง แต่หลังจากประกาศงบไตรมาส 3/63 ออกมาราคาหุ้นก็ร่วงแรงทันที


โดยในไตรมาส 3/63 มีกำไรสุทธิอยู่ที่เพียง 298 ล้านบาท ลดลงถึง 66.15% จากช่วงเดียวกันปีก่อน(YoY) แต่ก็ถือว่าโตแรงถึง +120% จากไตรมาสก่อนหน้า(QoQ)ที่ทำได้เพียง 135.66 ล้านบาท จากกำไรจากการให้สินเชื่อ NPL ที่ลดลง -32.1% QoQ คาดเป็นผลจากราคาปิดประมูลที่กรมบังคับคดีที่ต่ำกว่าปกติในช่วงที่ ศก. ไม่ดี


นอกจากนี้ BAM ยังไม่มีการรับรู้รายการพิเศษจากผลประโยชน์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีจำนวน 4,950 ล้านบาท เข้ามาในงบกำไรขาดทุน


*** บอกก่อนว่า โอกาสที่จะบันทึกกำไรพิเศษอาจต่ำลง...


นักลงทุนที่เข้าลงทุน BAM แน่นอนว่าย่อมหวัง การบันทึกกำไรพิเศษ แต่โอกาสที่จะบันทึกในกำไรขาดทุนอาจต่ำลงแล้ว โดยที่บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ทรีนีตี้ ระบุ สำหรับเตรียมบันทึกกำไรพิเศษจากรายการภาษีสินทรัพย์ล่วงหน้า (Deferred tax asset หรือ DTA)


ที่ปัจจุบันเหลือรอรับรู้ราว 4.95 พันล้านบาทนั้น ณ ไตรมาส 3/63 นั้น (เกิดขึ้นจากผลต่างด้านบัญชีและภาษีอากรในอดีต) บริษัทยังต้องคุยกับทางผู้สอบบัญชีซึ่งมีความเห็นว่าควรนำไปบันทึกโดยตรงผ่านกำไรสะสม (งบดุล) ซึ่งไม่ผ่านงบกำไรขาดทุน และมีความเป็นไปได้ที่จะบันทึกไม่ทันภายในปี 63 นี้ อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวไม่ได้อยู่ในประมาณการของเราตั้งแต่ต้น


*** BAM เหลืออะไรที่น่าสนใจบ้าง ?


กำไรไตรมาส 3/63 วูบ แถม DTA อาจถูกนำไปบันทึกโดยตรงในงบดุล คำถามคือ BAM ยังมีอะไรน่าสนใจอยู่ไหม ?


1.แนวโน้ม 4/63 เห็นสัญญาณเชิงบวก QoQ ชัดเจน : บล.หยวนต้า ระบุว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/63 เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวก QoQ ชัดเจน โดยยอดขายทรัพย์สินรอการขาย(NPA) ที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง หลังใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อเร่งระบายสต็อก NPA บวกกับการทำตลาดทั้ง Online และ Offline แบบเชิงรุกมากขึ้น

ขณะที่กำไรจากหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) คาดปรับตัวดีขึ้น หลังลูกหนี้ปรับโครงสร้างกลับมาชำระเงินตามปกติ บวกกับรับรู้รายการหนี้ NPL ที่ล้าช้ามาจากไตรมาส 2/63 และ 3/63 โดยจะมีการบันทึกรายได้จากลูกหนี้ในกลุ่ม Mid-Big Ticket เข้ามาราว 550 ล้านบาท


2.ไม่ต้องห่วงเรื่องการจ่ายปันผล : เพราะ BAM จะพยายามรักษาผลตอบแทนของนักลงทุนให้เหมาะสม โดยแม้ EPS ปีนี้จะออกมาแย่กว่าคาด แต่บริษัทอาจพิจารณาจ่าย Payout Ratio สูงกว่า 100% (จ่ายเพิ่มจากกำไรสะสม) 


3.ปี 64 จะฟื้นตัวชัดเจน : บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่ากำไรสุทธิในปี 63 จะลดลงถึง -69.3% YoY เพราะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 กดดันรายได้ดอกเบี้ยรับและการขายสินทรัพย์ทั้ง NPLs และ NPAs ลดลง 

แต่ในปี 64 คาดกำไรสุทธิจะกลับมาโตแรง +60.2% YoY จากแนวโน้มเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัว หนุนให้แนวโน้มรายได้ดอกเบี้ยรับและการขายสินทรัพย์ฟื้นตัว 


*** ระยะยาวมีอะไรน่าสนใจ


นายบรรยง วิเศษมงคลชัย ประธานคณะกรรมการบริหาร BAM ระบุว่าในช่วง 5 ปี (64 - 68) บริษัทวางแผนต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบอื่นๆ เพื่อสร้างรายได้ในธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ และ สร้างรายได้ประจำ โดยจะเป็นลักษณะการร่วมทุนกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้นๆ


ล่าสุดอยู่ระหว่าง เจรจากับพันธมิตรกลุ่มโรงพยาบาลเพื่อร่วมทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับบ้านผู้สูงอายุ โครงการ The De Val จังหวัดนครนายก โดยบริษัทจะเป็นผู้ลงทุนในส่วนของที่ดิน และ สิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นทรัพย์ของบริษัทอยู่แล้ว และ พันธมิตรจะนำมาความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการบริการทางการแพทย์เข้ามาเสริมในการบริหารโครงการ The De Val มุ่งโอกาสเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นิยมเดินทางเข้ามาพักผ่อน โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่อยู่ในวันเกษียณที่ส่วนใหญ่ชอบการเดินทางเข้ามาพักอาศัยในประเทศไทยค่อนข้างนาน จึงเป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าทรัพย์เพื่อสร้างรายได้ในระยะยาว


*** มาลองดูประมาณการกำไรปี 63 - 64 และราคาเหมาะสม


นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองกันว่า BAM ควรจะเป็นหุ้นสำหรับการลงทุนระยะยาวอยู่ ตามแนวโน้มการฟื้นตัว โดยนักวิเคราะห์มองกำไรสุทธิปี 64 และราคาเหมาะสมไว้ดังนี้

 

บล. กำไรสุทธิ(ลบ.) คำแนะนำ ราคาเหมาะสม(บ.)
ปี 63 ปี 64
บัวหลวง 2,401 2,837 ซื้อ 24.20
เอเซีย พลัส 2,010 3,219 ซื้อ 26
หยวนต้า 1,716 2,690 ซื้อ 26.10


หากนักลงทุนยังสนใจในหุ้น BAM อาจต้องมองไปที่ระยะยาวมากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าปี 63 เจอทั้งโควิด-19 และการแข่งขันสูง ส่วนปี 64 ถึงจะฟื้นก็ถือว่าไม่ได้กลับมาทำได้ดีเท่าก่อนโควิดนัก แต่ในระยะยาวด้วยความที่บริษัทมีขนาดใหญ่ และแผนการร่วมทุนในธุรกิจอื่นโดยการนำ NPA มาต่อยอดน่าสนใจอยู่เหมือนกันว่าจะพาให้ BAM ไปได้แค่ไหน ?







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด