หุ้นเด่นวันนี้

TISCO เปิดเหตุผลหุ้นร่วงสวนกำไรโต ตลาดกังวลอะไร?

TISCO เปิดเหตุผลหุ้นร่วงสวนกำไรโต ตลาดกังวลอะไร?

    TISCO ร่วงแรง แม้เปิดงบไตรมาส 2/61 กำไรสุทธิโต 16% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ด้านนักวิเคราะห์เผยแม้กำไรสุทธิยังโตตามคาด แต่สินเชื่อกลับปรับตัวลดลงจากไตรมาสแรก โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อที่เป็นส่วนใหญ่ของพอร์ตยังทรงตัว ทำให้ช่วงที่เหลือของปี จะมีเพียงการสำรองหนี้ที่ลดลงเป็นตัวหนุนกำไรเท่านั้น

    ราคาหุ้น บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป(TISCO)ปรับตัวลงแรงเช้านี้ โดยลงไปทำจุดต่ำสุดช่วงเช้าที่ 83.50 บาท ก่อนปิดตลาดช่วงเช้าที่ 83.75 บาท ลดลง 3 บาท ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 276.65% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

    TISCO ประกอบธุรกิจการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินทิสโก้ โดยมีธนาคารทิสโก้เป็นหลัก ซึ่งได้รับอนุมัติให้เป็นธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ ปัจจุบันให้บริการทางด้านการเงินอันประกอบด้วย บริการสินเชื่อลูกค้ารายย่อยและสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม บริการสินเชื่อพาณิชย์ธนกิจ บริการเงินฝากรายย่อย บริการลูกค้าธนบดีธนกิจ บริการตัวแทนขายประกันผ่านธนาคาร บริการจัดการการเงิน และบริการคัสโตเดียน

    ผลประกอบการย้อนหลัง TISCO กำไรเติบโตต่อเนื่องมาตลอด โดยมีกำไรสุทธิในปี 58 - 60 อยู่ที่ 4,250.12 ล้านบาท 5,005.89 ล้านบาท และ 6,090.01 ล้านบาท ตามลำดับ จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลักทำให้ราคาหุ้นเคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 95 บาทในเดือนม.ค. 61

    อย่างไรก็ดีหลังจากที่บริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/61 แม้จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,766 ล้านบาท โต 18.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากสินเชื่อที่หดตัวเกือบทุกประเภทสินเชื่อ ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาซื้อขายต่ำกว่า 90 บาททันที

    ล่าสุดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกครั้ง ราคาหุ้น TISCO ร่วงแรงทันที หลังจากบริษัทเปิดงบไตรมาส 2/61 วานนี้ (11 ก.ค.) แม้จะมีกำไรสุทธิถึง 1.7 พันลบ.โต 13.57% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    TISCO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/61 วานนี้ โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,709 ล้านบาท โต 13.57% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,505 ล้านบาท แม้จะทำได้ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด แต่จากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL)ที่ปรับเพิ่มขึ้นมาที่ 2.69% กระทบเชื่อมั่น แม้จะมีหลักประกันเป็นที่ดินทำให้ไม่มีผลต่อการตั้งสำรอง

    นักวิเคราะห์เผยแม้กำไรสุทธิ TISCO ยังเติบโตตามคาด แต่สินเชื่อในงวดไตรมาส 2/61 กลับหดตัวจากไตรมาสแรก โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อที่มีสัดส่วน 54% ของพอร์ตรวมทรงตัว ขณะที่แนวโน้มการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลังจะเหลือเพียงค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่ลดลงเป็นตัวหนุนเท่านั้น ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยและสินเชื่อเช่าซื้อคาดว่าจะยังคงทรงตัว

    บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส เผย ผลประกอบการไตรมาส 2/61 ของ TISCO ยังเป็นไปตามคาด จากฐานสินเชื่อที่ใหญ่ขึ้นและ NIM เพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโต เช่น รายได้จากขายประกัน, ค่าคอมมิชชั่นธุรกิจหลักทรัพย์, ธุรกิจบริหารจัดการกองทุน กำไร 1H61 คิดเป็น 47% ของประมาณการทั้งปี

    อย่างไรก็ดีสินเชื่องวดไตรมาส 2/61 กลับปรับตัวลดลง 1.4% QoQ โดยพบว่าสินเชื่อเช่าซื้อที่คิดเป็น 54% ของพอร์ตยังทรงตัว สวนทางกับยอดขายรถยนต์ในประเทศที่เติบโต 18% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่สินเชื่อจำนำรถขยายตัว 4.8% QoQ ส่วนสินเชื่อ SME -20.2% QoQ และสินเชื่อรายใหญ่ -1.6% QoQ

    แนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาพื้นฐาน 97 บาท อิงวิธี  Gordon Growth Model เทียบกับ P/BV ปีนี้ที่ 2.0 เท่า

    บล.ทรีนิตี้ เผย กำไรสุทธิในไตรมาส 2/61 ที่ 1,709 ล้านบาททำได้ใกล้เคียงกับที่คาด แต่มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 2% จากไตรมาสก่อนหน้าจากสินเชื่อที่อ่อนตัวลง  และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 23%จากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งเป็นช่วงที่มีกำไรจากการขายเงินลงทุน และส่วนแบ่งกำไรจาก J.V.เข้ามา 400 ล้านบาท

    ซึ่งแนวโน้มการเติบโตในครึ่งปีหลัง จะเหลือเพียงค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่ลดลงจากคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้นเป็นตัวหนุนเท่านั้น  ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังไม่ใช่ปัจจัยหนุน และสินเชื่อเช่าซื้อซึ่งเป็นสินเชื่อหลักของธนาคารยังไม่เติบโต อีกทั้งอาจมีการโอนธุรกิจบัตรเครดิตให้กับซิตี้แบงก์ด้วย และแนวโน้มดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้นอาจกระทบ NIM

    อนึ่ง TISCO มี NPL Coverage Ratio สูงถึง 185% และเป็นระดับที่เพียงพอรองรับ TFRS9 ได้ แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายปี 61 ที่ 102 บาท อิง PBV 2.0 เท่า ราคาหุ้นยังพอมีอัพไซด์

    บล.แอพเพิล เวลธ์ เผย กำไรสุทธิโตใกล้เคียงกับที่คาดแต่สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL)กลับเพิ่มขึ้น 753 ลบ. +13% ขึ้นจากระดับ 2.32% ในไตรมาสก่อนมาที่ระดับ 2.69% หลักๆมาจากลูกหนี้ธุรกิจขนาดกลางรายหนึ่งกลายเป็น NPL โดยมีการสำรอง provision เสริมกลับเข้าไปอีก 534 ลบ. ส่งผลให้ LLR Coverage อ่อนตัวลงจาก 204% เหลือ 185% แต่ยังเป็นระดับที่สูงเทียบกับอุตสาหกรรม

    ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานช่วงที่เหลือของปียังเติบโตได้ดี ประเมินกำไรสุทธิไว้ที่ 7.2 พันล้านบาท โต 18% จากปีก่อน  

    แนะนำ "ซื้อเมื่ออ่อนตัว" ที่ราคาเป้าหมาย 94.50 บาท จากเป้าหมายเดิมที่ 100 บาท จากการปรับลด P/BV ที่ลดลงจาก 2.11 เท่าเหลือ 2.00 เท่า เพื่อสะท้อน NPL ที่เพิ่มขึ้น และ NIM ที่อาจปรับตัวขึ้นได้จำกัด

    ที่ผ่านมา TISCO สามารถสร้างการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ ทำให้กำไรสุทธิเติบโตมาโดยตลอด สัญญาณสินเชื่อที่มีแนวโน้มชะลอลง ขณะที่ NPL เพิ่มขึ้น จึงกลับมาเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นอีกครั้ง แม้ว่ากำไรสุทธิจะยังคงปรับขึ้นก็ตาม







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด