สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 12 กรกฎาคม 2561 | 13:26

TISCO เปิดเหตุผลหุ้นร่วงสวนกำไรโต ตลาดกังวลอะไร?

TISCO เปิดเหตุผลหุ้นร่วงสวนกำไรโต ตลาดกังวลอะไร?

    TISCO ร่วงแรง แม้เปิดงบไตรมาส 2/61 กำไรสุทธิโต 16% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ด้านนักวิเคราะห์เผยแม้กำไรสุทธิยังโตตามคาด แต่สินเชื่อกลับปรับตัวลดลงจากไตรมาสแรก โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อที่เป็นส่วนใหญ่ของพอร์ตยังทรงตัว ทำให้ช่วงที่เหลือของปี จะมีเพียงการสำรองหนี้ที่ลดลงเป็นตัวหนุนกำไรเท่านั้น

    ราคาหุ้น บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป(TISCO)ปรับตัวลงแรงเช้านี้ โดยลงไปทำจุดต่ำสุดช่วงเช้าที่ 83.50 บาท ก่อนปิดตลาดช่วงเช้าที่ 83.75 บาท ลดลง 3 บาท ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 276.65% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

    TISCO ประกอบธุรกิจการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินทิสโก้ โดยมีธนาคารทิสโก้เป็นหลัก ซึ่งได้รับอนุมัติให้เป็นธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ ปัจจุบันให้บริการทางด้านการเงินอันประกอบด้วย บริการสินเชื่อลูกค้ารายย่อยและสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม บริการสินเชื่อพาณิชย์ธนกิจ บริการเงินฝากรายย่อย บริการลูกค้าธนบดีธนกิจ บริการตัวแทนขายประกันผ่านธนาคาร บริการจัดการการเงิน และบริการคัสโตเดียน

    ผลประกอบการย้อนหลัง TISCO กำไรเติบโตต่อเนื่องมาตลอด โดยมีกำไรสุทธิในปี 58 - 60 อยู่ที่ 4,250.12 ล้านบาท 5,005.89 ล้านบาท และ 6,090.01 ล้านบาท ตามลำดับ จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลักทำให้ราคาหุ้นเคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 95 บาทในเดือนม.ค. 61

    อย่างไรก็ดีหลังจากที่บริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/61 แม้จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,766 ล้านบาท โต 18.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากสินเชื่อที่หดตัวเกือบทุกประเภทสินเชื่อ ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาซื้อขายต่ำกว่า 90 บาททันที

    ล่าสุดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกครั้ง ราคาหุ้น TISCO ร่วงแรงทันที หลังจากบริษัทเปิดงบไตรมาส 2/61 วานนี้ (11 ก.ค.) แม้จะมีกำไรสุทธิถึง 1.7 พันลบ.โต 13.57% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    TISCO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/61 วานนี้ โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,709 ล้านบาท โต 13.57% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,505 ล้านบาท แม้จะทำได้ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด แต่จากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL)ที่ปรับเพิ่มขึ้นมาที่ 2.69% กระทบเชื่อมั่น แม้จะมีหลักประกันเป็นที่ดินทำให้ไม่มีผลต่อการตั้งสำรอง

    นักวิเคราะห์เผยแม้กำไรสุทธิ TISCO ยังเติบโตตามคาด แต่สินเชื่อในงวดไตรมาส 2/61 กลับหดตัวจากไตรมาสแรก โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อที่มีสัดส่วน 54% ของพอร์ตรวมทรงตัว ขณะที่แนวโน้มการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลังจะเหลือเพียงค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่ลดลงเป็นตัวหนุนเท่านั้น ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยและสินเชื่อเช่าซื้อคาดว่าจะยังคงทรงตัว

    บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส เผย ผลประกอบการไตรมาส 2/61 ของ TISCO ยังเป็นไปตามคาด จากฐานสินเชื่อที่ใหญ่ขึ้นและ NIM เพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโต เช่น รายได้จากขายประกัน, ค่าคอมมิชชั่นธุรกิจหลักทรัพย์, ธุรกิจบริหารจัดการกองทุน กำไร 1H61 คิดเป็น 47% ของประมาณการทั้งปี

    อย่างไรก็ดีสินเชื่องวดไตรมาส 2/61 กลับปรับตัวลดลง 1.4% QoQ โดยพบว่าสินเชื่อเช่าซื้อที่คิดเป็น 54% ของพอร์ตยังทรงตัว สวนทางกับยอดขายรถยนต์ในประเทศที่เติบโต 18% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่สินเชื่อจำนำรถขยายตัว 4.8% QoQ ส่วนสินเชื่อ SME -20.2% QoQ และสินเชื่อรายใหญ่ -1.6% QoQ

    แนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาพื้นฐาน 97 บาท อิงวิธี  Gordon Growth Model เทียบกับ P/BV ปีนี้ที่ 2.0 เท่า

    บล.ทรีนิตี้ เผย กำไรสุทธิในไตรมาส 2/61 ที่ 1,709 ล้านบาททำได้ใกล้เคียงกับที่คาด แต่มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 2% จากไตรมาสก่อนหน้าจากสินเชื่อที่อ่อนตัวลง  และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 23%จากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งเป็นช่วงที่มีกำไรจากการขายเงินลงทุน และส่วนแบ่งกำไรจาก J.V.เข้ามา 400 ล้านบาท

    ซึ่งแนวโน้มการเติบโตในครึ่งปีหลัง จะเหลือเพียงค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่ลดลงจากคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้นเป็นตัวหนุนเท่านั้น  ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังไม่ใช่ปัจจัยหนุน และสินเชื่อเช่าซื้อซึ่งเป็นสินเชื่อหลักของธนาคารยังไม่เติบโต อีกทั้งอาจมีการโอนธุรกิจบัตรเครดิตให้กับซิตี้แบงก์ด้วย และแนวโน้มดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้นอาจกระทบ NIM

    อนึ่ง TISCO มี NPL Coverage Ratio สูงถึง 185% และเป็นระดับที่เพียงพอรองรับ TFRS9 ได้ แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายปี 61 ที่ 102 บาท อิง PBV 2.0 เท่า ราคาหุ้นยังพอมีอัพไซด์

    บล.แอพเพิล เวลธ์ เผย กำไรสุทธิโตใกล้เคียงกับที่คาดแต่สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL)กลับเพิ่มขึ้น 753 ลบ. +13% ขึ้นจากระดับ 2.32% ในไตรมาสก่อนมาที่ระดับ 2.69% หลักๆมาจากลูกหนี้ธุรกิจขนาดกลางรายหนึ่งกลายเป็น NPL โดยมีการสำรอง provision เสริมกลับเข้าไปอีก 534 ลบ. ส่งผลให้ LLR Coverage อ่อนตัวลงจาก 204% เหลือ 185% แต่ยังเป็นระดับที่สูงเทียบกับอุตสาหกรรม

    ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานช่วงที่เหลือของปียังเติบโตได้ดี ประเมินกำไรสุทธิไว้ที่ 7.2 พันล้านบาท โต 18% จากปีก่อน  

    แนะนำ "ซื้อเมื่ออ่อนตัว" ที่ราคาเป้าหมาย 94.50 บาท จากเป้าหมายเดิมที่ 100 บาท จากการปรับลด P/BV ที่ลดลงจาก 2.11 เท่าเหลือ 2.00 เท่า เพื่อสะท้อน NPL ที่เพิ่มขึ้น และ NIM ที่อาจปรับตัวขึ้นได้จำกัด

    ที่ผ่านมา TISCO สามารถสร้างการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ ทำให้กำไรสุทธิเติบโตมาโดยตลอด สัญญาณสินเชื่อที่มีแนวโน้มชะลอลง ขณะที่ NPL เพิ่มขึ้น จึงกลับมาเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นอีกครั้ง แม้ว่ากำไรสุทธิจะยังคงปรับขึ้นก็ตาม

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด