หุ้นเด่นวันนี้

STEC ลุยออฟฟิศให้เช่า โบรกฯ เคาะอัพไซด์เพิ่ม 1.12 บ./หุ้น

STEC ลุยออฟฟิศให้เช่า โบรกฯ เคาะอัพไซด์เพิ่ม 1.12 บ./หุ้น

    จับตา! STEC หลังซื้อหุ้นหมอชิตแลนด์กว่า 4.3 พันลบ. พร้อมนำที่ดินบริเวณสถานีรถไฟฟ้าหมอชิตเปิด "หมอชิต คอมเพล็กซ์" อาคารสำนักงานให้เช่า โบรกฯ ชี้หนุนมูลค่าเพิ่มให้ราคาหุ้นอีก 1.12 บาท/หุ้น ทั้งจากการเพิ่มรายได้ประจำ และมีโอกาสได้รับงานก่อสร้างโครงการนี้มูลค่า 6 - 7 พันลบ. ขณะที่ผลการดำเนินงานหลักยังพบงานในมือสูงถึง 1.05 แสนลบ. รองรับการเติบโตได้ถึง 4 ปีข้างหน้า

    หุ้น บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น หรือ STEC กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังประกาศทุ่มงบ 4.3 พันล้านบาทซื้อหุ้นทั้งหมดของ "หมอชิตแลนด์" ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ยู ซิตี้ (U) โดยวานนี้ (11 เม.ย.) ราคาพุ่งแตะ 25 บาท สูงสุดรอบ 5 เดือน ก่อนอ่อนตัวลงเล็กน้อยในวันนี้ ล่าสุดปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 24.80 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือ 0.80% 

    STEC ประกอบธุรกิจก่อสร้างงานทุกประเภททั้งงานโยธาและ งานเครื่องกล เช่น งานด้านระบบสาธารณูปโภค งานด้านอาคาร งานด้านพลังงาน งานด้านอุตสาหกรรม และ งานด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยในปี 61 มีสัดส่วนรายได้มาจากงานก่อสร้าง 1.สาธารณูปโภค 62% 2.พลังงาน 19% 3.อาคาร 16% 4.สิ่งแวดล้อม 3% 

    ผลการดำเนินงาน STEC ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาค่อนข้างผันผวน โดยบริษัทมีกำไรสุทธิในปี 58 - 59 ที่ 1,526 ล้านบาท 1,380 ล้านบาท ก่อนที่จะพลิกมาขาดทุนสุทธิในปี 60 ที่ 610 ล้านบาท และกลับมามีกำไรสุทธิปี 61 ที่ 1,616 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุที่ขาดทุนในปี 60 มาจากการบันทึกสำรองผลขาดทุนของโครงการก่อสร้างรัฐสภาที่ล่าช้า

    ทั้งนี้เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา STEC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าได้เข้าทำสัญญาซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท หมอชิตแลนด์ จำกัด จำนวน 29.55 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 27.25 บาท รวมมูลค่าทั้งหมด 4.32 พันล้านบาท ส่งผลให้บริษัทเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินบริเวณสถานีรถไฟฟ้าหมอชิตแต่เพียงผู้เดียว

    โดยบริษัทจะทำที่ดินไปพัฒนาเป็นโครงการ หมอชิต คอมเพล็กซ์ อาคารแฝดสำนักงานให้เช่า สูง 36 ชั้น เชื่อมต่อกับบีทีเอสสถานีหมอชิต วงเงินลงทุนโครงการ 7.79 พันล้านบาท

    โบรกฯ ชี้ STEC เงินสดสูง ไม่ต้องเพิ่มทุน และจะเพิ่มมูลค่าราคาหุ้นให้อีก 1.12 บาท/หุ้น  ทั้งการสร้างรายได้ประจำที่มีความมั่นคงจากการให้เช่าสำนักงาน และมีโอกาสได้งานก่อสร้างจากโครงการดังกล่าวมูลค่า 6 - 7 พันลบ. 

    บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุ โครงการ หมอชิต คอมเพล็กซ์ เบื้องต้นคาดจะหนุนราคาหุ้นอีกราว 1.12 บาท/หุ้น หรือ 4% ของราคาเป้าหมายปีนี้ โดยมีปัจจัยหนุนจากค่าเช่าสำนักงานที่มีแนวโน้มมั่นคงที่จะสร้างรายได้ประจำให้ STEC ในอนาคต และบริษัทยังมีโอกาสได้งานก่อสร้างโครงการนี้เข้ามา 6 - 7 พันล้านบาทระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี รวมถึงมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวหากมีการขายหุ้นดังกล่าวออกมาในอนาคตฃ

    ทั้งนี้มูลค่าการลงทุนทั้งหมด 1.2 หมื่นล้านบาท ภายใน 4 ปี STEC จะมีเงินสดเพียงพอกับการลงทุนโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน เพราะจะใช้เงินทุนจากการกู้ราว 60% ของโครงการ และใช้เงินสด 40% ของโครงการ หรือราว 4.8 พันล้านบาท ทยอยใช้ 4 ปี ซึ่ง STEC มีเงินสด ณ สิ้นปี 61 ที่ 7.2 พันล้านบาท ทำให้ไม่ต้องเพิ่มทุน

    ขณะที่ผลประกอบการหลัก STEC ยังเป็นบริษัทเดียวในกลุ่มที่กำไรปี 62 สามารถเติบโตได้จากงานในมือที่รองรับรายได้ปีนี้แล้วถึง 98% และแนวโน้มตั้งสำรองโครงการรัฐสภามีน้อยเพราะตั้งล่วงไว้แล้วตั้งแต่ปี 60 หากเร่งงานได้ในไตรมาส 2/62 ได้ตามคาดจะช่วยคลายแรงกดดันดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีอัพไซด์จากการทยอยขายเงินลงทุนใน GULF ออกมา

    แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 62 ที่ 28 บาท 

    บล.คันทรี่ กรุ๊ป ระบุ วงเงินที่ STEC เข้าซื้อหุ้นราว 4.3 พันล้านบาทนั้นจะไม่กระทบต่อการดำเนินงานแต่อย่างใดเนื่องจากในงบดุล ณ สิ้นปี 61 บริษัทมีเงินสดสูงถึง 7 พันล้านบาท โดยบริษัทวางแผนที่จะนำที่ดินดังกล่าวมาเปิดอาคารสำนักงานให้เช่า ผลดีคือในระยะยาวบริษัทจะมีรายได้ในรูปแบบรายได้ประจำเข้ามา 

    แนะนำ ซื้อ มูลค่าเหมาะสม 31.4 บาท

    บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ระบุ โครงการพัฒนาอาคารสำนักงานตึกคู่แฝดสำหรับเช่า คาดว่าจะสร้างอัตราผลตอบแทน (IRR) อยู่ที่ 3.7% เปรียบเทียบกับการฝึกเงินที่ได้ผลตอบแทน 1.1% ของ STEC

    แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 29 บาท อิง P/E 23 เท่า ในปี 63 ใกล้เคียงกับคู่แข่ง

    ด้านผลประกอบการของ STEC พบว่ายังมีงานในมือสูงถึง 1.05 แสนลบ. เพียงพอต่อการรับรู้รายได้ไม่ต่ำกว่า 4 ปีข้างหน้า และมีโอกาสได้รับงานใหม่เข้ามา 3.5 หมื่นลบ.ในปี 62

    บล.ไอร่า ระบุ STEC มีงานในมืออยู่ในระดับสูงถึง 1.05 แสนล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการรับรู้รายได้ไม่ต่ำกว่า 4 ปีข้างหน้า แม้ไม่มีมูลค่างานใหม่เข้ามา อย่างไรก็ดีตาม STEC มีโอกาสได้รับงานใหม่เข้ามาปีนี้ 3.5 หมื่นล้านบาท 

    โดยโครงการที่อยู่ระหว่างเปิดประมูลได้แก่ 1.โครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินตะวันออก 2 แสนล้านบาท 2.โครงการทางด่วนพระราม 3 - ดาวคะนอง มูลค่า 3.04 หมื่นล้านบาท และ 3.โครงการก่อสร้างด่านเก็บค่าผ่านทาง (Operate & Maintenance) Motor way 2 เส้นทาง : บางปะอิน - โคราช และบางใหญ่ - กาญจนบุรี มูลค่า ประมาณ 33,258 ล้านบาท และ 27,828 ล้านบาท ตามลำดับด่านเก็บค่าผ่านทาง 

    แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 32.50 บาท จากความสามารถในการทำกำไรที่เข้าสู่ระดับปกติ และฐานการเงินที่อยู่ในเกณฑ์ดี รวมถึงมีโอกาสได้รับงานประมูลใหม่ๆ

    การเดินเกมหารายได้ประจำของ STEC นับว่าน่าจับตา เพราะจะทำให้กำไรในอนาคตมีเสถียรภาพมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจหลักยังไปได้ดีจากงานในมือสูงถึง 1.05 แสนลบ. รองรับรายได้ไปถึง 4 ปี ข้างหน้า







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด