หุ้นเด่นวันนี้

DOD ราคาสะท้อนปัจจัยลบไปหมดแล้วหรือยัง?

DOD ราคาสะท้อนปัจจัยลบไปหมดแล้วหรือยัง?

            DOD ฮึดสู้! เด้ง 9% จากวันก่อนหน้า หลังราคาไหลลงต่อเนื่องสะท้อนงบไตรมาส 4/61 น่าผิดหวัง ขณะที่นักวิเคราะห์แนะหลีกเลี่ยงลงทุน ประเมินผลประกอบการมีแนวโน้มอ่อนตัวต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกปีนี้

            ราคาหุ้น บริษัท ดีโอดี ไอโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD ดิ่ง 11.5% ในช่วง 2 วันก่อนหน้า ก่อนจะฟื้นตัวแรง 9% กลับมาปิดที่ 10.90 บาท โดยก่อนหน้านี้ราคาหุ้น DOD ไหลลงมาต่อเนื่อง จากจุดสูงสุดที่ 16.40 บาท ลดลงไปแตะ 9.85 บาท เมื่อ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา คิดเป็นการลดลงมาถึง 40% ในเวลา 7 เดือน
            DOD ดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า และตราสินค้าของบริษัท "Dai a to" (ได เอโตะ)
            แม้ DOD จะโชว์ผลงานตลอดทั้งปี 61 ได้ค่อนข้างน่าประทับใจ มีกำไรสุทธิรวม 305.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 114.69% จากปีก่อน พร้อมทำรายได้รวม 673.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.23% จากปีก่อน แต่ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่ออกมาต่ำกว่าคาด ถือเป็นปัจจัยเชิงลบสำคัญที่เข้ามากดดันราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมา
            DOD ประกาศงบไตรมาส 4/61 ในช่วงปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา มีกำไรเพียง 9 ล้านบาท ลดลง 65.8% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการลดลงของยอดขาย มาอยู่ที่ 61 ล้านบาท ลดลง 35.6% ขณะเดียวกันอัตรากำไรขั้นต้นยังลดลงมาอยู่ที่ 46.3% จากปีก่อนที่ 61.6% และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ซึ่งหลักๆ เกี่ยวข้องกับพนักงานและผู้บริหาร เพื่อรองรับการขยายงานในอนาคต อีกทั้งค่าใช้จ่ายการเข้าซื้อธุรกิจ PCCA ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว
            นักวิเคราะห์มองหุ้น DOD ยังมีความเสี่ยงต่อเนื่อง จากแนวโน้มผลประกอบการครึ่งแรกของปี 62 ที่มีโอกาสจะอ่อนตัวลงต่อเนื่อง ระยะสั้นจึงแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุน
            บล.ฟิลลิป ระบุว่า จากผลประกอบการที่ออกมาน่าผิดหวัง และแนวโน้มครึ่งแรกของปี 62 ที่ไม่สดใสนัก เนื่องจากยังไม่มีคำสั่งซื้อลูกค้ารายใหญ่เข้ามาชดเชยคำสั่งซื้อจำนวนมากของลูกค้าในปีก่อนได้ ทำให้ทางฝ่ายจะปรับประมาณการกำไรทั้งปีลง แต่ว่าในครึ่งปีหลัง คาดการดำเนินงานจะค่อยๆ ดีขึ้นภายหลังเริ่มการผลิตรูปแบบใหม่ (Soft Gel, Gel & Jelly) ในไตรมาส 2/62 รวมถึงการขยายตลาดไปจีน ตั้งแต่ไตรมาสแรก และการรวมธุรกิจ PCCA เข้ามาตั้งแต่ ม.ค. 62 
            โดย ณ ราคาหุ้นปัจจุบัน แนะนำ "ทยอยซื้อ" ส่วนราคาพื้นฐานใหม่อยู่ระหว่างปรับประมาณการ (ก่อนหน้านี้ บล.ฟิลลิป ประเมินราคาพื้นฐานไว้ที่ 18 บาท อิง PER 13 เท่า)
            บล.ทิสโก้ ระบุว่า แนวโน้มผลประกอบการชะลอตัวต่อเนื่องในครึ่งแรกของปี 62 เนื่องจากฐานปีก่อนที่สูง ขณะที่การตั้งบริษัทย่อยใหม่ (ถือหุ้น 80%) ร่วมกับบุคคลภายนอกเพื่อการขยายการลงทุนเพิ่มเติมผ่านธุรกิจขายตรงคาดยังต้องใช้เวลาสร้างฐานลูกค้า และจากผลประกอบการไตรมาส 4/61 ที่ต่ำกว่าคาด ทำให้เรามีมุมมองเชิงลบต่อความต่อเนื่องของรายได้ในปี 62 ที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากบริษัทอาจไม่สามารถหาลูกค้ารายใหญ่ที่จะทดแทนคำสั่งซื้อราว 150-200 ล้านบาทเหมือนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 61 ได้ อนึ่ง ในปี 61 บริษัทมีรายได้จากลูกค้ารายใหญ่ 2 รายเป็นจำนวนเงิน 439 ล้านบาท หรือ 66% ของรายได้รวม
            ด้าน บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุว่า คาดผลประกอบการในครึ่งปีแรกของปี 62 ยังลดลง จากฐานที่สูง และคาดกำไรในไตรมาสแรกยังชะลอตัว แต่น่าจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในครึ่งปีหลังจาก 1) เริ่มรับผลบวกจากการเปิดสายการผลิตใหม่ สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่เจลลี่ และซอฟเจล  และคำสั่งซื้อใหม่ส่งออกสินค้าไปจีน 2) เตรียมออกสินค้าของบริษัทเองจากปัจจุบันที่มี 1 แบรนด์ ผู้สูงอายุ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพรตรีผลา และ 3) ปลายปี 62 บริษัทมีแผนสร้างโรงสกัดวัตถุดิบแห่งที่ 2 และห้องปฏิบัติการวิจัย เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้จากการขายมากขึ้น 
            อย่างไรก็ตามด้วยผลประกอบการในปี 61 ที่ต่ำกว่าประมาณการของเรา 14% ทำให้เราอยู่ระหว่างทบทวนปรับลดประมาณการ
            ในระยะสั้นเราแนะนำ หลีกเลี่ยงการลงทุน จากผลประกอบการที่ออกมาแย่กว่าที่เราและตลาดคาด ทำให้คาดว่าจะมีแรงขายทำกำไร  เราอยู่ระหว่างทบทวนปรับลดประมาณการหลังประชุมร่วมกับบริษัท 

            ดูเหมือนว่าปัจจัยเชิงลบที่กดดันหุ้น DOD จะยังไม่หมดไปง่ายๆ จากแนวโน้มผลประกอบการการที่มีโอกาสจะอ่อนตัวลงต่อเนื่อง ขณะที่นักวิเคราะห์ต่างพร้อมใจกันหั่นประมาณการลง แม้ล่าสุดราคาหุ้นจะฟื้นตัวกลับมาได้แรง แต่การจะเห็นราคาหุ้นพุ่งขึ้นได้ต่อเนื่องอาจจะยังไม่ง่ายนักกับสถานการณ์ที่ผลงานไม่ดีเช่นนี้







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด