สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 14 กุมภาพันธ์ 2561 | 09:10

LPH เก็งงบโตแรง 2 ไตรมาส จับตายังมีสตอรี่ให้ติดตาม

LPH เก็งงบโตแรง 2 ไตรมาส จับตายังมีสตอรี่ให้ติดตาม

            LPH วอลุ่มเข้าดันราคาพุ่งสูงสุดรอบ 2 เดือน โบรกฯ คาดผลการดำเนินงานโตแรงใน Q4/60-Q1/61 ทั้งจากผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นและกำไรพิเศษขายที่ดิน ขณะที่ราคายังเทรดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม และมีสตอรี่ให้ติดตามทั้งการดันบริษัทลูกเข้า mai และแผน M&A

            หุ้น บริษัท โรงพยาบาล ลาดพร้าว จำกัด (มหาชน) หรือ LPH มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นในการซื้อขายวานนี้ (13 ก.พ.) ขณะที่ราคาหุ้นค่อนข้างผันผวน โดยขึ้นไปสูงสุดที่ 7.60 บาท ทำนิวไฮรอบ 2 เดือน และตำสุดที่ 7.10 บาท ก่อนปิดการซื้อขายที่ 7.20 บาท ลดลง 0.20 บาท ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 633% จากที่เคยเทรดวันละ 2.2 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 14.61 ล้านหุ้น
            LPH ประกอบธุรกิจแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มธุรกิจบริการด้านการแพทย์ ดำเนินการสถานพยาบาลเอกชนประเภทรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน (โรงพยาบาลเอกชน) โดยใช้ชื่อว่า โรงพยาบาลลาดพร้าว (2) ธุรกิจให้บริการตรวจวิเคราะห์ ทดสอบ และวิจัยด้านอาหาร ผลิตผลการเกษตรและยา ดำเนินการโดยบจก. ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย (3) ธุรกิจสนับสนุนการให้บริการทางการแพทย์และการพัฒนาธุรกิจ ดำเนินการโดยบจก. ศูนย์บริหารจัดการธุรกิจแห่งเอเซีย เพื่อให้บริการการสนับสนุนงานทางด้านเวชสถิติ งานด้านกฎหมาย รวมถึงให้การสนับสนุนงานด้านบริหารจัดการและการพัฒนาธุรกิจ โดยให้บริการเฉพาะบริษัทและบริษัทย่อย
            บริษัทฯ เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันที่ 28 ต.ค. 58 ที่ราคา IPO 5 บาท โดยมี บล.เคจีไอ เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและแกนนำอันเดอร์ไรท์ หลังเข้าเทรดราคาหุ้น LPH พุ่งขึ้นทำไฮที่ 11 บาท ในเดือน ก.ค. 59 จากนั้นอ่อนตัวลงซื้อขายในระดับต่ำกว่า 10 บาทเป็นส่วนใหญ่  
            ด้านผลการดำเนินงาน LPH สามารถทำกำไรเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ จากปี 58 ที่มีกำไร 100.45 ล้านบาท เพิ่มเป็น 155.90 ล้านบาทในปี 59 ส่วนงวด 9 เดือนปี 60 มีกำไรสุทธิ 127.37 ล้านบาท
            หุ้น LPH มีแรงเก็งกำไรเข้ามาอีกครั้ง จากคาดการณ์ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/60 กำไรสุทธิมีแนวโน้มโตแรง จากทั้งจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น และกำไรพิเศษจากการขายที่ดิน  ที่จะบันทึกในงบไตรมาส 4/60 และไตรมาส 1/61 นอกจากนี้ยังพบสตอรี่ให้ต้องติดตาม ทั้งการดันบริษัทลูกเข้า mai และ แผน M&A
            บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุ  4 เหตุผลที่คงคำแนะนำ “ซื้อ” LPH คือ 
            1) เรามีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการที่คาดเติบโตต่อเนื่อง ตามจานวนผู้ป่วยเงินสด และการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคมที่จะเห็นผลเต็มปีในปีนี้
            2) คาดบริษัทอาจบันทึกกาไรพิเศษจากการขายที่ดินในช่วง 4Q60 – 1Q61 ราว 120 ล้านบาท 
            3) ระยะยาวยังเป็นบวกจากแผนขยายโรงพยาบาลแห่งใหม่ และโอกาสเกิด M&A 
            4) ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER 61 ที่ 28 เท่า ต่ากว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 37 เท่า และ EV/EBITDA ที่ 15.5 เท่า ต่ากว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 22 เท่า
            เราคาดกำไรปกติปี 2560 ที่ 168 ล้านบาท เติบโต 7%YoY จากการเติบโตของกลุ่มลูกค้าเงินสด โดยจำนวนผู้ป่วย OPD และ IPD เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4% ซึ่งได้อานิสงค์จากปริมาณฝนที่มากกว่าทุกปี ทำให้เกิดโรคระบาดเพิ่มขึ้น กอปรกับการปรับขึ้นค่าบริการเฉลี่ย 3% นอกจากนี้บริษัทอาจมีกำไรพิเศษจากการขายที่ดิน 11 ไร่ก่อนภาษีราว 120 ล้านบาท อาจแบ่งรับรู้เป็น 2 งวดใน 4Q60 และ 1Q61 
            ผู้บริหารให้เป้ารายได้ปีนี้เติบโต 15% สูงกว่าประมาณการของเราที่คาดรายได้เติบโต 10%YoY เป็น 1,565 ล้านบาท ด้วยปัจจัยสนับสนุนจาก 1) การเปิด Excellent center หรือศูนย์ให้บริการทางการแพทย์ครบวงจร ซึ่งทยอยเปิดครบภายใน 2Q61 อาคาร 6 ชั้น ช่วยเพิ่มจำนวนเตียงอีก 30 เตียง เป็น 210 เตียง หรือราว 17%  และศูนย์ตรวจเฉพาะทาง อาทิ ศูนย์ตรวจสุขภาพ ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ศูนย์เอ๊กซเรย์   และศูนย์กระดูกและกายภาพ  หนุนผู้ป่วยเงินสดเพิ่มขึ้น  และ 2) รับผลบวกเต็มปีจากการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคม ตามที่สำนักงานประกันสังคมปรับขึ้นราว 3%  ตั้งแต่เดือน ก.ค.ปี 60 ที่ผ่านมา
            ด้านอัตรากำไรมีแนวโน้มดีขึ้น ตามรายได้ที่เติบโต ขณะที่ต้นทุนบุคลากรที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับอาคารใหม่ได้รับรู้แล้วตั้งแต่ปีก่อน ส่งผลให้ EBITDA Margin คาดปรับขึ้นจาก 20% เป็น 22% โดยเราคาดกำไรปกติในปี 2561 เติบโต 12%YoY เป็น 188 ล้านบาท
            แนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้และระยะยาวเราคาดว่า LPH จะยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ปี 2562 บริษัทจะได้รับอนุมัติผลการยื่นขอโควต้าผู้ประกันตนจากปัจจุบันที่ 1.6 แสนรายเป็น 2.1 แสนราย หรือเพิ่มกว่า 31%  กอปรกับแผนขยายโรงพยาบาลแห่งใหม่ และแผนการทำ M&A ซึ่งบริษัทมองหาโอกาสการเข้าซื้อกิจการหรือเข้าถือหุ้นในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เบื้องต้นเราคงมูลค่าเหมาะสม ณ สิ้นปี 2561 ที่  10  บาท  อิงวิธี DCF ที่ส่วนลด 7.5% ราคา ณ ปัจจุบันซื้อขายที่ PER 61 ที่ 28 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 37 เท่า และ EV/EBITDA ที่ 15.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 22 เท่า “ซื้อ”   
            สอดคล้องกับ บล.เคจีไอ คาดว่ากำไรใน 4Q60 จะเพิ่มขึ้นเป็น 39 ล้านบาท (+22% YoY; -15% QoQ) จากแนวโน้มการเพิ่มขึ้น YoY ของผู้ป่วยที่มี  intensity สูงขึ้น
            LPH มีแผนจะขายที่ดินแปลงหนึ่ง (11 ไร่) ไปให้กับ LBS (Ladprao Bilingual School) และบริษัทแม่ของ LPH (LP Holding) ซึ่งจะทำให้บริษัทมีกำไรเกือบ 120 ล้านบาท โดยคาดว่าบริษัทจะบันทึกกำไรพิเศษก้อนนี้ในงวด 4Q60 และ 1Q61
            ในปัจจุบัน บริษัทมี 'Excellent Center' สี่แห่งได้แก่ i) ศูนย์โรคตา ii) ศูนย์ผิวหนังและศัลยกรรมความงาม iii) ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ และ iv) ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ ซึ่งในปี 2561 บริษัทตั้งเป้าจะเป็นศูนย์การแพทย์เฉพาะทางเพิ่มอีกโดยใช้เงินลงทุนไม่มาก ได้แก่ i) ศูนย์สมองและระบบประสาท ii) ศูนย์ตรวจสุขภาพ iii) ศูนย์ทันตกรรม iv) ศูนย์นรีเวช และ v) ศูนย์พัฒนาการเด็ก ซึ่งจะใช้สถานที่ในอาคารใหม่
            เรายังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อ "Excellent Center" ของบริษัทซึ่งจะช่วยหนุนให้ผลประกอบการของบริษัทดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว จากการขยายฐานรายได้และอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้น (อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 25-26% ในปี 2558-59 เป็น 28% ในปี 2560-61F)
            นอกจากนี้ ในปี 2561 เรามองว่ายังมี upside จากแผนการนำ ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเชีย จำกัด (AMARC)  ซึ่งเป็นบริษัทลูกเข้าจดทะเบียนใน mai ปลายปี 2561 เรามองว่าแนวโน้มธุรกิจศูนย์ทดลองทางการแพทย์ยังสดใส จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากการทดสอบผลทางการแพทย์ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ทำรายได้และกำไรเพิ่มให้กับ LPH ในระยะยาว บวกกับยังมีกำไรที่ซ่อนอยู่ด้วย
            คงแนะนำให้ซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 10.52 บาท (DCF; WACC 8%, terminal growth ที่ 3%)

            สตอรี่ที่ซ่อนอยู่ทั้งการดันบริษัทลูกเข้าจดทะเบียน และแผน M&A น่าจะเป็นข่าวที่ดันราคาหุ้น LPH ในอนาคต พร้อมกับราคาหุ้นที่ลงมาเหลือต่ำกว่า 10 บาท อาจเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนและมองหาหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาล

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด