หุ้นฮ็อต

| 12 มกราคม 2561 | 13:55

จับตาหุ้น RS ไปไกลแค่ไหน ส่องอนาคตดี แต่ P/E พุ่งแรงกว่า

    RS ตื่น หลังซึมกว่า 6 วัน รับเม็ดเงินโฆษณาทีวีดิจิตัลปี 60 โตกว่า 7.42% นักวิเคราะห์คาดเป็นหุ้นสื่อบริษัทเดียวที่มีกำไรในไตรมาส 4/60 ช่วงไว้อาลัย ส่วนปีนี้ยิ่งฉายแววโดดเด่นอานิสงส์ธุรกิจสื่อฟื้น บวกกับธุรกิจความงามที่ไปได้สวย แต่ต้องจับตากำไรจะโตทัน P/E ที่พุ่งทะลุ 154 เท่าหรือไม่

    หุ้นบมจ.อาร์เอส หรือ RS กลับมาซื้อขายร้อนแรงอีกครั้งในวันนี้ ดันราคาขึ้นไปทำจุดสูงสุดในช่วงเช้าที่ 27.75 บาท หลังจากที่ราคาหุ้นซึมลงในช่วง 6 วันที่ผ่านมา ก่อนปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 27 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 5.88% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นราว 130% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
    RS ดำเนินธุรกิจหลัก 4 กลุ่ม ผ่านบริษัทย่อย 7 แห่ง ได้แก่ ธุรกิจสื่อ ธุรกิจเพลง ธุรกิจรับจ้างและผลิตกิจกรรม และธุรกิจสุขภาพและความงาม ปัจจุบันมีช่องทางออกอากาศได้แก่ ทีวีดิจิตัลช่อง 8 และช่องทีวีดาวเทียมอีก 3 ช่อง ได้แก่ ช่อง 2 ช่องสบายดีทีวี และช่อง YOU Channel  รวมถึงคลื่นวิทยุ COOLfahrenheit 93
    ผลการดำเนินงาน RS เคยทำกำไรสุทธิได้สูงสุดเกือบ 400 ล้านบาทในปี 56 ก่อนปรับตัวลดลงต่อเนื่องเหลือ 370 ล้านบาทในปี 57 และ 121 ล้านบาทในปี 58 
    ขณะที่ปี 59 เป็นปีแรกที่ RS มีผลการดำเนินงานขาดทุน ตามภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาที่ลดลง 
    ส่วนงวด 9 เดือนปี 60 RS ทำกำไรอย่างโดดเด่นได้อีกครั้งที่ 222.85 ล้านบาท สวนทางกับธุรกิจสื่อที่ยังซบเซา อานิสงส์จากธุรกิจสุขภาพและความงาม ที่เริ่มทำตลาดมาตั้งแต่ปี 57 โดยล่าสุด ณ สิ้นไตรมาส 3/60 มีสัดส่วนรายได้ถึง 42.5% ทำให้บริษัทฯ อยู่ระหว่างขอย้ายหมวดการซื้อขายภายในปีนี้
    ด้านราคาหุ้น RS ฟื้นตัวอย่างโดดเด่นในปี 60 ที่ผ่านมา หลังจากธุรกิจความงามเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ RS เป็นหุ้นที่ราคาปรับขึ้นสูงสุดในปี 60 เกือบ 260% และเพิ่งทำ All Time High ที่ 29 บาท เมื่อต้นเดือน ม.ค. 61 ก่อนที่จะอ่อนตัวลงจากแรงขายทำกำไร
    หุ้น RS กลับมารีบาวน์อีกครั้ง หลังมีรายงานตัวเลขงบโฆษณาในสื่อทีวีดิจิทัลปี 60 เติบโต 7.42% สวนทางกับภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อที่ลดลง ประกอบกับนักวิเคราะห์มองว่ายอดการใช้จ่ายโฆษณาใน Q4/60 จะกลับมาเติบโต YoY เป็นไตรมาสแรก หลังจากชะลอตัว 9 ไตรมาสติดต่อกัน และจะเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 1/61 เป็นต้นไป
    บริษัท นีลเส็น ประเทศไทย จำกัด รายงานการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อปี 2560 มีมูลค่า 1.01 แสนล้านบาท ลดลง 6% เปรียบเทียบปี 2559  โดยสื่อที่มีอัตรา“เติบโต” ในปี 60 ประกอบไปด้วย ทีวีดิจิทัล มูลค่า 21,907 ล้านบาท เติบโต 7.42% ,สื่อในโรงภาพยนตร์ 6,807 ล้านบาท เติบโต 25.01% ,ป้ายโฆษณา 6,361 ล้านบาท เติบโต 12.78% , สื่อเคลื่อนที่ 5,878 เติบโต 10.14% , อินสโตร์ หรือสื่อโฆษณาในร้านค้า 946 ล้านบาท เติบโต 34.57%
    ในขณะที่กลุ่มที่ติดลบได้แก่ ฟรีทีวีรายเดิม(ทีวีอนาล็อก) มูลค่า 40,966 ล้านบาท ลดลง 13.12% ,เคเบิลและทีวีดาวเทียม 2,913 ล้านบาท ลดลง 15.57% ,วิทยุ 4,476 ล้านบาท ลดลง 14.95% , หนังสือพิมพ์ 7,706 ล้านบาท ลดลง 21.82% ,นิตยสาร 1,943 ล้านบาท ลดลง 33.60% และสื่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งจัดเก็บจาก 50 เว็บไซต์ในกลุ่มไลฟ์สไตล์ มีมูลค่า 1,513 ล้านบาท ลดลง 12.59%
    บล.เคจีไอ เปิดเผยว่า ยอดการใช้จ่ายโฆษณาใน Q4/60 จะอยู่ที่ 2.26 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY ซึ่งเป็นไตรมาสแรกที่กลับมาโตหลังจากที่ชะลอตัวลง YoY ติดต่อกันนานถึงเก้าไตรมาส โดยสื่อที่ยอดโฆษณาเพิ่มขึ้นมากที่สุดใน Q4/60 คือสื่อในโรงภาพยนตร์ ซึ่งโตถึง 38% YoY รองลงมาคือ ทีวี ซึ่งโต 11% YoY
    และคาดว่าธุรกิจโฆษณาจะกลับมาโตได้อีกครั้งตั้งแต่ Q1/61 เป็นต้นไป จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในปี 2561 โดยนักเศรษฐศาสตร์ของ KGI ประเมินว่า GDP ปีนี้จะโตได้ถึง 4.8% ซึ่งทำให้เราคาดว่ายอดการใช้จ่ายโฆษณาจะโตได้ถึง  9% YoY ในปี 2561
    ด้านปัจจัยพื้นฐานของ RS สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์พบว่ายังมีมุมมองบวก โดย  RS อาจเป็นสื่อบริษัทเดียวที่สามารถทำกำไรได้ในไตรมาส 4/60 และมีแนวโน้มการเติบโตอย่างโดดเด่นต่อเนื่องในปีนี้จากการเติบโตของธุรกิจสุขภาพและความงามเป็นหลัก
    บล.บัวหลวง ระบุว่า RS จะเป็นบริษัทเดียวในกลุ่มที่ผลประกอบการใน 4Q17 จะยังคงเป็นบวกได้ โดยเราประเมินกำไรเบื้องต้นที่ 30-40 ล้านบาท จากกำไรของธุรกิจสุขภาพและความงามที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเราประเมินรายได้จากธุรกิจสุขภาพและความงามใน 4Q17 เบื้องต้นที่ 470 ล้านบาท เติบโตกว่า 11 เท่าตัวจาก 42 ล้านบาทใน 4Q16 และเพิ่มขึ้น 11% QoQ หนุนโดยการออกสินค้าใหม่ รวมถึงจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย ในขณะที่ผลกระทบของเดือน ต.ค. ไม่ได้ส่งผลอย่างมีนัยยะสำคัญต่อยอดขายของธุรกิจนี้แต่อย่างใด
    แม้ในปี 60 ธุรกิจมีเดียของบริษัทจะยังกดดันผลการดำเนินงาน แต่มีกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจสุขภาพและความงามเข้ามาชดเชย ส่วน 61 เราคาดทั้งสองธุรกิจจะเติบโตไปพร้อมๆ กัน โดยคาดกำไรปีนี้เติบโต 261% YoY สูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจสื่อทีวี
    บล.เคทีบี เผยรายได้จากธุรกิจสื่อจะอ่อนตัวลงใน Q4/60 อยู่ที่ 399 ล้านบาท ลดลง 15% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 22% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการงดโฆษณา ช่วงพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในช่วงเดือนต.ค. จากธุรกิจสื่อที่อ่อนตัวลงมาก ส่งผลให้กำไรสุทธิใน Q4/60 จะอยู่ที่ 91 ล้านบาท ลดลง 27% จาก Q3/60 แต่จะฟื้นตัวดีขึ้นในปี 61 จากการปรับกลยุทธ์การขายโฆษณาใหม่ 
    แนะนำ RS เป็น “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายที่ 30 บาท คิดด้วยวิธี DCF จากกำไรสุทธิที่เติบโตโดดเด่นเฉลี่ยอยู่ที่ 37.60% ในปี 2018-20 ROE อยู่ที่ 55% และ Dividend Payout Ratio ที่สูงถึง 90%
    บล.ทิสโก้ คาดว่า กำไรสุทธิ Q4/17 ยังเติบโตแข็งแกร่งแต่อ่อนตัวจาก Q3/17 นอกจากนี้คาดกำไรสุทธิเติบโตก้าวกระโดดในปี 2018-19F ที่ 134% และ 47% ตามลำดับ โดยในปี 61 จะได้รับปัจจัยบวกจากธุรกิจมีเดียที่ปรับกลยุทธ์ด้วยการขายแยกรายการหลังจากเรตติ้งที่เพิ่มขึ้นจากรายการข่าวและกีฬารวมถึงซีรีย์ละครในช่วง prime time เช้าและเย็น ในขณะที่ธุรกิจ Health & Beauty (H&B) ยังมุ่งเน้นขยายช่องทางจำหน่ายเพิ่ม partner ช่วยจำหน่ายสินค้าและเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ SKU รวมถึงโอกาสจากที่บริษัทจะขยายธุรกิจไปประเทศกลุ่มเพื่อนบ้าน
    แนะนำ “ซื้อ”  โดยราคาเป้าหมายอยู่ที่ 30 บาท อ้างอิงวิธี DCF

    ที่ผ่านมา RS รอดพ้นวิกฤติของธุรกิจสื่อมาได้ ด้วยการเบนเข็มสู่ธุรกิจความงามอย่างถูกที่ถูกเวลา ทำให้หุ้นกลับมาเป็นที่สนใจของตลาดอีกครั้ง แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือบริษัทฯ จะสร้างการเติบโตของกำไร ได้ทันต่อความหวังของนักลงทุนที่ซื้อขาย RS กันที่ P/E สูงถึง 154.32 เท่าในปัจจุบันหรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด