หุ้นฮ็อต

| 19 มิถุนายน 2560 | 13:53

MINT ลุ้นฝ่าด่าน All Time High ราคานี้ ถูกหรือแพง?

         MINT ทำนิวไฮรอบ 8 เดือน ลุ้นฝ่าด่าน 43.25 บาท ทำ All Time High อีกครั้งได้หรือไม่ ส่องพื้นฐานกำไรปีนี้ โบรกฯ คาดโต 12-26% ได้โรงแรมต่างประเทศอุดช่องว่างช่วง Low Season เคาะราคาเหมาะสม 40-46 บาท ขณะที่ P/E ปัจจุบันสูงสุดในรอบ 5 ปี จึงต้องพิจารณาให้ดี ว่าราคานี้ ถูกหรือแพง??

  บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ราคาดีดขึ้นแตะระดับสูงสุดรอบ 8 เดือน และมีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น โดยเปิดที่ 40 บาท ก่อนปรับขึ้นแตะ 40.50 บาท และย่อลงมาปิดที่ 39.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาปิดวันก่อนหน้า มูลค่าการซื้อขาย 379.04 ล้านบาท เป็นอันดับ 5 ในการซื้อขายช่วงเช้า
  MINT ทำธุรกิจหลัก 3 ประเภท ได้แก่ 1.โรงแรม & พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสม 2.ร้านอาหาร และ 3.จัดจำหน่าย & รับจ้างผลิตสินค้า โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจโรงแรม มีผู้ถือหุ้นรายย่อยมากถึง 23,000 ราย
  ณ สิ้นปี 59 บริษัทมีโรงแรมภายใต้การบริหารทั้งหมด 155 แห่ง รวมห้องพักเกือบ 2 หมื่นห้อง , มีสาขาร้านอาหารราว 2 พันสาขาทั้งใน-ต่างประเทศ , มีร้านค้าและจุดจำหน่ายจำนวน 327 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแฟชั่น ภายใต้แบรนด์เอสปรี, บอสสินี่, แก็ป และชาร์ล แอนด์ คีธ เป็นต้น 
 ผลการดำเนินงาน MINT กำไรสุทธิโตต่อเนื่องในปี 56-58 จากระดับ 4 พันล้านบาท มาแตะ 7 พันล้านบาท ก่อนจะอ่อนตัวลงเหลือราว 6.6 ล้านบาทเมื่อปี59 หรือลดลงประมาณ 6% YoY สวนทางกับรายได้รวมปี59 ที่เติบโต 18% YoY อยู่ที่ 5.6 หมื่นล้านบาท
  ส่วนไตรมาส 1/60 บริษัทฯ มีกำไร 1.9 พันล้านบาท แม้จะลดลงมากจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณบวก เนื่องจากเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกหลังชะลอตัวติอต่อกันมา 3 ไตรมาส
  ด้านราคาหุ้น MINT เพิ่งขึ้นทำ All Time High ที่ 43.25 บาท เมื่อเดือน ก.ค. 59 ที่ผ่านมา ก่อนอ่อนตัวลงเทรดต่ำกว่า 40 บาท มายาวนานเกือบ 1 ปี ทำให้รอบนี้เกิดความคาดหวังว่าราคาหุ้นจะทำ High ใหม่ได้หรือไม่ 
  สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยกให้ MINT เป็น Top Pick ของหุ้นกลุ่มโรงแรม แม้ไตรมาส 2 และ 3 จะเป็นโลว์ซีซั่นของตลาดในประเทศ แต่จะได้โรงแรมในบราซิล และโปรตุเกส ซึ่งเป็นไฮซีซั่น เข้ามาชดเชย ทำให้กำไรปีนี้จะกลับมาเติบโตในช่วง 12-26% YoY จากปีก่อนที่กำไรลดลง 6% YoY โดยให้ราคาเหมาะสมตั้งแต่ระดับ 40 บาท ไปจนถึง 46 บาท
  บล.เออีซี เป็นค่ายที่ประเมินราคาเป้าหมายต่ำสุดคือ 40 บาท (DCF) ระบุว่าแม้ช่วง Q2/60 คาดกำไรอ่อนตัว QoQ แต่ยังโตสดใส YoY โดยกำไรช่วง Q1/60 คิดเป็น 37.2% ของประมาณการทั้งปี มองว่ากำไรจะสูงสุดในช่วง Q4/60 ช่วยหนุนให้กำไรปกติปี60 ที่ 5,180 ล้านบาท เติบโต 12.1% YoY ปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของธุรกิจโรงแรมภายใต้แบรน์ Tivoli ในบราซิลและโปรตุเกส 
  บล.เคจีไอ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานธุรกิจหลักของ MINT ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งใน Q1/60 หลังจากที่ชะลอตัวติดต่อกันมา 3 ไตรมาส การฟื้นตัวของโรงแรมในบราซิล และการที่โรงแรมในโปรตุเกสเข้าสู่ช่วง high season ในไตรมาสที่ 2 และ 3 จะช่วยหนุนให้ผลการดำเนินงานดีขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสต่อไป ถึงแม้ว่าราคาหุ้นจะดูแพง แต่หุ้น MINT ก็ไม่เคยถูกอยู่แล้ว และผลประกอบการที่ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งก็จะช่วยจำกัด downside คงคำแนะนำซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมายปี60 ที่ 41 บาท
  บล.ซีไอเอ็มบี กล่าวว่า บริษัทฯ จะมีส่วนแบ่งรายได้สูงจากโรงแรม Tivoli ในโปรตุเกสและบราซิลในปี60-61 หลังปรับปรุง และ MINT มีแผนเปิดโรงแรม Oak อีกแห่งในปี60 และโรงแรมขนาดเล็กในปี61 ด้านธุรกิจอาหารจะเน้นเพิ่มจำนวนสาขาและมาร์จิ้น จึงเชื่อว่าจะมีการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ 192 ล้านหน่วย ที่ราคาหน่วยละ 36.36 บาทวันที่ 3 พ.ย.60 เคาะราคาเป้าหมาย 41 บาท
  ขณะที่ ธนชาต และดีบีเอสฯ ให้ราคาสูงที่สุด 45-46 บาท มองว่า เป็น Turnaround plays ประเมินกำไรปีนี้โตราว 26% 
  บล.ธนชาต แนะนำ "ซื้อ" MINT มองว่า เป็น Turnaround plays เป้าหมายพื้นฐาน 45 บาท คาดกำไรปีนี้โต 26% ด้วยปัจจัยสนับสนุนจาก (1) การปรับปรุงโรงแรม Tivoli ในโปรตุเกส และบราซิล (19% ของรายได้โรงแรม) จะทำให้สามารถขึ้นค่าห้อง และอัตราการเข้าพักได้ ซึ่งจะทำให้รายได้ขยายตัว 18% ขณะที่โรงแรมในประเทศไทย และออสเตรเลียแข็งแกร่ง (2)รายได้ธุรกิจอาหาร จะขยายตัว 12% จากการเปิดสาขาเพิ่ม 10% ปีนี้ ขณะที่การปิดสาขาที่ไม่มีกำไรตั้งแต่ปลายปีก่อนจะทำให้ผลการดำเนินงานของธุรกิจอาหารดีขึ้น และ (3) รายได้จากธุรกิจอสังหาฯ แข็งแรง ทั้งการขายห้องพัก และโครงการอนันตรา เวเคชั่น คลับ 
  บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส เป็นค่ายที่ให้ราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 46 บาท และได้ยกให้ MINT เป็น Top Pick ในกลุ่มโรงแรมและท่องเที่ยว คาดการณ์อัตราการเติบโตกำไรหลักปี60 และปี61 สดใสเป็น 23% และ 16% ตามลำดับ ประเมินราคาพื้นฐานไว้ที่ 46.00 บาท ( อิงวิธี DCF )
  ด้านสัญญาณเทคนิค บล.ไอร่า แนะนำ ซื้อเล่นรอบใหญ่ ให้แนวต้าน 42.00-43.50 บาท แนวรับ 39.00-38.50 บาท stop loss 37.00 บาท เผยระดับราคาได้มีสัญญาณซื้อระยะสั้นๆ หลังจาก Break แนวต้านสำคัญที่บริเวณ 38.00 บาทขึ้นมาเป็นสัญญาณซื้อที่จะมีแนวต้านแรกที่บริเวณ 42.00 บาทซึ่งเป็นแนวโน้มขาขึ้นเต็มตัวซึ่งจะทำ New High ขึ้นต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง
  ส่องความเคลื่อนไหว NVDR พบว่า ได้ซื้อสุทธิหุ้น MINT ต่อเนื่อง 2 วันติด เมื่อวันพฤหัส (15 มิ.ย.) ซื้อสุทธิ 249 ล้านบาท และวันศุกร์ (16 มิ.ย.) ซื้อสุทธิ 35 ล้านบาท ซึ่งนับว่ามีผลต่อการเคลื่อนไหวของราคา MINT ให้ปรับขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน เนื่องจากมูลค่าการซื้อขายของ NVDR คิดเป็นสัดส่วนราว 24-25% ของมูลค่าการซื้อขายหุ้น MINT

  แม้ว่าโดยภาพรวมแล้ว MINT จะมีแนวโน้มเติบโตได้ดีในปีนี้ แต่ราคาเหมาะสมที่โบรกเกอร์ให้ไว้ ที่ 40-46 บาท ก็ต้องนับว่าเหลืออัพไซด์ไม่มากจากราคากระดาน อีกทั้ง P/E ล่าสุดในระดับ 35 เท่า ยังถือว่าสูงสุดในรอบ 5 ปี ซึ่งต้องจับตาว่า MINT จะสามารถสร้างกำไรได้แข็งแกร่งต่อเนื่อง สมกับความคาดหวังที่นักลงทุนให้ค่าเอาไว้หรือไม่ เพราะหากงบออกมาผิดคาด หุ้นย่อมพร้อมถูกขาย ออกมาได้ตลอดเวลา

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด