หุ้นฮ็อต

| 21 เมษายน 2560 | 13:43

AOT ฟื้นคืนชีพ เก็งงบ Q2 กำไรทุบสถิติ ลุ้นฝ่า High เดิม 42.50 บ.

        AOT วอลุ่มซื้อขายหนาแน่น เก็งงบ Q2 (ม.ค.-มี.ค.60) กูรูคาดกำไรทุบสถิติ รับไฮซีซั่น-นักท่องเที่ยวจีนฟื้น-เปิดบริการอาคารผู้โดยสารใหม่ 2 สนามบิน ทางเทคนิคลุ้นฝ่าแนวต้านสำคัญ 42 บาท แต่อย่าลืมความเสี่ยงที่ยังไม่ได้ข้อสรุป ทั้งค่าเช่าที่ดินอัตราใหม่และค่าปรับย้อนหลังจากกรมธนารักษ์ ซึ่งยังถ่วงราคาหุ้นจนกว่าจะชัดเจนประมาณ ก.ย.นี้  

          หุ้นบมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) มีแรงเก็งกำไรมาต่อเนื่องทั้งสัปดาห์ จนราคาปรับขึ้นเกือบเบรก High เดิมที่ทำไว้ในช่วงต้นปีที่ 42.50 บาท โดยวันนี้เปิดที่ 41.50 บาท ก่อนปรับขึ้นสูงสุดที่ 42 บาท ก่อนปิดเช้าที่ระดับ 41.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.21% มูลค่าการซื้อขาย 997.72 ล้านบาท สูงสุดอันดับ 1
             AOT เป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้การถือหุ้นใหญ่ของกระทรวงการคลัง 70% ผู้บริหารท่าอากาศยาน 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานหาดใหญ่, ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
           หุ้น AOT เคยพุ่งขึ้นแตะ 42.50 บาท ในช่วงต้นเดือน ก.พ. หลังแตกพาร์จาก 10 บาท เหลือ 1 บาท จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นมา 10 เท่า ส่งผลให้เกิดการเก็งกำไรหนาแน่น และนักลงทุนรายย่อยเข้ามาถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 25,000 ราย จาก 17,000 ราย
           แต่หลังจากแตกพาร์หุ้น AOT ร่วงลงต่อเนื่องแตะระดับต่ำสุดที่ 37.25 บาท จากทั้งแรงขายทำกำไร และข่าวลบกรณีกรมธนารักษ์จะปรับอัตราค่าเช่าที่ดินใหม่ ซึ่งมีความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทฯ
            สัญญาณหุ้น AOT ที่ดีดขึ้นรอบนี้ มาจากความคาดหวังผลการดำเนินงานไตรมาส 2 (ม.ค.-มี.ค.60) ซึ่งโบรกฯ คาดกำไรจะทำสถิติใหม่ที่เกือบ 6 พันล้านบาท เนื่องจากเป็น High Season และรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดอาคารผู้โดยสาร(terminal)ใหม่ ที่ดอนเมืองและภูเก็ต 
            บล.เคจีไอ แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 45.40 บาท คาดกำไรสุทธิของ AOT ใน Q2/60 (ม.ค.-มี.ค.)จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 5.97 พันล้านบาท (+7% YoY, +17% QoQ) และคาดว่ากำไรสุทธิในงวดครึ่งแรกปี60 (ต.ค.59-มี.ค.60) จะคิดเป็นสัดส่วน 53% ของประมาณการทั้งปี
             กำไรที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ดังกล่าว มาจาก 1.จำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 8% YoY ในช่วง high season (จำนวนผู้โดยสารในประเทศเพิ่มขึ้น 12% และผู้โดยสารระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น 5%) 2.รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดให้บริการ terminal ใหม่ที่สนามบินดอนเมืองและภูเก็ต และ 3. อัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นจากค่าเสื่อมราคาที่ลดลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ  ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาตั้งแต่ปลาย 4Q59 ในขณะที่ผู้โดยสารจากภูมิภาคอื่นๆ (ยุโรป, สหรัฐ และเอเซียใต้) ก็เพิ่มขึ้นในช่วงที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลง
              ส่องแนวโน้มงวดไตรมาส 3 ปี59/60 (เม.ย.-มิ.ย.60) สดใส เห็นได้จากข้อมูลล่าสุดในเดือนเมษายน AOT ได้รายงานยอดผู้โดยสารช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 5 – 17 เม.ย.60 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(ทสภ.) มีผู้โดยสารมาใช้บริการในช่วงดังกล่าวจำนวน 2,263,552 ล้านคน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้โดยสารในช่วงปี 59 เพิ่มขึ้น 8.63% หรือเฉลี่ย 174,119 คน/วัน
             ภาพในทางเทคนิค AOT ยังเป็นหุ้นเด่นของหลายโบรกเกอร์ในวันนี้ หลังผ่านแนวต้าน 40.25 บาท โดยมีเป้าหมายทดสอบแนวต้านถัดไป 42.50 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาสูงสุดในวันแรกของการแตกพาร์ เมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
            บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง  มองภาพรายวัน AOT ยืนยันรูปแบบ Cup with handle หลังผ่านแนวต้าน 40.25 บาท วัดเป้าหมายของการขึ้นครั้งนี้ที่ 42.50 บาท
            บล.เอเชีย เวลท์  กล่าวว่า AOT ลุ้นทดสอบ High เดิมที่ 42 บาท และมีเป้าหมายแรกของการทำ New High อยู่ที่ 44 บาท  มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 39 บาท
           บล.ฟิลลิป แนะนำ Trading ประเมินแนวรับ 40.75 แนวต้าน 42.50-43.00 บาท Cut loss 40.00 บาท ส่วน "บล.เคทีบี" ประเมินแนวรับ 40.50-41.00 แนวต้าน 41.75-42.50 บาท 
          แม้ AOT จะมีสัญญาณกลับตัวอีกครั้ง แต่อย่าลืมว่ายังมีประเด็นการปรับค่าเช่าของกรมธนารักษ์ยังค้างคาอยู่ แม้นักวิเคราะห์จะมองว่าการเจรจาจะจบลงด้วยดี แต่ก็ต้องยอมรับว่าประเด็นนี้อ่อนไหวต่อราคาหุ้น และโบรกฯประเมินกรณีได้รับผลกระทบจากการปรับค่าเช่า จะฉุดราคาพื้นฐานปีนี้เหลือ  41.90 บาท จากปัจจุบัน  45.50 บาท
          บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ได้วิเคราะห์ความอ่อนไหว กรณีที่มีการปรับเพิ่มค่าเช่าตามอัตราใหม่ และ มีค่าปรับ พบว่าถ้าหาก AOT ต้องเสียค่าเช่าในอัตราใหม่ แต่ไม่มีค่าปรับย้อนหลัง พบว่าคาดการณ์กำไรปี 60 และระยะยาวจะลดลง 6.8% ราคาพื้นฐานจะลดลงเป็น 41.90 บาท (จากปัจจุบันที่ 45.50 บาท) แต่ถ้าต้องเสียค่าเช่าอัตราใหม่และต้องจ่ายค่าปรับด้วย จะทำให้คาดการณ์กำไรสุทธิปี 60 ลดลง 31.3% และคาดการณ์กำไรระยะยาวลดลง 6.8% กรณีนี้ราคาพื้นฐานจะลดเป็น 41.40 บาท
          ทั้งนี้ แนะนำซื้อ AOT โดยให้ราคาพื้นฐาน 45.50 บาท (ไม่รวมผลกระทบจากการปรับเพิ่มค่าเช่าตามอัตราใหม่ & ค่าปรับย้อนหลัง เพราะบริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจากับกรมธนารักษ์) อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลกระทบจากการปรับเพิ่มค่าเช่าจะไม่รุนแรงมากนักดังที่วิเคราะห์ไว้ข้างต้น  เพราะทุกภาคส่วนพยายามที่จะหาข้อสรุปที่ดีกับทุกๆฝ่าย ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือน ก.ย.60  สำหรับการเรียกเก็บค่าปรับย้อนหลังอันเกิดจากการนับระยะเวลาสัญญาที่แตกต่างระหว่าง AOT กับกรมธนารักษ์จำนวน 20.7 พันล้านบาทยังอยู่ระหว่างเจรจาเช่นกัน
          บล.ทรีนีตี้  มองว่า ประเด็นค่าตอบแทนการใช้พื้นที่ราชพัสดุไม่น่าหนักอย่างที่คิด ประเมินราคาเป้าหมาย 42 บาท ภายใต้สมมติฐาน (1) อัตราการจ่ายค่าเช่าแบบผลตอบแทนเปรียบเทียบกับมูลค่าทรัพย์สิน (ROA) อยู่ที่ราว 3% (2) มูลค่าทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการการบิน (Non-aeronautical asset) จำนวน 50,000 ล้านบาท และ (3) ค่าตอบแทนย้อนหลังจำนวน 10,000 ล้านบาท 
          แม้ในทางเทคนิค ราคาหุ้นจะพยายามฝ่านด่านแนวต้านที่สำคัญ 42.00 บาท ขณะที่สตอรี่บวกรออยู่ช่วงสั้นนี้ คืองบ Q2 ที่โบรกฯ คาดจะทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่ภาพในระยะกลาง-ยาว  ต้องติดตามความคืบหน้าของข้อสรุปการปรับเพิ่มค่าเช่าที่ดินตามอัตราใหม่ และค่าปรับย้อนหลังของกรมธนารักษ์ ซึ่งจะยังเป็นประเด็นกดดันราคาหุ้นต่อไปจนถึงเดือน ก.ย.นี้ การเข้าลงทุนจึงต้องพิจารณาอัพไซด์จากราคาเหมาะสมประกอบด้วย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด