หุ้นฮ็อต

| 21 มีนาคม 2560 | 09:23

SNC วอลุ่มปูด 5 เท่า ลุ้นกำไรโตสองหลักในรอบ 5 ปี

 SNC เทรดคึกคักอีกครั้ง วอลุ่มเฉลี่ยปีนี้เพิ่มขึ้น 5 เท่าจากปีก่อน ดันราคาหุ้นวิ่งแตะ 17.5 บาท ทำจุดสูงสุดใหม่รอบเกือบ 2 ปี จับตากำไรปีนี้มีลุ้นโตเกิน 10% ในรอบ 5 ปี หลังโบรกฯ มองธุรกิจยานยนต์และเครื่องปรับอากาศเติบโต

  หุ้น บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNC กลับมาซื้อขายคึกคักอีกครั้งในช่วงตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยเพิ่มมาอยู่ที่ 3.7 ล้านหุ้นต่อวัน จากปีก่อนทั้งปีที่เพียง 7 แสนหุ้นต่อวัน ล่าสุด ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นถึง 443% จากค่าเฉลี่ย 5 วันก่อนหน้า ตามโปรแกรม F6 ของ eFin Stock Pick Up ดันให้ราคาหุ้นขึ้นไปแตะ 17.5 บาท เป็นจุดสูงสุดใหม่ในรอบเกือบ 2 ปี
  SNC เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์สำหรับเครื่องปรับอากาศที่ใช้สำหรับยานพาหนะ และเครื่องทำความเย็น รับจ้างผลิตและประกอบเครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัย ทำความเย็น ซ่อมและผลิตแม่พิมพ์
  ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา SNC ขยายการลงทุนเพิ่มเติมหลายอย่าง อาทิ ธุรกิจรับผลิตชิ้นส่วนยานพาหนะและเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทขึ้นรูปโลหะแผ่น ผ่านบริษัท SSMA ธุรกิจผลิต aluminum forging และ aluminum condenser ผ่านบริษัท SCAN ซึ่งกดดันต่อผลประกอบการของบริษัทในช่วงเริ่มต้น ประกอบกับภาวะอุตสาหกรรมโดยภาพรวมที่ชะลอตัวเช่นกัน
  ขณะที่ในช่วงต้นปี ผู้บริหาร SNC ส่งสัญญาณออกมาว่ารายได้และกำไรของบริษัทจะเติบโตจากปีก่อน เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทย่อยแต่ละแห่งมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือยานยนต์ สอดคล้องกับการประเมินของนักวิเคราะห์ หนุนให้เกิดความคาดหวังเข้ามาในราคาหุ้นจนราคาปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 15% ในปีนี้ 
  บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า คาดยอดขายจะเพิ่มขึ้น 9% เป็น 8,128 ล้านบาท จากยอดขายทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ แม้สัดส่วนยอดขายกลุ่ม OEM จะเพิ่มขึ้น แต่การควบคุมต้นทุนการผลิตในหน่วยงานต่างๆ ให้ลดลง คาดว่าจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังใกล้เคียงปีก่อนที่ 12.9% อีกทั้งคาดว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้นเพียง 5% เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษในการย้ายโรงงานอย่างปีที่ผ่านมา จึงประมาณการกำไรสุทธิ 442 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%
  สำหรับธุรกิจใหม่ล่าสุดคือ โรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกและเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับบริษัท โดยล่าสุดบริษัทดังกล่าวได้เข้าลงทุนในบ.ยะลาฟ้าสะอาด จำกัด มูลค่า 4.5 ล้านบาท โดยบริษัทยะลาฟ้าสะอาด จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือก เช่น ขยะชุมชน และมีโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 3 เมกะวัตต์ ที่ จ.ยะลา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมโครงการดังกล่าว ทางฝ่ายคาดว่าธุรกิจใหม่ที่เข้าไปลงทุนนั้นยังไม่ส่งผลอย่างมีนัยต่อการดำเนินงานในปี 60
  บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า ช่วงไตรมาส 4/59 มีเหตุการณ์และรายการพิเศษ เช่น การย้ายฐานการผลิต และการลงทุนใหม่ทำให้การผลิตต่ำกว่าแผน รวมถึงการนำบริษัท SSMA เข้ามาทำงบการเงินรวม ทำให้ SNC รับรู้ค่าใช้จ่ายเพิ่ม 10 ล้านบาท และทำให้มีลูกหนี้การค้า & สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายชดเชยพนักงาน 24 ล้านบาท จากการย้ายฐานการผลิต
แต่หลังจากการย้ายฐานการผลิตเสร็จสิ้น จะมีการสร้างสายการผลิตที่ จ.ระยอง ให้ครบวงจร ทำให้ต้นทุนในการผลิตและค่าขนส่งต่ำลง ทำให้ขายสินค้าได้ในราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่ง จึงมีโอกาสที่จะได้รับออเดอร์จากลูกค้าเพิ่มขึ้น
  สำหรับธุรกิจประกอบเครื่องปรับอากาศในปี 60 คาดการณ์ว่าทั้งอุตสาหกรรมจะมีการประกอบเพิ่มเป็น 26.5 ล้านเครื่อง สูงขึ้นจากปี 59 ที่ 25.7 ล้านเครื่อง ขณะที่การผลิตคอมเพลสเซอร์ในปีนี้คาดจะเพิ่มเป็น 15.9 ล้านตัว จากปี 59 อยู่ที่ 15.4 ล้านตัว แต่การผลิตตู้เย็นน่าจะทรงตัวที่ 6.6 ล้านตู้
  ด้านงานชิ้นส่วนยานยนต์มีอัตรากำไรดีขึ้นในปี 59 และทำกำไรได้เพิ่มขึ้น จาก EBIT 83 ล้านบาท ในปี 58 เป็น 123 ล้านบาท ในปี 59 แม้ว่ายอดผลิตรถยนต์ในปี 59 จะทรงตัวที่ 1.9 ล้านคัน ส่วนในปี 60 คาดการณ์ว่าจะผลิตเพิ่มเป็น 2 ล้านคัน  
  ทั้งนี้ คาดกำไรสุทธิปี 60-61 เติบโต 16% และ 13% เป็น 466 และ 525 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีสมมติฐานว่าบริษัท SCAN จะขาดทุนลดลงจากปี 59 ราว 30% และไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษอย่างมีนัยสำคัญ แต่ราคาต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นตามราคาตลาดโลก
  ส่วน บล.เอเซียพลัส ระบุว่า แนวโน้มกำไรไตรมาส 1/60 น่าจะเติบโตจากไตรมาส 4/59 สอดคล้องกับรายได้ที่คาดเพิ่มขึ้นจากแรงหนุนหลักของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าเติบโตอีกครั้ง จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจแอร์ ส่งผลต่อเนื่องถึงธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) ที่เห็นออเดอร์จากลูกค้าหลักอย่าง Fujitsu เพิ่มขึ้น กอปรกับราคาทองแดงที่สูงขึ้น 8% จากช่วงไตรมาส 4/59 จากประมาณ 5,300 เหรียญ/ตัน เป็น 5,700 เหรียญ/ตัน ช่วยหนุนให้ราคาขายสูงขึ้น
  แม้ราคาหุ้น SNC จะชะลอตัวมาตั้งแต่ปี 57 แต่บริษัทยังคงมีจุดแข็งในเรื่องของอัตราเงินปันผลตอบแทนที่อยู่ในระดับ 4-6% มาตลอด
  อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นมาต่อเนื่อง ทำให้อัพไซด์ของบริษัทเหลือไม่มากนัก บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส แนะนำ ซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 19.4 บาท บล.เอเซียพลัส แนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 19 บาท ส่วนบล.ฟิลลิป แนะนำ ทยอยซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 17 บาท

 SNC เริ่มกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง ด้วยมูลค่าหุ้นที่อาจจะไม่แพงนัก โดยมีค่า P/E เพียง 11 เท่า ต่ำเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม ขณะที่ความคาดหวังต่อการเทิร์นอะราวด์ของหุ้นก็เริ่มสะท้อนให้เห็นแล้วผ่านปริมาณการซื้อขายในปีนี้ แต่สุดท้ายแล้วบริษัทจะทำได้อย่างที่คาดหวังหรือไม่คงต้องค่อยๆ ติดตามกันต่อไป

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด