ผลตอบแทน PROP-REIT-IFF กอดคอดิ่งหนัก YTD เฉลี่ยติดลบ 5.34% โดย PROP-REIT วูบเฉลี่ย 4.62% ส่วน IFF รูดเฉลี่ยถึง 10.81% แต่ปันผลยังให้ยีลด์สูงระหว่าง 16 - 28% วงการแนะทยอยเก็บรับดอกเบี้ยใกล้พีค คาดหนุนผลตอบแทนราคาหุ้นบางกองกลับมา Outperform ได้ !
*** ผลตอบแทนกองอสังหาฯ - รีท - โครงสร้างพื้นฐานดิ่งหนัก
ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ตั้งแต่ต้นปี (YTD) ปรับตัวลง 138.4 จุด หรือติดลบ 8.29% ส่งผลให้หุ้นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในช่วงดังกล่าวส่วนใหญ่ปรับตัวลงตาม SET ถึง 648 บริษัท
สอดคล้องกับทิศทางกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ - รีท และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ที่ผลตอบแทนราคาหุ้น YTD ก็ปรับตัวลงเช่นกัน โดยกองทุรวมอสังหาริมทรัพย์ - รีท ให้ผลตอบแทนติดลบเฉลี่ย 4.62% ประกอบด้วย
ส่องผลตอบแทน – ปันผล 52 กองทุนอสังหาฯ – รีท |
ชื่อย่อหลักทรัพย์ | ราคาปิดล่าสุด (บ.)** | %Chg YTD | %Chg 1 Y | %Div. Yield (เฉลี่ยปี 62 - 65) | Div. Yield ปี 66 (%) | Div. Yield ปี 67 (%) |
CPNREIT | 10.9 | -44.10 | -42.63 | 3.73 | 9.11 - 10.46 | 6.86 - 10.45 |
MIT* | 1.23 | -32.79 | -61.32 | 5.53 | n/a | n/a |
MJLF | 4.02 | -30.69 | -47.45 | 10.08 | n/a | n/a |
QHPF | 6.6 | -30.16 | -30.53 | 8.26 | n/a | n/a |
SRIPANWA* | 6 | -22.08 | -23.57 | 3.18 | n/a | n/a |
B-WORK | 7.8 | -21.21 | -20.81 | 6.48 | 8.71 | 9.17 |
KTBSTMR* | 7.6 | -15.08 | -16.94 | 0.29 | n/a | n/a |
CPNCG | 10 | -13.79 | -9.91 | 8.41 | n/a | n/a |
CPTGF | 6.4 | -13.51 | -16.34 | 7.34 | n/a | n/a |
POPF | 10 | -13.04 | -11.50 | 8.8 | n/a | n/a |
INETREIT* | 10 | -12.28 | -14.53 | 0.78 | 7.64 -7.93 | 7.86 |
LUXF | 6.95 | -10.32 | -8.55 | 3.64 | n/a | n/a |
SPRIME | 6.35 | -8.63 | -6.62 | 4.14 | n/a | n/a |
PROSPECT | 9 | -7.69 | -1.10 | 2.95 | 10.01 | 10.44 |
GVREIT | 8.4 | -7.69 | -6.15 | 6.9 | n/a | n/a |
BOFFICE | 7.35 | -7.55 | -8.13 | 3.32 | n/a | n/a |
TPRIME | 8.1 | -6.36 | 3.85 | 4.77 | n/a | n/a |
LHSC | 10.5 | -6.25 | 3.96 | 4.42 | n/a | n/a |
SSTRT | 5.35 | -6.14 | -4.46 | 7.49 | n/a | n/a |
FUTUREPF | 14 | -5.41 | 0.00 | 5.81 | n/a | n/a |
WHAIR | 7.05 | -5.37 | -2.98 | 6.45 | 7.89 | n/a |
AIMIRT | 11.5 | -4.96 | -4.17 | 4.17 | 7.57 | 7.74 |
SSPF | 6.8 | -4.90 | -8.11 | 4.33 | n/a | n/a |
TTLPF | 22 | -3.51 | -2.65 | 7.1 | n/a | n/a |
LHHOTEL | 11.8 | -3.28 | 30.39 | 4.49 | 9.28 | 9.99 |
TLHPF | 7.45 | -3.25 | -4.49 | 7.58 | n/a | n/a |
GROREIT* | 9.5 | -3.06 | -2.56 | 0.69 | n/a | n/a |
CTARAF | 5.1 | -1.92 | -2.86 | 6.25 | n/a | n/a |
DREIT | 6.05 | -1.63 | 0.00 | 5.16 | n/a | n/a |
PPF | 11.3 | -0.88 | 0.00 | 6.19 | n/a | n/a |
TIF1 | 8.95 | -0.56 | 0.56 | 6.6 | n/a | n/a |
HYDROGEN* | 9.95 | -0.50 | n/a | 0.00 | n/a | n/a |
HPF | 4.68 | -0.43 | 1.74 | 5.11 | n/a | n/a |
MNIT2 | 4.98 | 0.00 | -0.40 | 4.3 | n/a | n/a |
WHART | 10.7 | 0.00 | 5.94 | 4.48 | 7.21 - 7.25 | 7.29 - 7.34 |
GAHREIT | 8.55 | 0.59 | -3.93 | 7.05 | n/a | n/a |
LPF | 12.8 | 0.79 | -7.91 | 4.99 | 6.24 - 6.47 | 6.68- 7.06 |
AIMCG* | 5.25 | 0.96 | 7.14 | 4.36 | n/a | n/a |
ALLY* | 7.35 | 1.38 | 5.76 | 1.73 | 8.38 - 8.52 | 8.01 - 8.85 |
AMATAR | 6.75 | 1.50 | -0.74 | 6.49 | n/a | n/a |
SIRIP | 9 | 1.69 | 12.50 | 4.40 | n/a | n/a |
BAREIT* | 10.7 | 1.90 | n/a | 0.00 | n/a | n/a |
BKKCP | 10.5 | 1.94 | 0.96 | 6.45 | n/a | n/a |
M-II | 7.5 | 2.74 | 4.17 | 7.55 | n/a | n/a |
IMPACT | 12.9 | 4.03 | -12.84 | 2.5 | 4.65 | 5.66 |
WHABT | 9 | 4.65 | 1.69 | 6.83 | n/a | n/a |
MNIT | 1.86 | 5.68 | 12.73 | 3.42 | n/a | n/a |
FTREIT | 10.9 | 5.83 | 1.87 | 5.55 | 6.88 | 6.97 |
M-PAT | 4.26 | 6.50 | 10.94 | 5.69 | n/a | n/a |
LHPF | 6.9 | 12.20 | 23.21 | 5.62 | n/a | n/a |
QHHR* | 6.9 | 15.00 | 40.24 | 4.72 | n/a | n/a |
ERWPF* | 5.2 | 25.60 | 19.27 | 0.00 | n/a | n/a |
ที่มา : SETSMART *จ่ายเงินปันผลไม่ครบทุกปี **ราคาปิดล่าสุด 14 ก.ค.66 |
52 กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ - รีท มีถึง 38 กองทุนที่ผลตอบแทน YTD ติดลบ ซึ่งถ้านับเฉพาะในกลุ่มติดลบ พบว่าให้ผลตอบแทนติดลบเฉลี่ยถึง 10.94%
*** "CPNREIT" ผลตอบแทน YTD ติดลบมากสุด 44.10%
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNREIT) เป็นกองทุนรวมในกลุ่มอสังหาฯ - รีท ที่ให้ผลตอบแทน YTD ติดลบมากสุดถึง 44.10% ขณะที่อัตราการจ่ายเงินปันผลย้อนหลัง 4 ปี (ปี 62 - 65) เฉลี่ยอยู่ที่ 3.73% เท่านั้น
ขณะที่ คาดการณ์การจ่ายเงินปันผลปี 66 - 67 ของนักวิเคราะห์จาก IAA Consensus ประเมินว่า CPNREIT จะจ่ายเงินปันผลช่วงดังกล่าว คิดเป็น Dividend Yield ราว 9.11 - 10.46% และ 6.86 - 10.45% ตามลำดับ
*** อีก 3 กองทุนอสังหาฯ - รีท ผลตอบแทน YTD ดิ่งกว่า 30%
นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 กองทุนอสังหาฯ - รีท ที่ผลตอบแทนราคาหุ้น YTD ติดลบมากกว่า 30% ประกอบด้วย ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เอ็มเอฟซีอินดัสเตรียล (MIT) ที่ผลตอบแทน YTD ติดลบ 32.79%, กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาฯ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ไลฟ์สไตส์ (MLLF) ผลตอบแทน YTD ติดลบ 32.69% และ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QHPF) ที่ให้ผลตอบแทน YTD ติดลบ 30.16%
*** แต่มี 7 กองทุน คาดจ่ายปันผลยีลด์มากกว่า 7% ช่วงปี 66 - 67
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลตอบแทนราคาหุ้น YTD ส่วนใหญ่จะติดลบ แต่ยังมี 7 กองทุน ที่ถูกนักวิเคราะห์จาก IAA Consensus คาดการณ์ว่าจะจ่ายเงินปันผลงวดปี 66 - 67 คิดเป็น Dividend Yield ที่สูงกว่า 7% ตลอดทั้ง 2 ปี
โดย 3 กองทุนที่ถูกนักวิเคราะห์จาก IAA Consensus คาดการณ์ว่า จะจ่ายเงินปันผลงวดปี 66 - 67 คิดเป็น Dividend Yield สูงสุด ประกอบด้วย ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล (PROSPECT) ถูกคาดจ่ายเงินปันผลปี 66 - 67 คิดเป็น Dividend Yield ที่ 10.01% และ 10.44% ตามลำดับ
ด้าน ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล (LHHOTEL) ถูกคาดจ่ายเงินปันผลปี 66 - 67 คิดเป็น Dividend Yield ที่ 9.28% และ 9.99% ตามลำดับ
ขณะที่ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์บัวหลวง ออฟฟิศ (B-WORK) ถูกคาดจ่ายเงินปันผลปี 66 - 67 คิดเป็น Dividend Yield ที่ 8.71% และ 9.17% ตามลำดับ
*** ส่วน 8 กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ผลตอบแทน YTD ลบเฉลี่ย 10.81%
ฟาก 8 กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ให้ผลตอบแทนราคาหุ้น YTD ติดลบหนักถึง 10.81% โดยมีถึง 7 กองทุนที่ผลตอบแทนราคาหุ้นในช่วงดังลก่าวติดลบ ประกอบด้วย
ส่องผลตอบแทน – ปันผล 8 กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน |
ชื่อย่อหลักทรัพย์ | ราคาปิดล่าสุด (บ.) | %Chg YTD | %Chg 1 Y | %Div. Yield (เฉลี่ยปี 62 - 65) | Div. Yield ปี 66 (%) | Div. Yield ปี 67 (%) |
KBSPIF* | 9.15 | -19.03 | -19.74 | 3.40 | n/a | n/a |
DIF | 10.7 | -18.94 | -19.55 | 6.97 | 8.88 - 9.38 | 8.6 - 9.35 |
SUPEREIF* | 8 | -18.37 | -31.62 | 4.62 | n/a | n/a |
JASIF | 6.95 | -13.66 | -21.47 | 8.74 | 10.22 - 13.78 | 8.49 - 14.43 |
BTSGIF* | 3.6 | -8.33 | -10.47 | 2.85 | 16.31 - 22.45 | 21.72 - 28.55 |
BRRGIF | 4.44 | -8.26 | -14.62 | 6.54 | n/a | n/a |
TFFIF | 7.6 | -0.65 | -2.56 | 2.91 | 5.53 - 5.75 | 6.05 - 6.58 |
EGATIF | 6.65 | 0.76 | -11.33 | 7.07 | n/a | n/a |
ที่มา : SETSMART *จ่ายเงินปันผลไม่ครบทุกปี **ราคาปิดล่าสุด 14 ก.ค.66 |
*** "KBSPIF" ผลตอบแทน YTD ดิ่งหนักสุดถึง 19.03%
กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า กลุ่มน้ำตาลครบุรี (KBSPIF) ให้ผลตอบแทน YTD ติดลบมากสุดถึง 19.03% ซึ่งมากกว่าอัตราเงินปันผล 4 ปีหลัง ที่เฉลี่ยอยู่ในระดับ 3.4% เท่านั้น
รองลงมา คือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) ให้ผลตอบแทน YTD ติดลบ 18.94% ซึ่งมากกว่าอัตราเงินปันผล 4 ปีหลัง ที่เฉลี่ยอยู่ในระดับ 6.97% เท่านั้น และยังมากกว่าคาดการณ์อัตราเงินปันผลปี 66 - 67 ที่ถูกคาดไว้ที่ระดับ 8.88 - 9.38% และ 8.6 - 9.35% ตามลำดับ
*** แต่มี 2 กองทุน คาดจ่ายปันผลยีลด์มากกว่า 10% ช่วงปี 66 - 67
อย่างไรก็ตาม ยังมี 2 กองทุนที่ถูกคาดว่าจะจ่ายเงินปันผลมากกว่า 10% ตลอดช่วงปี 66 - 67 ประกอบด้วย กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท (BTSGIF) ที่คาดจ่ายปันผลปี 66 - 67 คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 16.31 - 22.45% และ 21.72 - 28.55% ตามลำดับ มากกว่าราคาหุ้น YTD ที่ติดลบ 8.33%
ปิดท้ายด้วย กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) ที่คาดจ่ายปันผลปี 66 - 67 คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 10.22 - 13.78% และ 8.49 - 14.43% ตามลำดับ
*** วงการชี้ดอกเบี้ยขาขึ้น ทำผลตอบแทนราคาหุ้นวูบ
"ณรงค์เดช จันทรไพศาล" ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไอร่า เปิดเผยถึงสาเหตุที่ทำให้ผลตอบแทนราคาหุ้นกองทุนทั้ง 3 ประเภท ปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากยังไม่สามารถฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้อย่างเต็มที่ อีกทั้ง ระยะหลังยังมีปัจจัยลบใหม่เข้ามากดดัน อาทิ เทรนด์ดอกเบี้ยขาขึ้น ยิ่งทำให้มูลค่า (Valuation) ของกองทุนดังกล่าว มีความน่าสนใจลดลงอีกด้วย
สอดคล้องกับ "เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเชีย พลัส ที่ให้ความเห็นว่า เทรนด์ดอกเบี้ยขาขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ถือเป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลตอบแทนราคาหุ้นกองทุนทั้ง 3 ประเภทให้ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
*** โบรกฯแนะลงทุนช่วงดอกเบี้ยใกล้พีค !
"ณรงค์เดช จันทรไพศาล" มองว่า ในช่วงนี้อาจยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าลงทุนกองทุนทั้ง 3 ประเภทดังกล่าว เนื่องจากยังไม่ผ่านพ้นช่วงการขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายของธนาคารกลางทั่วโลก จึงทำให้คาดการณ์ว่าผลตอบแทนราคาหุ้นในระยะถัดไปอาจจะปรับตัวลดลงได้มากกว่านี้ ซึ่งจะทำให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) สูงขึ้นกว่านี้ด้วย
ขณะที่ กลยุทธ์เลือกลงทุนในกองทุนทั้ง 3 ประเภท แนะนำนักลงทุนพิจารณา 3 ปัจจัยหลักควบคู่กันไป ได้แก่ 1.อัตราเงินปันผลสูงในระดับที่พอใจหรือไม่ ?, 2.ทิศทางดอกเบี้ยเป็นเช่นไร ถ้าช่วงขาขึนก็อาจจะทำให้ความน่าสนใจเข้าลงทุนในกลุ่มนี้ลดลง แต่ถ้าเป็นภาวะทรงตัว และขาลงถือเป็นอีกจังหวะที่ดีในการเข้าซื้อ และ 3.อายุสัญญาเช่าของกองทุนหรือมากน้อยแค่ไหน ?
ด้าน "เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม" เสริมว่า จากผลตอบแทนราคาหุ้นของกองทุนทั้ง 3 ประเภทดังกล่าวลดลงมาอย่างมีนับสำคัญ ทำให้การเข้าลงทุนเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้น แต่เเนะนำจังหวะเข้าซื้อ จะอยู่ในช่วงของการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้ผ่านจุดสูงสุด (พีค) ไปแล้ว จะหนุนให้ผลตอบแทนราคาหุ้นของกองทุนบางตัวกลับมา Outperform ได้อีกครั้ง
ส่วน กลยุทธ์ในการเลือกกองทุน นอกจากพิจารณาอัตราเงินปันผล, ทิศทางดอกเบี้ย และสัญญาเช่าแล้ว สิ่งสำคัญที่สุด คือ นักลงทุนต้องพิจารณาคุณภาพสินทรัพย์ของกองทุนที่สนใจจะเข้าไปลงทุนด้วย ว่ามีศักยภาพในการสร้างรายได้มากน้อยแค่ไหน ?
*** บางกองสินทรัพย์ปล่อยเช่ายาก ทำปันผลไม่ได้ แนะเลี่ยง !
ทั้งนี้ "ณรงค์เดช จันทรไพศาล" ปิดท้ายว่า กองทุนในกลุ่มนี้ มีบางกองทุนที่ไม่ได้จ่ายเงินปันผลมาเป็นเวลานาน ส่วนใหญ่จะเป็นกองทุนประเภทอินฟราสตรัคเจอร์ ซึ่งทางกองทุนก็มีนโยบายจ่ายเงินปันผลเหมือนกองทุนอื่น ๆ แต่ปัญหาคือไม่มีเงินสดมาจ่ายเงินปันผล เนื่องจากกองทุนประเภทนี้ จะมีการเอาสินทรัพย์ของตัวเองออกไปปล่อยเช่า และได้ผลตอบแทนกลับมา
แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ ทรัพย์สินที่กองทุนประเภทนี้เอาออกมาปล่อยเช่า มักเป็นทรัพย์สินที่มีความต้องการเช่าในตลาดค่อนข้างน้อย เช่น เสาสัญญาณ เป็นต้น ดังนั้น ก่อนจะเข้าลงทุนกองทุนประเภทนี้ ก็ต้องศึกษาข้อมูลเสียก่อนว่าสินทรัพย์ที่กองทุนปล่อยเช่าคืออะไร และมีความต้องการเช่ามากน้อยแค่ไหน ? ถ้าพบว่าสินทรัพย์ที่ปล่อยเช่ามีโอกาสสร้างรายได้ยาก แนะนำเลี่ยงลงทุน