สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 4 เมษายน 2561 | 13:46

EA ดิ่งหนัก เป็นโอกาสหรือไม่! หลังราคาเข้าใกล้มูลค่าธุรกิจโรงไฟฟ้าแล้ว

EA ดิ่งหนัก เป็นโอกาสหรือไม่! หลังราคาเข้าใกล้มูลค่าธุรกิจโรงไฟฟ้าแล้ว

    EA ร่วงทำนิวโลว์รอบ 10 เดือน ตื่นข่าวกระทรวงพลังงานชะลอรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ ขณะที่ "สมโภชน์ อาหุนัย" ออกโรงปฏิเสธข่าว  “จุลินทร์ อาหุนัย-ธีรพล นพรัมภา” ขายหุ้นทิ้งหมดพอร์ตไม่เป็นความจริง จับตาขณะนี้เป็นโอกาสหรือไม่! หลังราคาหุ้นดิ่งเข้าใกล้มูลค่าเฉพาะธุรกิจโรงไฟฟ้าและไบโอดีเซลที่โบรกฯ ให้ไว้ต่ำสุด 27 บาทแล้ว!  

    ราคาหุ้น บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA)ดิ่งแรงต่อเนื่องตั้งแต่เปิดการซื้อขายเช้านี้ โดยทำจุดต่ำสุดภาคเช้าที่ 32.25 บาท ทำสถิตินิวโลว์รอบ 10 เดือน ก่อนปิดที่ 34 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง  มูลค่าการซื้อขายสูงสุดเป็นอันดับ 3 ที่ 3,001 ล้านบาท และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นเกือบ 150% เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

    EA เป็นผู้บุกเบิกพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย เดิมเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาด mai และย้ายเข้ามาซื้อขายในตลาด SET ในช่วงม.ค. 60  ปัจจุบันดำเนิน 2 ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ปัจจุบันมีกำลังผลิตรวมทั้งหมด 404 เมกะวัตต์(MW) และธุรกิจไบโอดีเซล ซึ่งในงวดปี 60 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากจากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ 60.76% และธุรกิจไบโอดีเซล 38.43% และรายได้อื่นๆ 0.81%

    ในปี 59 บริษัทเริ่มก้าวเข้าสู่ธุรกิจผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมด้วยการเข้าซื้อหุ้น Amita Technologies Inc.ในสัดส่วน 35.20% และประกาศแผนลงทุนโรงงานผลิตแบตเตอรี่ กำลังผลิต 50 GWh มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งปัจจุบันได้เข้าถือหุ้นเพิ่มเติมจนมีสัดส่วนถือหุ้นทั้งหมด 50.69% และอยู่ระหว่างเตรียมเข้าซื้อหุ้นเพิ่มอีก ในขณะที่โรงงานผลิตแบตเตอรี่ระยะที่หนึ่งกำลังผลิต 1 GWh จะเริ่มก่อสร้างกลางปีนี้

    ที่ผ่านมา EA มีกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 57-60 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,608.46 ล้านบาท 2,686.92 ล้านบาท และ 3,251.51 ล้านบาท และ 3,817.45 ล้านบาท ตามลำดับ จากกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามแผน

    ราคาหุ้น EA วิ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 71.25 บาท ในช่วงเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา จากความคาดหวังในธุรกิจแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ที่จะเป็น s-curve ใหม่ของบริษัท ก่อนที่ราคาหุ้นจะเริ่มกลับทิศในราวต้นเดือน มี.ค. จากความกังวลค่าใช้ที่จะเพิ่มขึ้นหลังเข้าลงทุนโครงการแบตเตอรี่ ผสมโรงกับข่าวลือและบทวิเคราะห์ที่เริ่มมีความเห็นแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะความสำเร็จในธุรกิจแบตเตอรี่ ผสมโรงกับข่าวลือในด้านลบ

    จน  "สมโภชน์ อาหุนัย" ประธานกรรมการบริหาร ออกโรงแถลงข่าวแจงสารพัดข่าวลือทุบหุ้น EA โดยพบว่ามีกองทุนระยะยาวเทขาย-นักลงทุนรายใหญ่ทำชอร์ตเซล ประจวบเหมาะกับโบรกฯบางแห่งให้ราคาพื้นฐานต่ำ เพราะไม่เข้าใจธุรกิจ พร้อมกับยืนยันว่าเตรียมเงินลงทุนปี 61-62 จำนวน 2.6 หมื่นลบ.ไว้พร้อมแล้ว ไร้แผนเพิ่มทุน เหตุกระแสเงินสดสูง 8,000-1 หมื่นลบ. เดินหน้าธุรกิจแบตเตอร์รี่ เตรียมก่อสร้างเฟสแรก 1 GWh แล้วเสร็จกลางปีหน้า

    การออกมาสร้างความเชื่อมั่นในครั้งนั้นสามารถดันหุ้น EA ได้เพียงไม่นาน ล่าสุดราคาหุ้นดิ่งลงมาเหลือเพียง 32.25 บาท ทำนิวโลว์รอบ 10 เดือน หรือคิดเป็นลดลง 54.73% ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน หลังมีข่าวกระทรวงพลังงานจะชะลอรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพิ่มในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานทดแทนปรับลงแรง

    นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน ระบุว่า ยังไม่มีความจำเป็นต้องรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนในช่วง 5 ปีนี้ เนื่องจากสำรองไฟฟ้ายังมีปริมาณมากพอ รวมทั้งต้องการยืดหยุ่นระยะเวลาในการศึกษา EHIA ให้ครบถ้วนด้วย พร้อมทั้งทำความเข้าใจกับชุมชนให้มากที่สุด ดังนั้นในช่วงนี้จึงเปิดรับซื้อเพียงไฟฟ้าจากขยะชุมชน 12 โครงการ 77.9 เมกะวัตต์เท่านั้น

    บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า  กลุ่มโรงไฟฟ้า ราคาหุ้นที่ปรับลงระยะนี้ ไม่มีข่าวลบเฉพาะตัว แต่เป็นประเด็นทั้งอุตสาหกรรม ที่รมว.พลังงานเห็นควรชะลอการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนไปก่อน ถ้าไม่มี Capacity ใหม่ หุ้นเหล่านี้จะไม่มี growth จึงไม่ควรซื้อขายบน PE สูง แต่บางตัวก็ลงต่ำกว่าพื้นฐานเกินไป เพราะโรงไฟฟ้าปัจจุบันยังดำเนินการปกติ เช่น BGRIM (TP 32), EA (TP 47), GUNKUL (TP 5), TPCH (TP 18) เป็นต้น

    ขณะที่ปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น EA ล่าสุด วันที่ 20 มี.ค. 61 เฉลยออกมาแล้วว่า บลจ.บัวหลวง คือผู้ที่ขายหุ้น EA ออกมาหมดทุกกอง โดยนายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง ให้เหตุผลว่าเป็นการปรับพอร์ตตามปกติ เพราะเห็นว่าราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมาเกินเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ ไม่ได้มาจากประเด็นอื่นเป็นพิเศษ

    นอกจากนี้ พบว่าสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่จำนวน 7 ราย ปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากปิดสมุดทะเบียนครั้งก่อนหน้า โดยพบว่า สมโภชน์ อาหุนัย มีสัดส่วนถือหุ้นเพิ่มขึ้น จาก 869,160,186 หุ้น เป็น 874,436,386 หุ้น พร้อมกับปฏิเสธกระแสข่าวลือว่านายจุลินทร์ อาหุนัย ซึ่งเป็นบิดาของตนขายหุ้นทิ้งทั้งหมด ว่าไม่เป็นความจริง เพราะในปัจจุบันนายจุลินทร์ยังคงถือหุ้น EA อยู่ประมาณ 16 ล้านหุ้น จากเดิมที่เคยถือ 19 ล้านหุ้น เนื่องจากได้ดำเนินการโอนหุ้นไปให้หลานประมาณ 2-3 ล้านหุ้น

    ส่วนนายธีรพล นพรัมภา ในฐานะผู้ก่อตั้ง EA ที่มีกระแสข่าวออกมาว่ามีการขายหุ้นทิ้งออกมาทั้งหมด ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะล่าสุด นายธีรพล ยังคงเหลือหุ้นที่ถืออยู่ 10.5 ล้านหุ้น จากเดิมเมื่อเดือน ต.ค. 2560 ถือหุ้นอยู่ 14.5 ล้านหุ้น

                                                                          จำนวนหุ้นที่ถือ ณ 14/3/60           จำนวนหุ้นที่ถือ ณ 20/3/61 
    UBS AG SINGAPORE BRANCH                    1,105,628,593                             1,100,998,593 
    นาย สมโภชน์ อาหุนัย                                            869,160,186                                874,436,386
    น.ส. พลอยส่องแสง นพรัมภา                                  70,970,900                                  68,970,700 
    นาย สมเกียรติ ธนัตถ์เจริญกุล                                  59,873,800                                  56,573,800 
    น.ส. มาลินี บุญรักษ์                                                 45,756,000                                  24,243,700 
    นาย ธีรพล นพรัมภา                                                21,500,000                       หลุดจากรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่    
    นาย พีรพล อาหุนัย                                                  19,288,200                                  18,798,200 
    นาย จุลินทร์ อาหุนัย                                                19,000,000                       หลุดจากรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่

    จับตาเป็นโอกาสหรือไม่! หลังจากราคาหุ้นเริ่มลงใกล้มูลค่าเฉพาะโรงไฟฟ้าและไบโอดีเซลที่ 27 บาท ตามที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ต่ำสุดแล้ว ยังไม่นับรวมอัพไซด์จากโรงงาน Energy Storage และรถ EV ในอนาคต

    บล.กรุงศรี ประเมินมูลค่าธุรกิจโรงไฟฟ้าและไบโอดีเซลอยู่ที่ 27 บาท/หุ้น และมีมุมมองเป็นบวกกับธุรกิจแบตเตอรี่สำรองไฟ (Energy Storage) ด้วยโดยประเมินมูลค่าโรงงานไว้ที่ 21.7 บาท/หุ้น และมูลค่าโครงการในต่างประเทศที่ 28.2 บาท/หุ้น
    สำหรับกำไรในปี 61 - 62 จะเติบโต 24 และ 40% ตามลำดับจากการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าของโครงการหาดกังหัน และหนุมาน ในขณะที่ โรงงานแบต 1 GWh จะสร้างกำไรให้ 375 ล้านบาทในปี 63
    แนะนำ ซื้อ  ราคาเป้าหมาย 77 บาท 

    บล.ไทยพาณิชย์ ให้ราคาเป้าหมายปลายปี 61 ไว้ที่ 27 บาท โดยใช้มูลค่า DCF สำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนและไบโอดีเซล ในขณะที่ Amita มีกำลังผลิตเซลล์แบตเตอรี่ไฟฟ้า 500 MWh ต่อปี แต่มีผลขาดทุนในปี 60 และยังมีความไม่แน่นอนในธุรกิจใหม่นี้
    ในปี 61 คาดกำไรเพิ่มขึ้น 47% มาอยู่ที่ 5.5 พันล้านบาท จากกำลังผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอีก 206 MW เป็น 664 MW แต่จะมีความเสี่ยงในขาลงจากค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้นการลงทุนในโครงการใหม่ โดยตั้งงบลงทุนปี 61 - 62 ไว้ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท ใช้ลงทุนโครงการหนุมาน 1.77 หมื่นล้านบาท ไบโอดีเซล 4 พันล้านบาท โรงงานผลิตแบตเตอรี่เฟสแรก 600 ล้านบาท และสถานีชาร์จ 1.8 พันล้านบาท ทำให้อัตราหนี้สินสุทธิต่อทุนจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.9 เท่าในปี 61 จาก 1.6 เท่าในปี 60

    หุ้น EA ร่วงลงมาจากหลายปัจจัย ทั้งประเด็นที่เสี่ยงต่อพื้นฐาน และ ข่าวลือต่างๆ ที่ออกมา แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องพิจารณาคือราคาในระดับนี้จะเป็นโอกาสหรือไม่ เพราะเข้าใกล้มูลค่าเหมาะสมต่ำสุดที่ที่คำนวณเฉพาะโรงไฟฟ้าและธุรกิจไบโอดีเซล ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 27 บาทแล้ว

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด