สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 30 เมษายน 2561 | 13:38

DELTA เจ็บหนัก! โบรกฯ ตบเท้าหั่นประมาณการ หลังงบโค้งแรกทรุด

DELTA เจ็บหนัก! โบรกฯ ตบเท้าหั่นประมาณการ หลังงบโค้งแรกทรุด

    DELTA ราคาร่วงหลังประกาศงบโค้งแรกกำไรหดกว่า 21.8% จากปีก่อนรับเงินบาทแข็งค่า วัตถุดิบขาดแคลนทำต้นทุนพุ่ง ด้านนักวิเคราะห์ตบเท้าหั่นประมาณการ หลังกำไรสุทธิต่ำกว่าประมาณอย่างมาก และปัญหาวัตถุดิบจะยังคงกดดันต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 3/61 ทำให้สิ่งที่น่าสนใจขณะนี้มีเพียงปันผลเท่านั้น 

    ราคาหุ้น บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย)(DELTA)ร่วงตั้งแต่เปิดตลาดทำจุดต่ำสุดช่วงเช้าที่ 65.75 บาท และปิดตลาดช่วงเช้าที่ 66.50 บาท ลดลง 2 บาท หรือ 2.92% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 106.05 %เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

    DELTA เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการจัดการระบบกำลังไฟฟ้า (Power management solutions) รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท ได้แก่ พัดลมอิเล็กทรอนิกส์ (DC Fan) อีเอ็มไอ ฟิลเตอร์ (EMI) และโซลินอยด์ มีฐานการผลิตอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ได้แก่ เอเชีย ยุโรป และอเมริกาใต้

    ในปี 60 มีสัดส่วนยอดขายมาจาก กลุ่มเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์(Power Electronics)74.4% กลุ่มผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน(Infrastructure) 21.4% กลุ่มผลิตภัณฑ์อัตโนมัติ(Automation) 3.6% และอื่นๆ 0.6% และมีสัดส่วนยอดขายมาจาก เอเชีย 41% อเมริกาเหนือ 29% ยุโรป 28% และอื่นๆ 2%

    ผลประกอบการ DELTA ลดลงต่อเนื่องในช่วงปี 58 - 60 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,713.82 ล้านบาท 5,516.29 ล้านบาท และ 4,930.98 ล้านบาท ตามลำดับ จากค่าใช้จ่ายในด้านการขายและบริหารรวมถึงค่าวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะในปี 60 ที่มีผลกระทบจากค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ จำนวน 1,359 ล้านบาท

    DELTA ถูกเทขายทันทีหลังจากประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้ มีกำไรสุทธิเพียง 1 พันล้านบาทหดตัวกว่า 21.8% รับเงินบาทแข็งค่า-วัตถุดิบขาดแคลนทำต้นทุนพุ่ง

    DELTA แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1/61 มีกำไรสุทธิ 1,054 ล้านบาท ลดลง 21.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,348 ล้านบาท แม้ยอดขายจะเติบโต 3.3% แต่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการแข็งค่าของเงินบาทมาเป็น 31.542 บาท/ดอลลาร์ในไตรมาส 1/61 จาก 35.10 บาท/ดอลลาร์ในไตรมาส 1/60

    นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบในกลุ่มชิ้นส่วนไฟฟ้า (Electrical parts)ในตลาดโลก ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์พบกำไรสุทธิ DELTA ต่ำกว่าที่ประมาณการไว้อย่างมาก จากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งจะยังมีผลต่อไปถึงไตรมาส 3/61 ทำให้ถูกหั่นประมาณการลง นอกจากนี้ยังมีสัญาณอันตรายจากธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ที่อาจมาถึงขาลงของอุตสาหกรรมแล้ว 

    บล.ซีจีเอส ซีไอเอ็มบี เผย DELTA ประกาศกำไรสุทธิออกมาที่เพียง 1,058 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการไว้ที่ 1,235 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุหลักมาจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบในตลาดโลกทำให้ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวฉุดในระยะสั้นและปัญหานี้น่าจะคลี่คลายลงใน Q3/61

    เบื้องต้นปรับลดคำแนะนำจาก "ซื้อ" เป็น "ถือ" และปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 75 บาท P/E 15x FY19, เท่ากับค่าเฉลี่ยห้าปี หลังจากที่ปรับลดกำไรในปี 61 - 63 ลง 8 - 11% ตามลำดับ
    
    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ประมาณการกำไรสุทธิในไตรมาส 1/61 ไว้ที่ 1,235 ล้านบาท แม้รายได้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งแต่การขาดแคลนวัตถุดิบจะเป็นตัวถ่วงของธุรกิจในระยะสั้น จึงปรับลดประมาณการปี 61 และ 62 ลง 14% และ 3% ตามลำดับ หลังจากที่ปรับลดสมมุติฐานต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยน

    พร้อมปรับลดคำแนะนำจาก "ซื้อ" เป็น "ถือ" ราคาพื้นฐานปี 61 ลดลงมาที่ 74 บาท P/E 16 เท่า

    บล.เอเซีย พลัส คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/61 อยู่ที่ 1.21 พันล้านบาท ถูกฉุดด้วยค่าเงินบาทที่แข็งค่า แต่หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน คาดจะเติบโต +2.4% qoq และ+14.4% yoy  หนุนด้วยการเติบโตของกลุ่มยานยนต์ กลุ่มพัดลม และกิจการในอินดียที่เติบโตต่อเนื่อง แต่ยังมีปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ(แผงวงจร: Integrated Circuit) ยังกดดันต้นทุน

    แนะนำ "ขาย" ราคาเหมาะสมปี 61 ที่ 77.60 บาท

    บล.เคจีไอ เผยธุรกิจผลิต เซมิคอนดักเตอร์(Semiconductors)ของโลกชะลอตัวมาตั้งแต่ในเดือนธ.ค. 60 ซึ่ง The semiconductor Industry Association รายงานว่า เซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวลดลงมาต่อเนื่องตั้งแต่ทำยอดขายสูงสุดในเดือนธ.ค.60 นับเป็นการขึ้นต่อเนื่องกว่า 20 เดือน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณแสดงถึงการจบรอบขาขึ้นของอุตสาหกรรมแล้ว 

    นอกจากนี้ผลประกอบการกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่รับรู้รายได้จากสกุลเงินดอลลาร์ จะยังได้รับผลกระทบต่อเนื่องในปีนี้จากสมมติฐานค่าเงินบาทที่ 30.90 บาท/ดอลลาร์ ประกอบกับปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบจะเป็นประเด็นที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ก่อนปรับตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของปีจึงแนะนำกลุ่มไว้ที่ Underweight

    ปรับคำแนะนำ DELTA เป็น "ถือ" ที่ราคาเป้าหมาย 68 บาท อิง PER 15.5x ผลการดำเนินงานตกต่ำจากปัจจัยภายนอกการควบคุม และสิ่งที่น่าสนใจมีเพียงแค่ปันผลเท่านั้น

    แม้ผลประกอบการในปัจจุบันจะถูกกดดันอย่างมาก แต่ก่อนหน้าผู้บริหารกลับตั้งเป้าหมายธุรกิจไว้โดยมียอดขายในปี 68 อยู่ที่ 1.17 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปี 60 ที่ 5 หมื่นล้านบาท 

    บริษัทได้พิจารณาแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ โดยตั้งเป้าหมายที่จะทำยอดขายให้ได้ 1.17 แสนล้านบาทในปี 68 จากการทำงานร่วมกันของทีมงานและนวัตกรรมที่มีอยู่ทั่วโลก โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ EPSBG (Embedded Power Supplier) จะเป็นผลิตภัณฑ์หลักในการทำรายได้ให้กับบริษัทฯ 

    สำหรับมูลค่าการผลิตโดยรวมคาดว่าโรงงานที่อินเดียจะมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นในอนาคตเนื่องจากผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของบริษัทสามารถสนับสนุนงานสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลอินเดียที่จะเกิดขึ้นปี 2563 ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าโครงการถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งโอกาสใหญ่เหล่านี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจในระยะยาวได้  

    บริษัทฯ จะใช้ข้อได้เปรียบในการมีศูนย์วิจัยพัฒนากระจายอยู่ในหลายพื้นที่เพื่อให้บริการลูกค้าที่มีอยู่ทั่วโลก รวมทั้งจัดการเรื่องวิจัยพัฒนาอย่างผสมผสานและพัฒนาบุคคลที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของตลาดและสินค้า

    DELTA หลังจากที่การตั้งสำรองกดดันกำไรไปในปีก่อนแล้ว ยังถูกค่าเงินบาทและต้นทุนวัตถุดิบเล่นงานตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี ฉุดกำไรสุทธิออกมาแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดเอาไว้ ซึ่งก็ต้องจับตาว่าสถานการณ์ต้นทุนที่คาดว่าจะคลี่คลายในไตรมาส 3/61 จะหนุนผลประกอบการฟื้นได้หรือไม่ เนื่องจากยังมีประเด็นเงินบาทแข็งค่าที่กดดันอยู่ในปีนี้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด