หุ้นเด่นวันนี้

SCC ขาขึ้นรอบใหม่มาแล้ว...จับตากำไร 3 ปีข้างหน้าโตแกร่ง

SCC ขาขึ้นรอบใหม่มาแล้ว...จับตากำไร 3 ปีข้างหน้าโตแกร่ง

เช้านี้ SCC ดีดทำนิวไฮรอบ 2 ปี หลังกำไร Q1/64 โตกระฉูด 114% ส่งผลให้โบรกฯ แห่อัพเป้ากำไร - ราคาเหมาะสม เพิ่มอัพไซด์ พร้อมมั่นใจขาขึ้นของธุรกิจ SCC กลับมาแล้ว คาดกำไรปี 64 - 66 โตแกร่ง เฉลี่ย 4.59 หมื่นลบ./ปี
 

*** นิวไฮรอบ 2 ปี รับงบ Q1/64 โตกระฉูด
 

ราคาหุ้น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC ช่วงเช้าวันนี้ (29 เม.ย.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 466 บาททำนิวไฮรอบ 2 ปี ก่อนปิดซื้อขายช่วงเช้าด้วยราคา  462 บาท เพิ่มขึ้น 10 บาท หรือ 2.21% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 107.55% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดยสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น SCC ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮรอบ 2 ปี ในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากราคาหุ้นกำลังได้รับปัจจัยหนุนจากการประกาศงบการเงินไตรมาส 1/64 ที่มีกำไรสุทธิ 1.49 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น  114% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
 

*** กำไร Q1/64 โตแรง จนโบรกฯต้องอัพเป้ากำไรปีนี้
 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชีย พลัส ระบุว่า ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ SCC ขึ้นอีก 28% เป็น 4.69 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากงบการเงินไตรมาส 1/64 ของ SCC ที่เติบโตดีกว่าคาด โดยคาดราคา Spread PE-Naphtha จะอยู่ที่ 600 เหรียญ/ตัน (เดิมคาด 500 เหรียญ/ตัน) และ PP-Naphtha จะเพิ่มเป็น 750 เหรียญ/ตัน (เดิมคาด 600 เหรียญ/ตัน)

ทั้งนี้ Spread ของ PE และ PP เทียบกับ Naphtha ที่เพิ่มขึ้นทุก 100 เหรียญ/ตัน จะช่วยเพิ่มกำไรสุทธิให้ SCC ได้ราว 4 พันล้านบาท/ปี

เช่นเดียวกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่ปรับประมาการกำไรสุทธิปี 64 ของ SCC ขึ้นอีก 18% เป็น 4.5 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 31% จากปีก่อน เนื่องจากกำไรสุทธิไตรมาส 1/64 ที่เพิ่งประกาศออกมาจำนวน 1.49 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 40% ของประมาณการเดิม โดยมีปัจจัยหนุนจากส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่อยู่ในระดับสูง โดยคาดว่าปีนี้ ส่วนต่างราคาปิโตรเคมี HDPE-Naphtha และ PP-Naphtha จะอยู่ที่ 620 เหรียญ/ตัน และ 680 เหรียญ/ตัน ตามลำดับ

ส่วน บล.ทรีนีตี้ ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ SCC ขึ้นเป็น 5 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 45% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลัก จากการปรับสมมติฐาน ส่วนต่างราคาของปิโตรเคมีเพิ่มขึ้นเป็น 600 เหรียญ/ตัน (เดิม 550 เหรียญ/ตัน) ประกอบกับ คาดยอดขายเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 7% หลังขยายกำลังผลิตจากโครงการ MOC ซึ่งจะเริ่มผลิตเต็มไตรมาสตั้งแต่ พ.ค.เป็นต้นไป และปรับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มเป็น 1.8 หมื่นล้านบาท (เดิม 1 หมื่นล้านบาท) หลังธุรกิจปิโตรเคมีฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก

        
*** ผลงานครึ่งปีหลังอาจสะดุดเล็กน้อย หลังส่วนต่างปิโตรฯลดลง

 

บล.กรุงศรี มองว่า ส่วนต่างปิโตรเคมี จะอยู่ในระดับสูงไปจนถึงไตรมาส 2/64 เท่านั้น ก่อนที่ครึ่งปีหลังจะอ่อนตัวลง เนื่องจากเป็นช่วงที่มีกำลังการผลิตใหม่ 7 ล้านตันของ PE  และ 3.8 ล้านตันของ HDPE เข้าสู่ตลาด และเราคาดว่ากำลังการผลิตใหม่ของ PP จำนวน 7.2 ล้านตัน จะเข้าสู่ตลาดในปีนี้ด้วยเช่นกัน  ซึ่งทำให้การเติบโตของฝั่งการผลิตอยู่ที่ 10% ขณะที่การเติบโของความต้องการ อยู่ที่ 5% ต่อปี เท่านั้น

สอดคล้องกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่มองว่า ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่โดดเด่นในช่วงครึ่งปีแรก จะปรับตัวลงในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากมีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาด ประกอบกับ ปัญหาอุปทานตึงตัวในตลาดคลายตัวลง รวมทั้งต้นทุนพลังงานของธุรกิจวัสดุก่อสร้าง และบรรจุภัณฑ์ จะสูงขึ้นตามราคาถ่านหิน ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการของ SCC ในช่วงครึ่งปีหลัง
 

*** "กูรู"มั่นใจขาขึ้นรอบใหม่มาแล้ว โตแกร่งอีก 3 ปี
 

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า กำไรสุทธิของ SCC มีแนวโน้มกลับมาเติบโตได้อย่างโดดเด่นในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยคาดกำไรสุทธิปี 64 - 66 เฉลี่ยอยู่ที่ 4.59 หมื่นล้านบาท/ปี ภายใต้การขยายกำลังผลิตของธุรกิจปิโตรเคมี และแพคเกจจิ้ง ขณะที่ราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน ยังปรับตัวขึ้นไม่แรงมาก ซึ่งแทบยังไม่ได้สะท้อนปัจจัยบวกดังกล่าวเลย โดยปัจจุบันราคาหุ้นถือว่ามีอัพไซด์สูงเมื่อเทียบกับหุ้นใหญ่หลายบริษัท ประกอบกับ นักลงทุนยังสามารถคาดหวังเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานปี 64 ได้ราว 17.5 บาท/หุ้น หรือ คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ระดับ 3.87%

ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า SCC มีปัจจัยรองรับการเติบโตช่วง 3 ปีข้างหน้า จากการขยายกำลังผลิตปิโตรเคมีอีก 2.95 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 55% จากปัจจุบัน ประกอบกับ การเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ตามการเร่งตัวของตลาด E-commerce และการควบรวมกิจการใหม่ๆเข้ามาในพอร์ตการลงทุน ประกอบกับ SCC มีแผน ส่งบริษัทลูก อย่าง SCG Chemicals เข้าตลาดหุ้นตาม SCGP ที่เพิ่งเข้ามาด้วย ซึ่งคาดจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นในปี 65
 

*** โบรกฯแนะนำ"ซื้อ" พร้อมอัพเป้าราคา
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" พร้อมปรับราคาเหมาะสมของ SCC ขึ้นด้วย เนื่องจากการรายงานงบการเงินไตรมาส 1/64 ที่เติบโตได้อย่างโดดเด่น ทำให้นักวิเคราะห์หลายแห่ง มั่นใจว่าปัจจัยดังกล่าวจะเป็นตัวกระตุ้นการเติบของกำไรสุทธิทั้งปีได้เป็นอย่างดี

แม้ในช่วงครึ่งปีหลัง ส่วนต่างปิโตรเคมีมีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากครึ่งปีแรก แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มั่นใจว่า SCC ยังจะรักษาการเติบโของกำไรสุทธิให้อยู่ในระดับสูงต่อไปได้ เนื่องจาก SCC ได้ล็อคราคาถ่านหินไปมากกว่า 65% แล้ว รวมทั้งจะเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ และเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกขึ้นอีกด้วย
 

บล.  คำแนะนำ  ราคาเหมาะสมเดิม (บ.) ราคาเหมาะสมใหม่ (บ.)
ทรีนีตี้  ซื้อ     430.00 522.00
หยวนต้า ซื้อ     440.00 520.00
เอเชีย พลัส ซื้อ     450.00  500.00
ซีจีเอสฯ   ซื้อ     445.00 480.00 
ราคาเฉลี่ย   448.75  505.50


คงไม่ใช่แรื่องแปลกที่นักวิเคราะห์หลายรายจะมองเหมือนกันว่า ขาขึ้นรอบใหม่ของ SCC ได้กลับมาแล้ว สะท้อนจากการรายงานงบการเงินไตรมาส 1/64 ทั้ง SCC และ บริษัทในเครืออย่าง SCGP หรือ COTTO ต่างมีการเติบโตของกำไรสุทธิที่โดดเด่นกันทั้งเครือ ยิ่งเป็นการตอกย้ำภาพการเติบโตในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งต่างจากในช่วง 1-2 ปีก่อนหน้า ที่การประกาศงบการเงินแต่ละไตรมาส มักมีธุรกิจในเครือ SCC เพียงไม่กี่ธุรกิจ ที่สามารถสร้างการเติบโตในระดับที่นักลงทุนพอใจได้เท่านั้น....







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด