หุ้นเด่นวันนี้

OSP ผลงานดูโดดเด่น...แต่ไม่ถนัดเข็นราคาหุ้น!

OSP ผลงานดูโดดเด่น...แต่ไม่ถนัดเข็นราคาหุ้น!

 

ราคาหุ้น OSP ในช่วงหลังดูจะเงียบเหงา สวนทางแนวโน้มผลงานปีนี้ที่ยังดูดี โดยบริษัทคาดรายได้ปีนี้โตเลขสองหลัก โควิด-19 กระทบไม่มาก สะท้อนจากกำไร Q1/63 ที่ยังโต 4.2% ขณะที่ผลงานครึ่งปีหลังก็น่าจะโดดเด่นกว่าครึ่งปีแรก...แต่ราคาหุ้นกลับไม่ไปไหน มีปัจจัยลบอะไรที่คอยถ่วงหรือไม่? 

 

ราคาหุ้นบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ทรงตัวอยู่ในระดับ 41-42 บาท มานานพอสมควร สวนทางดัชนีที่เดินทางเข้าใกล้ระดับ 1,400 จุด ทุกขณะ ขณะที่ผลประกอบการ  Q1/63 ออกมาน่าพอใจ โดยมีกำไรสุทธิ 925.90 ล้านบาท เติบโตขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากธุรกิจหลักไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยตรง  
 

แต่มีปัจจัยลบอะไรหรือไม่ ที่ถ่วงราคาหุ้นในระยะสั้น!


    
*** งบ Q2 ส่อแววอ่อนแอ หลังยอดขายเดือนเม.ย.ไม่สวย

 

OSP ยังต้องกังวลกับงบ Q2/63 อยู่บ้าง เนื่องจากยอดขายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวส์ ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง แต่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีในเดือน พ.ค. หลังรัฐบาลเริ่มคลายล็อกดาวน์มากขึ้น โดย OSP คาดว่ายอดขายเดือน มิ.ย. นี้ จะกลับสู่สภาวะปกติ

 

*** แต่โบรกคาดครึ่งปีหลังโตเด่น รับอานิสงส์เพิ่มผลิตภัณฑ์- รุกเมียนมา

 

อย่างไรก็ตาม บล.เอเชีย เวลท์ฯ คาดว่าผลประกอบการ OSP ช่วงครึ่งหลังของปีจะเติบโตได้โดดเด่นกว่าช่วงครึ่งแรกของปี เนื่องจาก OSP มีกำลังการผลิตจากเครื่องดื่ม C-Vitt เพิ่มขึ้น 10-15% ในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งเครื่องดื่มดังกล่าวกำลังได้รับความนิยมในกลุ่ม Functional Drinks และมีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 31.3% นอกจากนี้ ยังมีโรงงานแห่งใหม่ในประเทศเมียนมา ที่คาดเปิดดำเนินการได้ช่วงต้น Q3/63 

 

โดยโรงงานดังกล่าวก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ติดขั้นตอนทดสอบระบบจากวิศวกร ซึ่งต้องรอให้การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เบาบาลงเสียก่อน คณะผู้บริหารและวิศวกร จึงจะสามารถเดินทางไปทดสอบระบบได้ ซึ่ง OSP คาดว่าจะเริ่มทำตลาดในเมียนมาได้ในช่วง Q3/63 และมองว่าตลาดเครื่องดื่มในเมียนมายังมีศักยภาพเติบโตอีกมาก รวมทั้ง OSP ยังมีการออกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขอนามัย เช่น เจลล้างมือ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 โดยปัจจัยทั้งหมดนี้ เป็นความหวังที่จะทำให้รายได้ของ OSP ปีนี้เติบโต Double-Digit แบบที่ตั้งเป้าเอาไว้

 

นักวิเคราะห์ต่างๆ ประเมินกำไรสุทธิปี 63 ของ OSP ดังนี้

บล.                            กำไรสุทธิ        เปลี่ยนแปลง (YoY)
ทิสโก้                         3,519 ลบ.        +8%
หยวนต้า                     3,686 ลบ.        +13%
ดีบีเอสวิคเคอร์ส         3,715ลบ.         +14%
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง        3,708 ลบ.        +12%
ฟินันเซีย ไซรัส           3,943 ลบ.        +21%

 

*** งบยังแกร่ง เดินหน้าลดต้นทุน

 

นอกจากนี้ จากการรายงานงบ Q1/63 บริษัทมีกระแสเงินสดอยู่จำนวน 2.8 พันล้านบาท ขณะที่อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.52 เท่า โดย OSP ยังมีแผนรัดเข็มขัดควบคุมค่าใช้จ่ายด้วยการควบคุมเม็ดเงินลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ต่ำกว่า 4 พันล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีโครงการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงกระบวนการทำงาน "Fit Fast Firm" ที่ OSP วางเป้าหมายจะลดต้นทุนการผลิตในปีนี้ให้ได้ประมาณ 800 ล้านบาท

 

*** 3 โบรกเสียงแตก แนะ"ขาย-ซื้อ" และ "ลดน้ำหนักหุ้น"

 

ขณะที่ บล.ทิสโก้ฯ เปิดเผยว่าภาพรวมของกลุ่มเครื่องดื่มพลังงานในประเทศเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากตลาดใหญ่และอิ่มตัว สัดส่วนการส่งออกของ OSP มีรายได้เพียง 16% ด้านตลาดกลุ่ม Personal care ยังแข่งขันสูง ทำให้คงคำแนะนำ “ขาย” จากราคาหุ้นปัจจุบันมากกว่ามูลค่าพื้นฐานของบล.ทิสโก้ฯ ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 36.25 บาท อ้างอิงวิธี PER+1STDV ที่ 30x ราคาหุ้นปัจจุบันมี PER20F อยู่ที่ 34X เทียบเท่า PEG ที่ 2.7x Dividend Yield 2020F อยู่ที่ 2.7% โดยมีปัจจัยบวก คือการขยายตลาดส่งออก แต่มีความเสี่ยง คือการแข่งขันสูง และผลกระทบค่าเงิน

 

ด้าน บล.ดีบีเอสวิคเคอร์สฯ เปิดเผยว่า OSP มีกลยุทธ์รองรับการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เช่น สร้างความมั่นใจในแบรนด์ให้กับผู้บริโภค ออกสินค้าใหม่ๆรองรับสถานการณ์ มีการจัดส่งถึงมือผู้บริโภค ส่งเสริมโครงการในธีม Fit Fast Firm และประหยัดต้นทุน โดยทาง OSP ยังมั่นใจและให้แนวทางว่าปีนี้รายได้จะเติบโตได้เป็นตัวเลขสองหลัก ขณะที่ฐานะการเงินแข็งแกร่ง คาดว่ากำไร Q2/63 จะเติบโตจากปีก่อน และจะยิ่งเติบโตมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีที่จะมีกำลังการผลิตใหม่เข้ามา โดย บล.ดีบีเอสวิคเคอร์สฯ คงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาพื้นฐานที่คงไว้คือ 48.00 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 12% มีการเติบโตจากการรุกตลาดต่างประเทศเมียนมา โดยโรงงานเครื่องดื่มใกล้เริ่มผลิตแล้ว และจะเริ่มรุกตลาดเวียดนามที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง

 

ส่วน บล.หยวนต้าฯ เปิดเผย ว่า มีมุมมองเป็นกลางต่อแนวโน้มผลประกอบการของ OSP คาดว่า Q2/63 อาจได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 มากขึ้น เพราะสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่ยังอยู่ในประเทศ แต่เชื่อว่าไม่มาก โดย บล.หยวนต้าฯ ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 63 ที่ 3.6 พันล้านบาท เติบโต 13% จากปีก่อน คงราคาเป้าหมายที่ 41.00 บาท ราคาปัจจุบันซื้อขายด้วย PER2563 สูงถึง 35.3 เท่า และราคาตลาดเกินกว่าราคาเป้าหมายไปแล้ว จึงคงคำแนะนำ "TRADING" เชิงกลยุทธ์เป็นจังหวะในการลดน้ำหนัก เพราะแนวโน้มกำไร Q2/63 ยังไม่เด่น

 

ราคาเหมาะสม OSP ของนักวิเคราะห์แต่ละรายเป็นดังนี้

บล.                           คำแนะนำ    ราคาเหมาะสม
 

บัวหลวง                    ซื้อ                     45.00 บาท
เอเชียเวลท์               ถือ                     46.50 บาท
โนมูระฯ                    ซื้อ                      39.00 บาท
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง      ซื้อ                     50.00 บาท
ฟินันเซีย ไซรัส        ซื้อ                      46.00 บาท
เคจีไอ                      ถือ                      45.00 บาท
เคทีบี                       ซื้อ                      50.00 บาท
ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี    ซื้อ                      41.00 บาท

 

จากผลการดำเนินงาน Q1/63 ที่ออกมาโดดเด่นและปัจจัยบวกที่รออยู่ในช่วงครึ่งหลังของปี ทำให้หุ้น OSP อาจมีความหวังที่สดใสรออยู่ แต่นักลงทุนต้องพิจารณาให้ดีว่าราคาในกระดานอาจมีส่วนต่างไม่มาก เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่โบรกฯให้ หรือ"ใกล้เต็มมูลค่า" นั่นเอง และนี่อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ถ่วงไม่ให้ OSP เคลื่อนไหวได้โดด เด่นนักในช่วงนี้ แถมนักลงทุนยังต้องลุ้นงบ Q2/63 ว่าจะยังสดใสเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะยอดขายเริ่มได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 บ้างแล้ว ตามกำลังซื้อที่ลดลง

 

 

 

 



Tags:

OSP




ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด