สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 17 เมษายน 2561 | 08:55

TPIPL ผิดหวังงบปี 60 ขาดทุน จับตาจบขาลงตรงไหน?

TPIPL ผิดหวังงบปี 60 ขาดทุน จับตาจบขาลงตรงไหน?

           TPIPL ทำนิวโลว์ในรอบกว่า 3 ปี หลังผลประกอบการปี 60 น่าผิดหวัง ขาดทุน 1.25 พันล้านบาท โบรกฯ มองต่างมุม ทั้งคาดพลิกมีกำไรปีนี้ และยังขาดทุนต่อเนื่อง จับตา! ธุรกิจโรงไฟฟ้าหนุนได้แค่ไหน ขณะที่ธุรกิจหลักยังส่อแววขาดทุน

           หุ้น บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPL ร่วงลงต่อเนื่องในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาหุ้นลดลงไปแตะ 1.65 บาท ทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากผลประกอบการเมื่อปี 60 ที่ขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 1.25 พันล้านบาท ขาดทุนติดต่อกันเป็นปีที่สอง จากปี 59 ที่มีผลขาดทุน 521 ล้านบาท
           ผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์ คอนกรีตผสมเสร็จ และเม็ดพลาสติค LDPE/EVA โดยร่วมทุนในธุรกิจแอมโมเนียมไนเตรทและกรดไนตริก นอกจากนี้ ยังมีสัดส่วนการถือหุ้นในธุรกิจโรงไฟฟ้า ผ่านบริษัทย่อย คือ ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ (TPIPP)
           ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 59 ถึงต้นปี 60 หุ้น TPIPL ถูกคาดหวังว่าจะเข้าสู่ช่วงอนาคตที่สดใสของบริษัท ทั้งจากการลงทุนโครงการสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ซึ่งน่าจะช่วยให้ความต้องการใช้ปูนซิเมนต์เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทจะยังได้แรงหนุนจากการนำธุรกิจโรงไฟฟ้าอย่าง TPIPP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะช่วยปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์ที่บริษัทลงทุนไปก่อนหน้านี้
           แต่ดูเหมือนว่าจนถึงขณะนี้ผลลัพธ์ที่ออกมากลับไปในทิศทางตรงกันข้าม นอกจากจะไม่ดีขึ้นแล้ว ผลประกอบการที่ออกมากลับแย่ลงอีกด้วย จากที่เคยมีกำไรสุทธิ 1.33 พันล้านบาท เมื่อปี 57 ลดลงมาเหลือ 363 ล้านบาท ในปี 58 ก่อนจะพลิกเป็นขาดทุนต่อเนื่อง 2 ปีติดต่อกัน และในปี 61 นี้ นักวิเคราะห์บางส่วนก็มองว่าผลประกอบการมีโอกาสจะขาดทุนต่อเนื่องอีกปีด้วย
           ทั้งนี้ TPIPL ชี้แจงว่าผลประกอบการปี 60 ขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ 1.1 พันล้านบาท มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 163 ล้านบาท และรายได้ภาษีจำนวน 241 ล้านบาท โดยผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติเพิ่มขึ้นจากปี 59 ซึ่งขาดทุน 511 ล้านบาท
           ขณะที่ บล.ทิสโก้ มองว่า ผลประกอบการไตรมาส 4/60 ของ TPIPL ขาดทุน 352 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 85 ล้านบาท เมื่อปีก่อน และขาดทุน 466 ล้านบาท ในไตรมาส 3/60 หากไม่รวมรายการพิเศษผลประกอบการจะอยู่ที่ขาดทุน 454 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 197 ล้านบาท และ 467 ล้านบาท ตามลำดับ
           สำหรับแนวโน้มปี 61 เราคาดว่าผลประกอบการจะยังขาดทุนในธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ชดเชยกำไรจากธุรกิจโรงไฟฟ้าจาก TPIPP แม้ว่าอุปสงค์จะเพิ่มขึ้น 3% ในปีนี้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ราคาปูนที่ถูกและต้นทุนด้านพลังงานจะเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการของ TPIPL ทั้งนี้ คาดว่าบริษัทจะกลับมากำไรได้ในปี 62 จากผลประกอบการของ TPIPP ที่เพิ่มขึ้น
           โดยภาพรวมเราปรับมูลค่าที่เหมาะสมลงสะท้อนผลขาดทุนในไตรมาส 4/60 และกำไรจาก TPIPP ที่ลดลง ทำให้ผลประกอบการปี 61 จะยังขาดทุน แต่จะกลับมากำไรในปี 62 ให้มูลค่าเหมาะสม 2.1 บาท แม้ว่าราคาหุ้นจะมีอัพไซด์พอสมควร แต่เราแนะนำให้ "ถือ" จากแนวโน้มผลประกอบการที่ยังไม่ดี และมีความเสี่ยงคือ สงครามราคา ต้นทุนพลังงาน ปัญหาทางเทคนิคของโรงไฟฟ้า และความล่าช้าของโรงไฟฟ้าถ่านหิน
           อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์จาก บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ค่อนข้างจะมีมุมมองเชิงบวกในปีนี้ และเชื่อว่า TPIPL จะพลิกกลับมามีกำไรได้จากแรงหนุนของธุรกิจโรงไฟฟ้า
           โรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะและความร้อนทิ้ง ซึ่งจะขายไฟให้ กฟผ. 90 เมกะวัตต์ และได้ adder 3.5 บาท มีความล่าช้าจากคาดการณ์เดิม เช่นเดียวกับโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 70 เมกะวัตต์ และ 150 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ธุรกิจปูนซีเมนต์ในครึ่งปีแรกยังไม่มีแนวโน้มฟื้นตัว ทำให้เราปรับประมาณการลดลง และคาดว่าไตรมาสแรกคาดจะยังขาดทุนต่อ โดยโรงไฟฟ้าของ TPIPP จะเดินเครื่องเต็มที่มากขึ้นในไตรมาส 2/61 ซึ่งจะช่วยให้ TPIPL ฟื้นตัวมีกำไรในปีนี้ได้
           ทั้งนี้ รายได้จากโรงไฟฟ้าทั้งหมดรวม 440 เมกะวัตต์ จะรับรู้เต็มที่ในครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้น 220 เมกะวัตต์ ทำให้กำไรน่าจะเพิ่มเป็น 4,267 ล้านบาท เติบโต 65% ส่วนธุรกิจวัสดุก่อสร้างจะได้แรงหนุนจากการก่อสร้างโครงการของรัฐบาลมากขึ้นครึ่งปีหลัง แต่คาดจะยังขาดทุนต่อ โดยรวมแล้วในปี 61 เราคาด TPIPL กำไรจะปรับตัวดีขึ้นเป็น 1,544 ล้านบาท ลดลงจากประมาณการเดิมที่ 3,008 ล้านบาท แต่ดีกว่าปีก่อนที่ขาดทุน 1,260 ล้านบาท 
           เราคงแนะนำ ซื้อ ในแง่เฉพาะมูลค่าเงินลงทุน 70% ใน TPIPP ที่ราคาปิด 7.25 บาท จะมีค่าถึง 42,775 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.12 บาทต่อหุ้น มากกว่าราคาหุ้น TPIPL เราประเมินราคาเป้าหมายด้วยวิธี Sum of The Part ได้เท่ากับ 3 บาท ลดลงจากเดิมที่ 3.2 บาท ในแง่ราคาหุ้นระยะสั้นจะยังถูกกดดันจากแนวโน้มไตรมาสแรกที่จะขาดทุน แต่จะเริ่มเห็นพัฒนาการด้านบวกหลังจากที่โรงไฟฟ้าเดินเครื่องเต็มที่ในไตรมาส 2/61

           แม้ราคาหุ้น TPIPL จะลดลงมามาก และดูเหมือนจะน่าสนใจในแง่มูลค่าที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี โดยล่าสุดค่า P/BV อยู่ที่ 0.75 เท่า แต่สิ่งสำคัญคือผลประกอบการบรรทัดสุดท้ายที่ยังคงมีแนวโน้มจะขาดทุนต่อไป ฉะนั้นการจะเข้าซื้อในขณะนี้คงจะต้องระมัดระวังกันให้ดี

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด