หุ้นเด่นวันนี้

EPG กำไรปีนี้นิวไฮ...แต่ราคาหุ้นยังห่างไกลเป้าหมาย!

EPG กำไรปีนี้นิวไฮ...แต่ราคาหุ้นยังห่างไกลเป้าหมาย!

เช้านี้ EPG ดีดทำนิวไฮรอบ 2 เดือน คาดรับปัจจัยหนุนงบ Q1/64-65 จ่อโตเด่น ขณะที่ โบรกฯประเมิน ตั้งแต่ Q2/64-65 ธุรกิจฉนวนเริ่มกลับมาโตแรง ตามการขยายกำลังผลิตเพิ่มขึ้น ต้นทุนวัตถุดิบหดตัวต่อเนื่องทั้งปี หนุนให้ต้องอัพเป้ากำไรปี 64-65 ขึ้นจากเดิม คาดปีนี้ กำไรทุบสถิติสูงสุดตลอดกาล
 

*** นิวไฮ 2 เดือน หลังงบ Q1/64-65 จ่อโตกระฉูด
 

ราคาหุ้น บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ช่วงเช้าวันนี้ (5 ก.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 12 บาท ทำนิวไฮรอบ 2 เดือน ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าไปด้วยราคาดังกล่าว เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 3.54% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 283.58% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

สำหรับ สาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น EPG ช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮรอบ 2 เดือน เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน จากงบการเงินไตรมาส 1/64-65 (เม.ย.-มิ.ย.64) มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น

โดย บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 1/64-65 ของ EPG ไว้ที่ 415 ล้านบาท เติบโตขึ้น 449% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีปัจจัยหนุน จากธุรกิจอุปกรณ์ชิ้นส่วนและตกแต่งรถยนต์ (AeroKlas) เติบโตตามอุตสาหกรรมยานยนต์ต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหลัก อย่าง ประเทศออสเตรเลีย

นอกจากนี้ ยังได้แรงหนุน จากธุรกิจฉนวนยางกันความร้อน/เย็น (AeroFlex) เริ่มฟื้นตัว หลังตลาดประเทศสหรัฐฯฟื้นตัวดีขึ้น หลังมีกำลังการผลิตใหม่ขนาด 4,000 tpa รวมถึง EPG ยังทยอยปรับราคาขายขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นด้วย

ขณะที่ บล.เคทีบีเอสที ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า EPG ทยอยปรับราคาขายขึ้น 5-10% ในช่วงเดือน เม.ย.-มี.ค.64 เพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบ และ ค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากไตรมาสก่อน ซึ่งจะทำให้ GPM  และ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ (SG&A) ปรับตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 31.7% และ 19.5% ตามลำดับ ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาส 1/64-65 จะเติบโตขึ้นทั้งเทียบปีก่อน และ ไตรมาสก่อน
 

*** ธุรกิจฉนวนเข้าสู่รอบเติบโต ตั้งแต่ 2Q/64-65 เป็นต้นไป
 

บล.ฟินันเซียไซรัส ประเมินว่า ธุรกิจหลักของ EPG อย่าง ธุรกิจฉนวนยางกันความร้อน/เย็น จะมีกำไรสุทธิเติบโตในอัตราเร่งตั้งแต่ ไตรมาส 2/64-65 (ก.ค.-ก.ย.64) เป็นต้นไป โดยได้รับปัจจัยหนุนจากกำลังผลิตของโรงงานใหม่ขนาด 4,000 tpa ในสหรัฐฯ และ อัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นของโรงงานขนาด 26,000 tpa ในประเทศไทย

นอกจากนี้ GPM ของธุรกิจฉนวนยาง มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 43-45% โดยมีปัจจัยหนุนจากการติดตั้งเทคโนโลยีอัตโนมัติใหม่ในสหรัฐฯ และ สายการผลิตใหม่ สายที่ 5 ขนาด 5,000 tpa ในประเทศไทย ขณะที่ ฉนวน EPDM ยังช่วยหนุนให้ EPG เจาะเข้าสู่ตลาดใหม่ อย่าง กลุ่มตู้เย็น และ Data Center ทั่วโลก ได้อีกด้วย

ขณะที่ บล.กรุงศรี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ยอดขายฉนวนในประเทศสหรัฐ และ ญี่ปุ่น ของ EPG เป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียม ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง จึงคาดจะทำให้ GPM ของธุรกิจฉนวนยางปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ยังมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก  
 

*** ครึ่งปีหลัง ต้นทุนวัตถุดิบจ่อลดลง หนุน GPM เพิ่มขึ้น
 

บล.เคทีบีเอสที ระบุว่า จากการประชุมนักวิเคราะห์รอบล่าสุด ผู้บริหาร EPG ประเมินว่า ต้นทุนวัตถุดิบเม็ดพลาสติก มีแนวโน้มปรับตัวลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง ตาม Supply โลกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนให้ GPM ของ EPG ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

ส่วน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ต้นทุนวัตถุดิบที่เกี่ยวกับปิโตรเคมี เทียบกับยอดขายของ EPG คือ AeroFlex 20% , AeroKlas 35-40% และ EPP 50% ซึ่งราคาวัตถุดิบปัจจุบัน อ่อนตัวลงประมาณ 13% หลังจากขึ้นไปทำจุดสูงสุดในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา 

ขณะที่ EPG ได้ทยอยปรับราคาขายขึ้นตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี 64
 

 *** โบรกฯ อัพเป้ากำไรปี 64/65 คาดทุบสถิติกำไรสูงสุด
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ได้ปรับประมาณการกำไรปี 64/65 ของ EPG ขึ้นจากเดิมอีก 2.2% เป็น 1.5 พันล้านบาท ทำสถิติกำไรสุทธิสูงสุดตลอดกาล (All Time High) เติบโตขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพื่อสะท้อนอัตราการใช้กำลังการผลิต และ อัตรากำไรขั้นต้น ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

เช่นเดียวกับ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ที่ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64/65 ของ EPG ขึ้นเป็น 1.38 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 14% จากปีก่อน ภายใต้สมมติฐาน รายได้เพิ่มขึ้น 12.4% จากปีก่อน และ GPM ที่ระดับ 30.8% 

ขณะที่ นักวิเคราะห์อีก 3 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 64/65 ของ EPG ไว้ดังนี้

บล. กำไรสุทธิปี 64/65 (ลบ.)  %chg YoY
เคทีบี   1,550 33
เคจีไอ   1,500   23
หยวนต้า   1,475 21


*** ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" จากกำไรสุทธิระยะสั้นในไตรมาส 1/64-65 ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวแรง หลังธุรกิจหลักได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ขณะที่ ผลประกอบการระยะยาว ยังมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น ตามการขยายกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น และ การเริ่มใช้เทคโนโลยีใหม่ในกระบวนการผลิต ซึ่งจะส่งผลให้ GPM ปรับตัวดีขึ้นด้วย

บล. คำแนะนำ  ราคาเหมาะสม (บ.)
กรุงศรี  ซื้อ     16.00
ฟินันเซียฯ ซื้อ     15.50
เคทีบีฯ ซื้อ     15.00
หยวนต้า ซื้อ     14.20
เมย์แบงก์ฯ ซื้อ     13.50
ราคาเฉลี่ย 14.84


แม้ เช้านี้ราคาหุ้น EPG จะปรับตัวขึ้นแรง 6.19% แต่ราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ยังมีอัพไซด์สูงถึง 23.66% เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ขณะที่ ผลการดำเนินงานในงวดปี 64-65 มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น จนทำสถิติกำไรสุทธิสูงสุดตลอดกาล หลัง 3 ธุรกิจหลัก กำลังได้รับปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด