หุ้นเด่นวันนี้

STA ดีดนิวไฮรอบ 3 เดือน สัญญาณซื้อมาหรือยัง?

STA ดีดนิวไฮรอบ 3 เดือน สัญญาณซื้อมาหรือยัง?

เช้านี้หุ้น STA ดีดทำนิวไฮรอบ 3 เดือน หลังราคายางมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ขณะที่นักวิเคราะห์คาดกำไรสุทธิปี 64 มีแนวโน้มทะลุ 1 หมื่นลบ. โดยได้อานิสงส์จาก STGT ที่มียอดคำสั่งซื้อถุงมือยางยาวไปจนถึงกลางปี 66 แต่การลงทุนในช่วงนี้จะเป็นจังหวะที่เหมาะสมหรือไม่? ต้องติดตาม! 
 

*** ดีดนิวไฮรอบ 3 เดือน รับราคายางพุ่ง
 

ราคาหุ้น บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA เช้าวันนี้ (12 ม.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 29.50 บาท ทำนิวไฮรอบ 3 เดือน ก่อนปิดซื้อขายที่ราคา 29.25 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ 3.54% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 187.40% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า 

โดยสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น STA ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮรอบ 3 เดือน เนื่องจากราคายางพารามีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามความต้องการในตลาดโลก 
 

*** ปี 64 ยังสดใส กำไรทะลุ 1 หมื่นลบ.
 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า แนวโน้มการดำเนินงานปี 64 ของ STA ยังคงสดใส โดยมีปัจจัยหนุนจากการดำเนินงานที่ดีของบริษัทลูกอย่าง บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT โดยคาดกำไรสุทธิปี 64 ของ STA อยู่ที่ 10,626 ล้านบาท เติบโตขึ้น 48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับปัจจัยหนุนที่จะทำให้กำไรสุทธิของ STA เติบโตระดับ 1 หมื่นล้านบาท คือ คำสั่งซื้อถุงมือยางธรรมชาติที่มีถึงช่วงไตรมาส 1/65 ส่วนถุงมือยางสังเคราะห์ มีถึงกลางปี 66 ซึ่งรองรับการเติบโตของปริมาณขายได้ไม่ยากนัก ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย

นอกจากนี้ ยังคาดว่าราคาขายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 64 จะสูงกว่าในช่วงไตรมาส 4/63 อย่างน้อย 15% จากแนวโน้มราคายางปรับตัวขึ้นจากช่วงดังกล่าว ซึ่งจะช่วยหนุนให้ margin เพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับปี 63 

ขณะที่ ธุรกิจยางธรรมชาติคาดว่าแนวโน้มราคาขายในครึ่งปีแรกยังดี จากปัญหาขาดแคลนแรงงาน ประกอบกับ การนำยางธรรมชาติไปผลิตเป็นน้ำยางข้นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งยังเป็นปัจจัยหนุนให้ราคายางทรงตัวในระดับที่สูงต่อไป ส่วนปริมาณขายคาดจะเพิ่มเป็น 1.14 ล้านตันจากอุปสงค์ที่ดีขึ้น

เช่นเดียวกับ บล.เอเซีย พลัส  ที่ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ STA อยู่ที่ 15,089 ล้านบาท เติบโตขึ้น 77.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากธุรกิจยางพาราฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก หนุนปริมาณขายและราคายางพาราฟื้นตัว
 

*** สหรัฐฯขึ้นภาษี AD ฉุดกำไรปี 64 เล็กน้อย
 

ช่วงปลายเดือน ธ.ค.63 กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศขึ้นอัตราภาษีป้องกันการทุ่มตลาด(AD) ยางล้อในกลุ่มรถยนต์นั่ง และรถบรรทุกขนาดเล็กจากไทย, เวียดนาม, ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็น 4 ผู้ส่งออกยางรายใหญ่ในตลาดดังกล่าว

โดย บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) มองว่า จากกรณีดังกล่าวจะไม่กระทบกำไรสุทธิปี 64 ของ STA อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากไทยเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติอันดับ 1 ของโลก อีกทั้งปัญหาการเมือง, การขนส่งของไทยจะยุ่งยากน้อยกว่าผู้ผลิตยางอันดับ 2 อย่างอินโดนีเซีย ทำให้การย้ายฐานการผลิตไปที่ประเทศอื่นจะไม่มากอย่างที่กังวล

นอกจากนี้ การนำเข้ายางของสหรัฐฯในช่วงปี 60 – 62 มีมูลค่าทั้งสิ้น 4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการนำเข้าจากไทยอันดับ 1 คิดเป็นเกือบ 50% ของมูลค่าการนำเข้าในตลาดดังกล่าว ประกอบกับในช่วงปลายปีที่ผ่านมา บริษัทยางล้อขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ มีการปรับราคาขายขึ้นราว 5% เพื่อรองรับปัจจัยดังกล่าวแล้ว 

สอดคล้องกับ บล.เอเซีย พลัส ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การบังคับใช้ภาษี AD ใหม่ของสหรัฐฯ คาดจะมีผลในช่วงเดือน พ.ค.64 ซึ่งผู้ประกอบการจากไทยยังได้เปรียบผู้ประกอบการจากประเทศอื่น เนื่องจากมีระดับภาษีที่ต่ำสุด ดังนี้

ตารางแสดงการปรับขึ้นภาษี AD ของสหรัฐฯต่อประเทศคู่ค้า

ประเทศ  อัตราภาษีใหม่
ไทย 13.25 – 22.21%
เวียดนาม 0 – 22.3%
เกาหลีใต้ 14.24 – 38.07%
ไต้หวัน 52.42 – 98.44%

ทั้งนี้ ประเมินว่า STA จะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากประเด็นดังกล่าวราว 3% ของรายได้รวม อีกทั้งผู้ผลิตยางล้อยังต้องซื้อยางพาราแปรรูปยางพาราเหมือนเดิม ซึ่งแหล่งวัตถุดิบหลักยังอยู่ที่ประเทศไทย

ขณะที่ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กลับมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นภาษี AD ว่า STA ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจากประเด็นดังกล่าว ขณะเดียวกันประเด็นการขึ้นภาษี AD ของสหรัฐฯอาจเป็นปัจจัยบวกต่อ STA ได้เช่นกัน เนื่องจากระดับภาษีที่ต่ำกว่าคู่แข่ง อาจส่งผลให้ได้คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น
 

*** โบรกฯมอง Valuation น่าสนใจ
 

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า Valuation ของ STA ขณะนี้ ถือว่าน่าสนใจ เนื่องจากมี P/E เพียง 10.57 เท่า และคาดว่าจะจ่ายเงินปันผลปี 64 คิดเป็น Dividend Yield ที่สูงราว 11%

สอดคล้อง กับ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ที่มองว่า ราคาหุ้น STA ปัจจุบันไม่แพงนัก จากระดับ P/E ที่ 10.57 เท่า และคาดว่ายังให้ผลตอบแทนเงินปันผลปี 64 ที่สูงราว 8%
 

*** โบรกฯส่วนใหญ่ แนะนำ”ซื้อ”
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ”ซื้อ” เนื่องจากมองว่ากำไรสุทธิปี 64 ของ STA ยังมีแนวโน้มเติบโตที่โดดเด่นเช่นเดียวกับปี 63 จากคำสั่งซื้อที่มีต่อเนื่องไปจนถึงปี 66 และมองว่า Valuation น่าสนใจ โดยคาดเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลระดับสูงอีกหนึ่งบริษัท

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
ฟิลลิป  ซื้อ         32
ฟินันเซีย ไซรัส เก็งกำไร 34
เคทีบี ซื้อ         41
เอเชีย พลัส ซื้อ         50
ราคาเฉลี่ย  39.25

สำหรับนักลงทุนที่เพิ่งเข้ามาสนใจหุ้น STA อาจยังไม่สายที่จะเข้าลงทุน เนื่องจากราคาหุ้น STA เพิ่งจะปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 3 วันทำการเท่านั้น หลังแกว่งตัวแคบมานานร่วม 2 เดือน ขณะที่ราคาหุ้นที่ซื้อขายปัจจุบัน ยังมีอัพไซด์จากราคาเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ราว 35.34% โดยระยะสั้นยังมีปัจจัยบวกหนุนราคาหุ้นจากการประกาศกำไรสุทธิงวดไตรมาส 4/63 ที่คาดว่าจะเติบโตโดดเด่น อีกด้วย







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด