สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 22 มิถุนายน 2561 | 13:34

TOA ร่วงหนัก! จับอนาคตหลังโบรกฯ มองดีกว่าผู้บริหาร

TOA ร่วงหนัก! จับอนาคตหลังโบรกฯ มองดีกว่าผู้บริหาร

    TOA เจอถล่มขายทันที หลังผู้บริหารยืดอก รับตลาดสีในประเทศซบเซา ฉุดรายได้ปีนี้โตไม่ถึงเป้า 10% แถมได้รับผลกระทบบาทอ่อนดันราคานำเข้าวัตถุดิบพุ่งอีก ขณะที่โบรกฯ เห็นต่างคาดรายได้ปีนี้จะโตถึง 11.2% จากการขึ้นราคาขาย และการเพิ่มกำลังผลิตในต่างประเทศ 

    ราคาหุ้น บมจ.ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) (TOA) ร่วงแรงทำจุดต่ำสุดในช่วงเช้าที่ 37.50 บาท ก่อนปิดตลาดภาคเช้าที่ 38.50 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 3.75% 

    TOA ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร ผลิตภัณฑ์สีเคลือบผิว ผลิตภัณฑ์เคมีก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์สีที่มีความทนทานสูง และผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์  ปัจจุบันมีโรงงานผลิตทั้งสิ้น 8 แห่ง แบ่งเป็นโรงงานในประเทศไทย 3 แห่ง และเวียดนาม มาเลเซีย ลาว เมียนมา กัมพูชา ประเทศละ 1 แห่ง มีกำลังผลิตรวม 88 ล้านแกลลอน/ปี

    โดยในปี 60 มีสัดส่วนรายได้หลักมาจากสีทาอาคาร 68.8% สีเคลือบผิวและผลิตภณฑ์อื่นๆ 27.7% และผลิตภัณฑ์อื่น 3.5% และมีสัดส่วนการขายในประเทศ 86.8% ในต่างประเทศที่บริษัทมีโรงงานตั้งอยู่และประเทศอินโดนีเซีย 13.2%

    ผลประกอบการ TOA เติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 58 - 59 โดยบริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,116 ล้านบาท 2,507 ล้านบาท ตามลำดับ ก่อนจะอ่อนตัวลงในปี 60 มาที่ 1,709.91 ล้านบาท 

    TOA เข้าซื้อเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 60 ด้วยราคา IPO 24 บาท โดยราคาหุ้นเพิ่งทำ All Time High ที่ 43 บาทไปเมื่อต้นเดือน มิ.ย. 61 ที่ผ่านมา ตอบรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1/61 ที่กำไรสุทธิเริ่มฟื้นตัวมาที่ 540.86 ล้านบาท โต 8.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 

    ปัจจุบัน TOA ถือหุ้นใหญ่โดย บริษัท ทีโอเอ กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด สัดส่วน 29.99% และมีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อย 6,668 ราย คิดเป็น 25.02% โดยพบว่าวันปิดสมุดทะเบียนล่าสุด 3 พ.ค.61 มีนักลงทุนสถาบันติดอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย

1.กองทุนบัวหลวงถือหุ้นผ่าน 3 กองทุนรวมสัดส่วนถือหุ้น 4.16% 
2.MORGAN STANLEY & CO. INTERNATIONAL PLC 3.45% 
3.STATE STREET EUROPE LIMITED 0.91% 
4.BNP PARIBAS SECURITIES SERVICES LUXEMBOURG 0.90% 
5.CHASE NOMINEES LIMITED 0.55%

    ราคาหุ้น TOA ร่วงหนักตั้งแต่เปิดตลาด หลังจากซีอีโอออกมายอมรับว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตไม่ถึงเป้าหมายที่ 10% จากตลาดสีในประเทศที่ซบเซา นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นจากเงินบาทอ่อนค่า แม้บริษัทจะมีแผนปรับราคาสินค้าขึ้นเพื่อรองรับแล้วก็ตาม 

    นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA ยอมรับว่าบริษัทได้ปรับลดเป้าหมายการเติบโตลงมาเป็นตัวเลขเพียงหลักเดียว จากเป้าหมายเดิมที่คาดเติบโต 10% จากปีก่อนที่ 15,717.7 ล้านบาท เนื่องจากตลาดสีทาอาคารในประเทศที่ซบเซา ตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว และการลงทุนของภาคเอกชนที่ชะลอตัวลงไป

    ขณะที่ปัจจัยเงินบาทที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องในขณะนี้จะกระทบกับต้นทุนของบริษัทอย่างชัดเจน เนื่องจากต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ขณะที่ประเด็นสงครามการค้าที่อาจทำให้เศรษฐกิจถดถอยยังมีความเสี่ยงอยู่ แม้เบื้องต้นอาจจะช่วยให้ราคาวัตถุดิบลดลง

    ซึ่งจะพยายามปรับราคาขายขึ้นให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ ซึ่้งในไตรมาสแรกบริษัทได้ปรับเพิ่มขึ้นไปแล้ว 5% ขณะที่ภาวะตลาดสีซบเซาในประเทศบริษัท คาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเป็น 20% ภายในปี 65 เพื่อกระจายความเสี่ยง จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนเพียง 13% หลังจากที่โรงงานผลิตสีในประเทศอินโดนีเซีย เมียนมาและกัมพูชาจะเริ่มผลิตได้ในปี 62

    ขณะที่นักวิเคราะห์กลับมองว่ารายได้ TOA ปีนี้จะเติบโต 11.2% มากกว่าที่ผู้บริหารคาด จากการปรับราคาสินค้า และผู้บริโภคที่หันมาใช้สินค้าพรีเมียมมากขึ้น  แต่ราคาน้ำมันและเงินบาทอ่อนค่ายังเป็นประเด็นที่ต้องจับตา และปัจจุบันราคาหุ้นทะลุเป้านักวิเคราะห์หลายรายไปแล้ว

    บล.เคจีไอ ระบุว่า แม้ผู้บริหาร TOA คาดว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตเป็นตัวเลขเพียงหลักเดียว แต่ประเมินว่าจะสามารถเติบโตได้ถึง 11.2% โดยมาจากยอดขายในประเทศที่เติบโต 10% จากการปรับขึ้นราคาขายและผลของการที่ผู้บริโภคหันมาใช้สินค้าระดับพรีเมียมมากขึ้น ขณะที่ตลาดต่างประเทศโต 21.7%

    ขณะที่ราคาวัตถุดิบ Titanium Dioxide ที่เพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ในปี 60 กลับเพิ่มขึ้นเพียง 4% นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะทรงตัวในครึ่งหลังของปีนี้ จากผู้ผลิตวัตถุดิบหลายรายที่เพิ่มกำลังผลิตขึ้น  และหากราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นจะอยู่ที่เพียง 3 - 4% ซึ่งทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 0.2- 0.3% และการปรับราคาขายในไตรมาสแรกนั้นน่าจะเข้ามาชดเชยได้

    แนะนำ "ถือ" ให้ราคาเป้าหมายที่ 40.50 บาท อิง PER ที่ 35.2x อัพไซต์ที่เพิ่มขึ้นจะมาจากราคาวัตถุดิบที่ลดลง และการเปิดตลาดในอินโดนีเซีย

    บล.ทิสโก้ เผย ประเมินผลประกอบการจะยังเติบโตต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 2/61 จะรับรู้การปรับขึ้นราคาเข้ามาเต็มไตรมาส ขณะที่ไตรมาส 3/61 - 1/62 จะได้อานิสงส์จากกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นจากประเทศอินโดนีเซีย เมียนมา และกัมพูชา

    อย่างไรก็ดีราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น และการอ่อนค่าของเงินบาทจะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยกดดัน

    แนะนำ ถือ ให้ราคาเหมาะสมที่ 36.25 บาท อ้างอิง PER 32 เท่า อัพไซด์จำกัดแล้ว 

    ด้าน บล.กสิกรไทย เผย คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/61 - 4/61 จะเติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่อัตราเติบโตยังต้องระวัง เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศที่ฟื้นตัวช้า ทำให้แนวโน้มยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศน้อยกว่าคาด ขณะที่แนวโน้มเงินบาทที่แข็งค่า จะกดดันผลประกอบการบริษัทลูกในต่างประเทศ 

    แนะนำ ถือ ที่ราคาเป้าหมายกลางปี 62 ที่ 36 บาท

    หลังจากผู้บริหารออกมายอมรับว่ารายได้จะโตไม่ถึงเป้า ทำให้ราคาหุ้น TOA ร่วงลงแรงทันที และแม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงมาแล้ว ก็ยังสูงกว่าเป้าหมายของนักวิเคราะห์ที่มีมุมมองบวกกว่าผู้บริหาร โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 36 - 40.50 บาท อยู่ดี ดังนั้นการเข้าลงทุนจึงยังต้องดูใช้ความระมัดระวัง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด