หุ้นเด่นวันนี้

STGT กำไรปีนี้ยังโตแรง…สวนกระแสวัคซีนโควิด-19

STGT กำไรปีนี้ยังโตแรง…สวนกระแสวัคซีนโควิด-19

หุ้น STGT เช้านี้ดีดทำนิวไฮรอบ 3 เดือน ตามราคาถุงมือยางอยู่ในระดับสูง - Backlog มีล่วงหน้าถึง 31 เดือน สวนกระแสวัคซีนป้องกันโควิด-19 เริ่มฉีดในบางประเทศ ทำให้นักวิเคราะห์คาดกำไรปี 64 ยังโตในระดับ 91 -140% YoY แต่ราคาหุ้นที่ซื้อขายปัจจุบัน แพงเกินพื้นฐานหรือยัง? ต้องติดตาม!
 

 *** ดีดนิวไฮรอบ 3 เดือน รับออเดอร์ล้น – ราคาขายสูง
 

ราคาหุ้น บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT ช่วงเช้าวันนี้ (25 ม.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดของวันที่ราคา 42 บาท ทำนิวไฮรอบ 3 เดือน ก่อนปิดซื้อขายด้วยราคา 41.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ 4.40% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 135.20% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า
 
โดย บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเอสแอล ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น STGT ช่วงเช้าวันนี้ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮ รอบ 3 เดือน เนื่องจาก STGT มียอดคำสั่งซื้อปี 64 เต็มปีแล้ว ขณะที่ราคาขายคาดว่ายังอยู่ในระดับสูงถึงช่วงไตรมาส 3/64 เป็นอย่างน้อย ตามความต้องการสินค้าที่ยังมีอยู่มาก

ขณะที่ นางสาวจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ STGT ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันบริษัทฯ มียอดซื้อจากลูกค้าที่รอส่งมอบ (Backlog) ยาวไปถึง 31 เดือน ถัดจากนี้ โดยจะมีการล็อกราคาขายล่วงหน้าประมาณ 2 เดือน ก่อนวันส่งมอบสินค้าให้กับผู้ซื้อ ส่วนผลประกอบการไตรมาส 4/63 คาดจะทำสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) ของบริษัทฯด้วย
 

*** กำไร Q4/63 ทำนิวไฮต่อเนื่อง จากราคาขายสูงขึ้น 200%
 

บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า STGT จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 จำนวน 8 พันล้านบาท (สูงกว่าที่คาดไว้เดิม 13%) เติบโตขึ้น 1,100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังทำนิวไฮต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนจากแนวโน้มราคาถุงมือยางเฉลี่ยช่วงไตรมาส 4/63 เพิ่มขึ้น 200% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
 
ขณะที่ปริมาณการขายถุงมือยาง ยังทรงตัวจากไตรมาสก่อนที่ 7.2 พันล้านชิ้น ส่งผลให้รายได้ไตรมาส 4/63 จะอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 295% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้าน Gross margin ช่วงไตรมาส 4/63 จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 72.5% เทียบกับไตรมาสก่อน อยู่ที่ระดับ 60.3% ซึ่งหนุนให้ทั้งปี 63 กำไรสุทธิของ STGT จะอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 1,949.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 

ส่วนนักวิเคราะห์อีก 3 แห่งประเมินกำไรสุทธิปี 63 ของ STGT ดังนี้

บล. กำไรสุทธิปี 63 (ลบ.) %Chg.YoY
เคทีบี   9,044         1,326
ทรีนีตี้  10,000         1,500
ฟินันเซีย ไซรัส  11,157         1,717


*** ปี 64 ยังโตแรง แม้มีวัคซีนโควิด-19
 

นางสาวจริญญา เปิดเผยว่า ปี 64 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้และกำไรสุทธิ เติบโตมากกว่าปี 63 เนื่องจากความต้องการถุงมือยางที่ยังอยู่ในระดับสูง และราคาขายมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตามความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น แม้จะมีการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 สำเร็จแล้วก็ตาม โดย STGT จะมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นราว 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังคาดว่าจะมีกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 3.6 หมื่นล้านชิ้นต่อปี เทียบกับปี 63 อยู่ที่ระดับ 3.3 หมื่นล้านชิ้นต่อปี 

ด้าน บล.ทรีนีตี้ มองว่า STGT จะรายงานกำไรสุทธิปี 64 จำนวน 2.4 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 140% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักของการเติบโต มาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และราคาขายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยประเมิน Margin ปี 64 อยู่ที่ระดับ 60% จากปี 63 อยู่ที่ระดับ 45% ด้วยราคาขายที่ปรับเพิ่มมากกว่าต้นทุนขาย

ขณะเดียวกัน ยังมองว่า ถุงมือยางจะอยู่ในสภาวะขาดตลาดไปจนถึงปี 65 แม้ผู้ผลิตถุงมือรายใหญ่ของโลก จะเพิ่มกำลังผลิตมาอีกว่า 1 แสนล้านชิ้นภายในปี 65 ก็ตาม แต่ยังคงไม่เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นกว่า 1.5 แสนล้านชิ้น (นับจากปี 63 - 65)

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ปรับกลยุทธ์การขาย ไปใช้ราคาซื้อขายทันที (Spot) เกือบทั้งหมด จากเดิมที่เป็นสัญญาล่วงหน้า มาเป็นสัญญาที่เป็น Spot แทนเกือบทั้งหมด โดยราคาขายจะไม่เกิน 2 เดือนล่วงหน้า จากสภาวะของตลาดที่เป็นของผู้ขาย

สอดคล้องกับ บล.เอเซีย พลัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ว่า STGT จะรายงานกำไรสุทธิปี 64 จำนวน 2.4 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 91.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการเพิ่มราคาขายถุงมือยางได้อย่างต่อเนื่อง จากปัญหาถุงมือยางขาดแคลนอย่างหนักในช่วงครึ่งแรกของปี 64 จากการปิดโรงงานถุงมือยางบางโรงงานชั่วคราวในประเทศมาเลเซียของ Top Glove หลังพบคนงานติดเชื้อโควิด-19
 

*** นโยบายจ่ายปันผลใหม่ ชวนซื้อแค่ไหน ? 
 

บล.กรุงศรี ระบุว่า  STGT ได้เปลี่ยนราคาพาร์จาก 1.0 เป็น 0.5 บาท ตั้งแต่อาทิตย์แรกของเดือน ม.ค.64 ทำให้มีปริมาณหุ้นเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว และมีสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นมากขึ้น นอกจากนี้ STGT ยังได้ปรับนโยบายการจ่ายเงินปันผลจากอัตราการจ่ายเงินปันผลอย่างน้อย 30% เป็น 50% ของกำไรสุทธิ ส่วนปี 64 จะจ่ายเงินปันผลทุกไตรมาส

ด้าน บล.เอเซีย พลัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า Valuation ของหุ้น STGT ขณะนี้มีความน่าสนใจ เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันมีค่า PER ปี 64 เพียง 4 เท่า นอกจากนี้ ยังสามารถคาดหวัง Dividend Yield ได้ถึง 11% มองเป็นโอกาสให้เข้าลงทุน
 

*** โบรกแนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่ากำไรสุทธิปี 64 ของ STGT ยังคงเติบโตอย่างโดดเด่นจากการมี Backlog ล่วงหน้าถึง 31 เดือน แม้จะมีการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 สำเร็จแล้วก็ตาม ขณะที่ นโยบายการจ่ายปันผลใหม่ก็มีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนมากขึ้น
 

บล.  คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
ทรีนีตี้  ซื้อ     47.50
ฟินันเซีย ไซรัส ซื้อ     48.00
ดีบีเอส วิคเคอร์ส ซื้อ     50.50
เอเชีย พลัส ซื้อ     65.00
ราคาเฉลี่ย  52.75

แม้จะมีการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 สำเร็จ และบางประเทศเริ่มฉีดวัคซีนดังกล่าวแล้วก็ตาม แต่ด้วย Backlog ของ STGT ที่ยังแข็งแกร่ง ประกอบกับถุงมือยางกำลังอยู่ในสภาวะขาดตลาด ทำให้ STGT ยังสามารถฉายภาพการเติบโตของกำไรปี 64 ได้อย่างโดดเด่นและเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน นโยบายจ่ายปันผลใหม่ ประกอบกับราคาซื้อขายปัจจุบัน มีอัพไซด์จากราคาเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ราว 27% ยิ่งทำให้ STGT มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นอีกด้วย....







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด