หุ้นเด่นวันนี้

EPG ธุรกิจกำลังฟื้น...สัญญาณซื้อมาหรือยัง?

EPG ธุรกิจกำลังฟื้น...สัญญาณซื้อมาหรือยัง?

EPG ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 0.89% รับปัจจัยหนุนคลายล็อกดาวน์ - ราคาน้ำมันลด ขณะที่ โบรกฯ คาดกำไร Q2/64-65 ชะลอตัวเล็กน้อย หลังโควิดกระทบ– ฐานกำไรไตรมาสก่อนสูง แต่มองโควิดเริ่มสงบ ดันงบ Q3/64-65 พลิกทำนิวไฮอีกครั้ง ชี้ราคาหุ้นถูกน้ำมันขาขึ้นกดดันเกินจริง
 

*** ปิดเช้าบวก 0.89% คลายล็อกดาวน์ – ราคาน้ำมันลดหนุน
 

ราคาหุ้น บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ช่วงเช้าวันนี้ (7 ต.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 11.60 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 11.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.1 บาท หรือ 0.89% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 152.04% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุสาเหตุ ที่ทำให้ราคาหุ้น EPG ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 0.89% เนื่องจากกำลังได้รับ Sentiment เชิงบวก จากการทยอยเปิดเมืองของรัฐบาลไทย ประกอบกับ ทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงในวันนี้
 

*** งบ Q2/64-65 จ่อชะลอเล็กน้อย หลังไตรมาสก่อนทำนิวไฮ
 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/64-65 (ก.ค. – ก.ย.64) ของ EPG ไว้ที่ 415 ล้านบาท เติบโตขึ้น 35% จากปีก่อน แต่หดตัว 7% จากไตรมาสก่อน โดยสาเหตุของการเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน มีปัจจัยหนุนจากยอดขายที่คาดทำได้ 2.9 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 28% จากปีก่อน ตามธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก (EPP) และธุรกิจชิ้นส่วนและตกแต่งรถยนต์ (Aeroklas) เติบโตต่อเนื่อง

ส่วนสาเหตุที่ ทำให้กำไรไตรมาส 2/64-65 หดตัวจากไตรมาส 1/64-65 (เม.ย. – มิ.ย.64) เนื่องจากผลการดำเนินงานช่วงดังกล่าวอยู่ในระดับสูงกว่าปกติ (ทำนิวไฮ) ประกอบกับ ไตรมาสนี้ EPG มีค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับโควิด-19 เพิ่มขึ้น 10 - 15 ล้านบาท ทำให้ค่าใช้จ่ายการขายและบริการคาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน ประกอบกับ ธุรกิจฉนวนยางกันความร้อน/เย็น (Aero Flex) ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์

สอดคล้องกับ บล.เคทีบีเอสที ที่ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/64-65 ของ EPG ไว้ที่ 420 ล้านบาท เติบโตขึ้น 36% จากปีก่อน เนื่องจากฐานกำไรสุทธิไตรมาสก่อนอยู่ในระดับต่ำ ส่วนกำไรสุทธิที่คาดลดลง 6% จากไตรมาสก่อน เพราะฐานกำไรสุทธิไตรมาส 1/64-65 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ประกอบกับ รายได้จากธุรกิจ Aeroflex ชะลอตัว จากผลกระทบโควิด-19

ขณะที่ ธุรกิจ EPP แม้จะมีการเติบโตของยอดขายขึ้น แต่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) มีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อนค่อนข้างมาก เนื่องจากมีการใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด รวมถึง Utilization rate ที่ลดลง จากการเน้นขายสินค้าเก่าในสต๊อก และยังมีค่าใช้จ่าย Bubble & seal เพิ่มขึ้น 10 – 15 ล้านบาท อีกด้วย
 

*** โควิดคลี่ลคาย หนุนกำไร Q3/64-65 กลับมาทำนิวไฮอีกครั้ง 
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินว่า ผลการดำเนินงานของ EPG จะกลับมาเติบโตทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อนอีกครั้ง ตั้งแต่ไตรมาส 3/64-65 (ต.ค. – ธ.ค.64) เป็นต้นไป โดยมีปัจจัยหนุน จากธุรกิจส่งออกที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของธุรกิจ EPP ในสหรัฐฯ ที่มีลูกค้ากลุ่มใหม่ มารองรับกำลังการผลิตจากโรงงานใหม่ และได้รับปัจจัยหนุนจากการคลายล็อกดาวน์ของหลายประเทศทั่วโลก ประกอบกับ ธุรกิจ Aeroklas ในประเทศออสเตรเลีย และทวีปยุโรป ที่ขยายตลาดได้ดีขึ้น

ขณะที่ บล.เคทีบีเอสที ประเมินว่า กำไรสุทธิไตรมาส 3/64-65 ของ EPG จะกลับมาทำนิวไฮได้อีกครั้ง โดยมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจ Aeroklas ฟื้นตัว ภายหหลังประเทศออสเตรเลีย กลับมาเปิดเมือง ประกอบกับ ธุรกิจ Aeroflex ได้รับปัจจัยหนุนจากการคลายล็อกดาวน์ ส่งผลให้ภาคการก่อสร้างเริ่มกลับมาทำงานตามปกติ รวมทั้ง โรงงานใหม่ในสหรัฐฯ เริ่มเดินเครื่องผลิต

เช่นเดียวกับ ธุรกิจ EPP ที่จะได้รับปัจจัยหนุนจากการคลายล็อกดาวน์เช่นกัน ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคฟื้นตัวขึ้นจากช่วงล็อกดาวน์ ขณะที่ GPM มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จาก Utilization rate ที่สูงขึ้น แต่ต้นทุนวัตถุดิบทรงตัวจากไตรมาสก่อน
 

*** กูรูชี้ น้ำมันพุ่ง กดดันราคาหุ้น EPG เกินจริง
 

บล.เคทีบีเอสที ระบุว่า ราคาหุ้น EPG ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา Underperform ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ถึง 9% จากความกังวลราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนปีโตรเคมี แต่มองว่า ประเด็นดังกล่าวจะกระทบต่อผลการดำเนินงาน EPG เล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจาก EPG ได้ซื้อวัตถุดิบปีโตรเคมีไว้ล่วงหน้าแล้ว ประกอบกับ ปรับราคาขายขึ้นด้วย

เช่นเดียวกับ บล.กรุงศรี ที่มองว่า ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ไม่มีผลต่ออัตรากำไรของ EPG เนื่องจาก บริษัทฯได้จัดซื้อวัตถุดิบมากพอจนถึงสิ้นปี 64 แล้ว นอกจากนี้  EPG ได้ปรับราคาขายขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ ตามคาดการณ์ต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรของ EPG ทรงตัวอยู่ในระดับสูงอย่างน้อยอีก 2 - 3 ไตรมาสข้างหน้า
 

*** โบรกฯ มอง Valuation ปัจจุบัน น่าสนใจเข้าสะสม
 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มองว่า มูลค่า (Valuation) ณ ปัจจุบันของ EPG มีความน่าสนใจเข้าซื้อ เนื่องจากราคาหุ้นช่วงที่ผ่านมา ปรับตัวลงจากความกังวลราคาน้ำมันสูงขึ้น แต่กลับไม่กระทบต่อผลการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ปัจจุบัน EPG เทรด P/E ที่ระดับ 19 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ระดับ 19.4 เท่า ประกอบกับ นักลงทุนยังสามารถคาดหวังเงินปันผล คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ระดับ 3.7% ได้อีกด้วย

เช่นเดียวกับ บล.เคทีบีเอสที ที่มองว่า Valuation ของ EPG ณ ปัจจุบัน มีความน่าสนใจทยอยเข้าสะสม จากราคาหุ้นที่ปรับฐานมาพอสมควรแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ จนทำให้มูลค่าหุ้นถูกกว่าค่าเฉลี่ย ประกอบกับ ผลการดำเนินงาน จะกลับมาเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ไตรมาส 3/64-65 เป็นต้นไป 
 

*** ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่า Valuation ณ ปัจจุบันของ EPG ค่อนข้างถูก ประกอบกับ ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างโดดเด่น ตั้งแต่ช่วงเดือน ต.ค.64 เป็นต้นไป ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลาย และหลายประเทศทั่วโลกทยอยเปิดเมือง
 

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
เคทีบีฯ ซื้อ     17.00
ซีจีเอสฯ ซื้อ     16.90
กรุงศรี  ซื้อ     16.00
เมย์แบงก์ฯ ซื้อ     15.00
หยวนต้า ซื้อ     14.20
ราคาเฉลี่ย 15.82


ต้องยอมรับว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น EPG ค่อนข้างแรง สะท้อนจากเดือน ส.ค. – ปัจจุบัน ราคาหุ้น EPG ปรับตัวลงราว 16.47% จากความกังวลดังกล่าว จนทำราคาหุ้น EPG ณ ปัจจุบัน มีอัพไซด์สูงถึง 40% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ขณะที่ ไตรมาส 3/64-65 เป็นช่วงที่โบรกฯส่วนใหญ่ คาดว่าผลการดำเนินงานจะกลับมาเติบโตโดดเด่น จนทำนิวไฮได้อีกครั้ง ...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด