หุ้นเด่นวันนี้

GULF อนาคตเปลี่ยนแค่ไหน ? หลังไล่เก็บหุ้นบริษัทอื่น

GULF อนาคตเปลี่ยนแค่ไหน ? หลังไล่เก็บหุ้นบริษัทอื่น

ห่างหายจากตลาดไปนานสำหรับหุ้น GULF เพราะราคาหุ้นลงไปไซด์เวย์ถึง 1 เดือนเต็มๆ วันนี้ราคาหุ้นกลับมาบวกแรง ตามกลุ่มโรงไฟฟ้าอื่นๆ แต่จริงๆแล้ว GULF มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ? แล้วการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลไปถึงอนาคตแค่ไหน ต้องติดตาม!


*** ราคาหุ้นดีดกลับมาทำนิวไฮรอบ 1 เดือนกว่า


วันนี้ราคาหุ้นของ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF กลับมาบวกแรงเช้านี้ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 37.50 บาท แตะนิวไฮ(New High)รอบ 1 เดือน กับอีก 1 สัปดาห์ หลังจากที่ราคาหุ้นลงไปแกว่งตัวและแตะจุดต่ำสุดถึง 32.25 บาท ในช่วงดังกล่าว


แม้จะเป็นการบวกตามหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าอื่น ๆ แต่ราคาหุ้น GULF ก็สามารถปิดตลาดรอบเช้าไปได้ที่ 37 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ +4.23% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นถึง +246.35% เมื่อเทียบกับปริมาณหุ้นที่ซื้อขาย 5 วันทำการก่อนหน้านี้


*** ใน 1 เดือนที่ผ่านมา ไล่เก็บหุ้นเพิ่มไปอีก 2 บริษัท


แม้ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นของ GULF จะไม่มีความน่าสนใจเลยก็ตาม แต่ด้านพื้นฐานของหุ้นก็มีความเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร โดยเฉพาะประเด็นการซื้อหุ้นบริษัทอื่นๆ เพิ่มเข้ามาถึง 2 แห่งด้วยกัน


รายแรก อาจไม่ถือว่าใหม่นักนั่นก็คือ INTUCH แต่ความคืบหน้าก็คือ เริ่มแรก GULF ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะมีสัดส่วนการถือหุ้นใน INTUCH ไม่เกิน 5% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของ INTUCH แต่ปัจจุบันคณะกรรมการบริษัทฯ ได้เพิ่มจำนวนเป็นไม่เกิน 15% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด

ซึ่ง ณ วันที่ 28 ธันวาคม 2563 บริษัทฯ ถือหุ้นสามัญใน INTUCH คิดเป็นสัดส่วน 14.39% แล้ว


รายสอง เข้าซื้อปตท. จำหน่ายก๊าซธรรมชาติ จำกัด (PTT NGD) ในสัดส่วน 40% ด้วยมูลค่า 2.7 พันล้านบาท GULF ระบุว่าการลงทุนครั้งนี้เป็นการขยายธุรกิจด้านพลังงานของบริษัทฯ และเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ร่วมทุนกับ PTT นอกเหนือไปจากโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 โดย PTT NGD ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติโดยลงทุนสร้างระบบท่อจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ(Distribution Pipeline) ไปยังลูกค้าในพื้นที่อุตสาหกรรม 13 แห่ง รอบกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นที่ระยอง โดยมีลูกค้าอุตสาหกรรมมากกว่า 250 ราย


*** 2 ดีลนี้เปลี่ยน GULF ไปยังไงบ้าง ?


บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เอเซีย พลัส ระบุว่า การเข้าถือหุ้น INTUCH เพิ่มอีก 4.4% เป็น 14.4% ถือเป็นไปตามเป้าหมายของ GULF ตามมติคณะกรรมการก่อนหน้าที่ระบุไว้ว่าสามารถเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน INTUCH ได้ไม่เกิน 15% และมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนในรูปเงินปันผลให้แก่ทางบริษัทได้อย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลให้รายได้จากเงินปันผลเพิ่มขึ้นอีกราว 324.1 ล้านบาทต่อปี (จากที่ถือหุ้นเพิ่ม 10% เป็น 14.4%) มาอยู่ที่ราว 1.1 พันล้านบาทต่อปี ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป โดยอยู่ภายใต้สมมติฐานอัตราเงินปันผลต่อหุ้น INTUCH ที่ 2.3 บาทต่อปี ส่วนแหล่งเงินทุนที่ GULF ใช้ก็คือเงินทุนหมุนเวียนภายในกิจการ และวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ด้วยมูลค่าการลงทุนไม่เกิน 8.9 พันล้านบาท


ส่วนดีลการซื้อหุ้น PTT NGD ภายใต้สมมติฐานมูลค่าการซื้อกิจการ(CAPEX) ของโครงการอยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท และสมมติฐานกำไรเฉลี่ยต่อปีใกล้เคียงกับกำไรของ PTT NGD ในปี 2562 ที่ 1 พันล้านบาท การเข้าลงทุนในสัดส่วน 40% ของ GULF จะมีกำไรอยู่ที่ราวๆ 330 - 350 ล้านบาทต่อปี ดังนั้นด้วยการเข้าลงทุนทั้งหมดจึงปรับประมาณการกำไรปี 64 -  65 ขึ้นอีก 4.3% และ 3.1% จากเดิมตามลำดับ เป็น 7,836 ล้านบาท และ 10,756 ล้านบาท ตามลำดับ 


ส่วนบล.ทิสโก้  เชื่อว่าจะเป็นขยายรากฐานในธุรกิจก๊าซอย่างมีนัยสำคัญสำหรับ GULF และทำให้ GULF มีความเข้าใจในธุรกิจก๊าซมากยิ่งขึ้น และทำให้มีความเข้าถึงลูกค้าในกลุ่มนิคมมากยิ่งขึ้น  (เพิ่มโอกาสในการขาย LNG โดยตรงในอนาคต) ในปัจจุบัน GULF มีสัดส่วนในธุรกิจนี้เล็กน้อยผ่านการถือหุ้น 35% ใน GULF WHA MT นอกจากนี้ เรามองว่ามีความสัมพันธ์ต่ำกับธุรกิจการนำเข้า และขนส่ง LNG ในช่วงก่อนหน้า ซึ่งการขนส่งก๊าซจาก Terminal ไปยังนิคมต่างๆ ยังดำเนินงานผ่าน PTT


*** มีอัพไซด์อีกมากใน 10 ปีข้างหน้า จากการขยายลงทุนในเวียดนาม


บล.เคจีไอ ระบุว่า ยังมีโอกาสขยายการลงทุนได้อีกมากในประเทศเวียดนาม ไม่ใช่แค่โครงการพลังงานหมุนเวียน (พลังงานลม) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิมด้วย ทั้งนี้ GULF ตั้งเป้าจะซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานลมกำลังการผลิตรวม 200 - 300 เมกะวัตต์(MW) ในเวียดนาม (โครงการละ 50 - 100 MW) ในขณะที่กำลังศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนาโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งแบบ Green Field และกำลังรอการอนุมัติของ PDP ฉบับที่ 8 ส่วนโครงการ Ca Na LNG to power (1,500 MW x4) ก็จะออกเอกสาร Request for Proposal (เฟสแรก 1,500 MW) ในปีหน้า ในขณะที่อีกสามเฟสที่เหลือต้องรอการอนุมัติของ PDP ฉบับที่ 8 ก่อน


เราชอบ GULF ในฐานะที่เป็นหุ้น super growth ในอีกสิบปีข้างหน้า โดยมองว่ายังมีโอกาสสร้างการเติบโตเพิ่มขึ้นได้อีกมาก (ก่อหนี้ได้อีกถึง 7-8 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นได้อีกถึง 2,600 MWe ภายใต้สมมติฐานต้นทุนที่ US$1.2mn/MW) กว่าจะชนเพดานการก่อหนี้ 


*** ส่องราคาเหมาะสม ถ้าสนใจระยะสั้นควรเก็บที่ราคาไม่เกินเท่าไหร่ ?


ทั้งนี้จากการสำรวจราคาเหมาะสมของนักวิเคราะห์แม้จะมองว่าการเติบโตจะยังสูงต่อเนื่องในอีก 10 ปีข้างหน้า และการวางรากฐานในปัจจุบันของ GULF ถือว่าดีมากๆ แต่ราคาหุ้นในปัจจุบันก็ใกล้เคียงกับราคาเหมาะสมในปี 64 ไปแล้ว ดังนี้

 

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม(บ.)
ทิสโก้ ซื้อ 36
กสิกรไทย ถือ 37.25
โนมูระ พัฒนสิน ซื้อเก็งกำไร 37.50
เอเซีย พลัส ซื้อ 38.50
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซื้อ 39
เคจีไอ ซื้อ 39.50
หยวนต้า ซื้อ 40.75


การเข้าลงทุนใน GULF วันนี้ อาจจะต้องมองไปถึงอนาคตข้างหน้าให้มากๆ เพราะต้องยอมรับว่าแม้จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่มากในปัจจุบัน แต่การเติบโตทั้งหมดยังต้องฝากไว้กับอนาคตอยู่ ทั้งการเข้าลงทุนโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ การไปรุกธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ทั้งดิจิทัล คมนาคม และล่าสุดก๊าซ NGV กับ PTT ซึ่งยังต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถเป็น Super Growth Stock ได้จริงหรือไม่!







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด