หุ้นเด่นวันนี้

STGT ดีดแรง-วอลุ่มแน่น ...ราคาหุ้นใกล้เต็มมูลค่าหรือยัง?

STGT ดีดแรง-วอลุ่มแน่น ...ราคาหุ้นใกล้เต็มมูลค่าหรือยัง?

STGT ปิดซื้อขายเช้านี้บวกแรง 4.72% หลังประกาศปันผลงวด Q3/64 ให้ยีลด์สูงถึง 4.7% แต่โบรกฯเตือนระวังงบ Q4/64 วูบทั้ง YoY – QoQ หลังราคาถุงมือยางขาลง ส่งผลต้องหั่นเป้ากำไรปีนี้ 2.2 – 3.2% แต่ทั้งปียังโตแรง 82- 102% YoY ก่อนปี 65 เข้าช่วงขาลง หลังถุงมือล้นตลาด – โควิดสงบ ฉุดกำไรวูบ 58 – 60% YoY
 

*** ปิดเช้าบวก 4.72% หลังปันผล Q3/64 ให้ยีลด์สูง 4.7%
 

ราคาหุ้น บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT ช่วงเช้าวันนี้ (9 พ.ย.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 28.75 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 27.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 4.72% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 186.72% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น STGT ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 4.72% เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน จากการประกาศจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานไตรมาส 3/64 อัตรา 1.25 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) สูงถึง 4.7% โดยจะขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับสิทธิเงินปันผล (XD) วันที่ 19 พ.ย.นี้ และจ่ายเงินปันผลวันที่ 7 ธ.ค.64
 

*** แต่ระวังผลงานโค้งท้าย วูบทั้ง YoY – QoQ หลังราคาถุงมือขาลง
 

บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ของ STGT มีแนวโน้มหดตัวทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน หลัง Hartalega บริษัทผู้ผลิตถุงมือยาง ในประเทศมาเลเซีย คาดการณ์ราคาขายถุงมือยางในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ว่า มีแนวโน้มลดลง 10% จากเดือนก่อนทุกเดือน จนถึงสิ้นปี 64

เช่นเดียวกับ บล.เคทีบีเอสที ที่มองว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ของ STGT มีแนวโน้มหดตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แม้ว่าปริมาณการขาย จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ตามกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่ราคาขายที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดราคาขายไตรมาสนี้ มีแนวโน้มหดตัว 15% จากไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ กดดันให้กำไรสุทธิในงวดดังกล่าวของ STGT อ่อนแอลง อย่างมีนัยสำคัญ
 

*** ราคาถุงมือยาขาลง ส่งผลให้โบรกฯต้องหั่นเป้ากำไรปีนี้ 
 

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ได้ปรับลด ประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ STGT ลงจกเดิม 3.2% เป็น 2.6 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลัก จากการปรับสมมติฐานราคาขายถุงมือยางปีนี้ลงจากเดิมอีก 1.7% เหลือ 1.75 บาท/ชิ้น หลังสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 เบาบางลง ประกอบกับ โรงงานผลิตถุงมือยางหลายแห่ง เร่งเพิ่มกำลังผลิตขึ้น

สอดคล้องกับ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ที่ปรับลดปรับลด ประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ STGT ลงจกเดิม 2.2% เป็น 2.9 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 102% จากปีก่อน สะท้อนจากราคาขายถุงมือยางอยู่ในทิศทางขาลง ขณะเดียวกัน STGT ยังมีอัตรากำไรจากการขายถุงมือยางที่ต่ำ เมื่อเทียบกับคู่แข่งในประเทศมาเลเซีย

ส่วนนักวิเคราะห์ 2 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ STGT ไว้ดังนี้

บล. กำไรสุทธิปี 64 (ลบ.)  %chg YoY
หยวนต้า 28,112  95
เคทีบีฯ  26,884 87


*** คาดปี 65 ธุรกิจเข้าสู่ขาลง หลังถุงมือล้นตลาด - โควิดคลายตัว  
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ STGT ไว้ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท ลดลง 58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามปริมาณการผลิตถุงมือยางที่เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาขายมีแนวโน้มปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ความต้องการใช้ถุงมือยางจากตลาดที่มีอัตรากำไรสูง 

อาทิ สหรัฐฯ และ ทวีปยุโรป เริ่มลดลง จนกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ซึ่งทำให้ STGT มีอำนาจในการตั้งราคาถุงมือยางน้อยลงกว่าช่วงปี 63 – ครึ่งแรกของปี 64 ซึ่งเป็นช่วงที่การแพร่ระบาดโควิด-19 เพิ่มขึ้นสู่จุดสูงสุด จนทำให้มีอัตราการเสียชีวิตในระดับสูง

สอดคล้องกับ บล.เคทีบีเอสที ที่ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ STGT ไว้ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท หดตัว 58% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยยังคงสมมติฐาน ราคาขายถุงมือยางเฉลี่ยอยู่ที่ 1.2 บาท/ชื้น ทั้งนี้ ราคาขายถุงมือยางยังอยู่ในทิศทางขาลง จาก 2 ปัจจัยดังนี้

1.ในปี 65 กำลังการผลิตถุงมือยางทั่วโลก จะปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ราว 30 – 35% จากปีก่อน หลังผู้ผลิตหลายรายเร่งเพิ่มกำลังการผลิต ในช่วงต้นปี 64 ที่การแพร่ระบาดโควิด-19 ยังคงรุนแรง

2.จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 มีแนวโน้มลดลง ประกอบกับ มีการพัฒนายารักษาโควิด-19 ออกมาเรื่อยๆ อาทิ โมลนูพิราเวียร์ ของบริษัท Merck และ ล่าสุด Pfizer ได้ผลิตยา Paxlovid ที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 89% ในการลดความรุนแรงของผู้ป่วยอาการหนัก จึงทำให้ปี 65 โลกจะให้ความสำคัญกับยา มากกว่าถุงมือยาง

ขณะที่ นักวิเคราะห์อีก 2 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ STGT ไว้ดังนี้  

บล. กำไรสุทธิปี 65 (ลบ.)  %chg YoY
หยวนต้า  11,170 -60
เอเชีย พลัส 11,044 -58


*** โบรกฯ ส่วนใหญ่ไม่แนะนำซื้อ คาดงบเข้าช่วงหดตัว
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังไม่แนะนำซื้อ เนื่องจากมองว่า ผลการดำเนินงานของ STGT มีแนวโน้มอ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ไตรมาส 4/64 จนถึงปี 65 ตามทิศทางราคาขายถุงมือยางที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง และการควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ขงทั่วโลก ทำได้ดีขึ้น 
 

บล.   คำแนะนำ  ราคาเหมาะสม (บ.)
หยวนต้า ซื้อ     39.00
กสิกรฯ Neutral 33.00
เคทีบีฯ ขาย     27.50
ฟินันเซียฯ Reduce  26.00
โนมูระฯ  Reduce  23.00
ราคาเฉลี่ย  29.70

สำหรับอีก 1 เหตุผลสำคัญ ที่ทำให้โบรกฯเริ่มมองข้ามการลงทุนใน STGT ไปแล้ว คือ ราคาหุ้นช่วง 1 ปีหลัง ปรับตัวลง Underperform ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ถึง 70% แต่ราคาหุ้น STGT ณ ปัจจุบัน กลับมีอัพไซด์เหลืออยู่แค่ราว 5.02% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ เท่านั้น ...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด